Hotpot Man ร้านหมาล่ามาก่อนกาล! 700 คิวก็ยอมรอ จากวันที่ไม่มีคนรู้จัก สู่วันที่คนยืนรอ 6 ชั่วโมง

ร้านหมาล่าหม้อไฟที่วันนี้ “คิว 300-700 คิวต่อวัน” เคยเป็นร้านที่ “แทบไม่มีคนเข้า”
และที่พีคคือ…  เจ้าของร้าน “ทำอาหารไม่เป็น” มาก่อน

🔥 จากศูนย์…ในวันที่คนไทยยังไม่กินหมาล่า
     - ย้อนกลับไปประมาณ 8 ปีก่อน ตอนนั้นคำว่า “หมาล่าหม้อไฟ” ยังไม่อยู่ในชีวิตคนไทย
     - คนไม่เข้าใจว่าทำไมต้อง “จ่ายค่าน้ำซุป”
     - ลูกค้าส่วนใหญ่ = แทบไม่มี
     - การตลาด = ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง
     - “ยุ้ย” กับสามี “เจ” แค่คิดง่าย ๆ ว่า 👉 แถวบ้านยังไม่มีร้านแบบนี้ เลยลองเปิด…ทั้งที่ยังไม่รู้ว่ามันจะเวิร์กไหม

💥 จุดเปลี่ยนที่ชื่อว่า Haidilao
     - ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน ตอนแบรนด์ใหญ่จากจีนอย่าง Haidilao เข้ามาไทย
     - แทนที่จะเป็นคู่แข่ง มันกลับกลายเป็น “ตัวปลุกตลาด”
     - คนไทยเริ่มรู้จักหมาล่ามากขึ้น และเริ่มมองหาร้านอื่น ๆ
     - หนึ่งในนั้นคือ “Hotpot Man”

📈 จากไม่มีคิว → คิวทะลุ 700
     สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ…
     - เริ่มมีคนรีวิวในกลุ่ม
     - เกิดการบอกต่อ
     - ลูกค้าเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
   👉 บางสาขา “คิวสะสม 700 คิว”
   👉 รอ 6-7 ชั่วโมง ก็ยังมีคนยอม ทั้งที่หมาล่าก็มีเต็มเมือง

🤯 คำตอบที่โคตรจริง: “เราดวงดี”
     - เมื่อถามว่า “ทำไมถึงดังขนาดนี้” คำตอบของ “ยุ้ย” ไม่ได้หรูเลย
      “เราดวงดี”  /  “ลูกค้ารักเรา”
     - ทั้งที่จริง ๆ แล้ว… คู่แข่งก็อร่อย น้ำจิ้มก็ไม่ได้ต่างกันมาก ระบบหลังบ้านก็ยังมีปัญหา
     - แต่มันคือ “จังหวะ + ความสม่ำเสมอ + ลูกค้าบอกต่อ”

🚀 โตแรงแบบไม่ธรรมดา
     - รายได้โตปีละ 200-300%
     - มีแล้ว 11 สาขา
     - ปีนี้เตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา (มีนบุรี + รังสิต)
   👉 ยอดขาย “หน้าร้าน” ยังเป็นหลัก
   👉 เดลิเวอรี่มีแค่บางสาขา
   เพราะ “ประสบการณ์กินที่ร้าน” คือของจริง


ที่มา bangkokbiznews


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่