อดีตพนักงานโรงแรม แฉหมดเปลือก “สิ่งที่ไม่ควรใช้ในโรงแรม” เผยสกปรกกว่าที่คิด บางอย่างแค่ใช้ผ้าลูบเฉย ๆ แนะนำเช็กให้ดีก่อน

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังมีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งซึ่งเคยฝึกงานในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดโรงแรม ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ระบุว่า โรงแรมบางแห่งมีมาตรฐานความสะอาดต่ำกว่าที่คิด แม้จะเป็นโรงแรมที่มีระดับดาวการันตีก็ตาม

ผู้โพสต์เล่าว่า ในช่วงการฝึกงานช่วงแรก ได้รับการสอนขั้นตอนการทำความสะอาดห้องพักตามมาตรฐาน ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 40–50 นาทีต่อห้อง แต่ภายหลังสังเกตว่าพนักงานคนอื่นสามารถทำความสะอาดเสร็จได้ภายใน 20–30 นาที จึงเข้าไปสอบถามวิธีการ และพบว่าหลายขั้นตอนถูกลดทอนลงอย่างมาก



โดยเฉพาะอุปกรณ์อย่าง แก้วน้ำและกาต้มน้ำ บางครั้งเพียงล้างผ่านน้ำ หรือบางกรณีแค่ใช้ผ้าเช็ดให้ไม่มีคราบน้ำก็ถือว่าใช้ได้

ขณะที่ห้องน้ำ เช่น โถสุขภัณฑ์และอ่างอาบน้ำ หากดูสะอาดภายนอกและสัมผัสแล้วลื่น ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ ทั้งที่ตามมาตรฐานควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและแปรงขัดอย่างเหมาะสม

ผู้โพสต์ยังระบุว่า แก้วน้ำในห้องพักมีความสกปรกสูง หากสังเกตหรือดมใกล้ ๆ อาจพบกลิ่นยาสีฟันหรือเครื่องดื่มตกค้าง นอกจากนี้ แผ่นรองที่นอนยังอาจมีคราบเลือด คราบของเหลวไม่ทราบชนิด และเส้นผมตกค้าง อีกทั้งยังมีพนักงานบางรายนำผ้าขนหนูที่ลูกค้าใช้แล้วมาเช็ดทำความสะอาดทั่วทั้งห้อง รวมถึงโถสุขภัณฑ์ แก้วน้ำ และพื้น

จากประสบการณ์ดังกล่าว ผู้โพสต์ยอมรับว่า ปัจจุบันไม่กล้าใช้แก้วน้ำในโรงแรม และจะล้างอ่างอาบน้ำด้วยน้ำร้อนก่อนใช้งานทุกครั้ง พร้อมเผยว่าพนักงานต้องรับผิดชอบทำความสะอาดถึงวันละประมาณ 12 ห้อง ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านเวลา โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้เข้าพักเช็กเอาต์ล่าช้าหรือทิ้งห้องไว้ในสภาพรก ซึ่งทำให้ใช้เวลาทำความสะอาดนานขึ้น อีกทั้งบางครั้งยังถูกเร่งรัดงานโดยไม่ได้รับค่าล่วงเวลา

อย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์ย้ำว่า ไม่ใช่พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานแบบดังกล่าว โดยยังมีบางส่วนที่ยึดตามมาตรฐานการทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% และไม่ใช่ทุกโรงแรมที่จะมีปัญหานี้ บางแห่งยังคงรักษามาตรฐานความสะอาดได้ดี

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้โซเชียลจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เคยทำงานด้านแม่บ้านโรงแรม เข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนข้อมูลดังกล่าว อาทิ ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน 7 ปี ระบุว่าไม่กล้าใช้ผ้าขนหนูของโรงแรม ขณะที่บางรายเผยว่าแม้จะเข้าพักในโรงแรมระดับใดก็ตาม ก็ยังต้องตรวจสอบและทำความสะอาดซ้ำด้วยตนเอง เนื่องจากความสะอาดขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละแห่ง

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นที่ระบุว่า แม้ผ้าขนหนูจะถูกนำไปซักและฆ่าเชื้อหลังใช้งาน แต่ก็จะหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำและกาต้มน้ำ เนื่องจากกระบวนการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง

ขณะเดียวกัน มีผู้ใช้งานตั้งคำถามเกี่ยวกับความสะอาดของปลอกหมอน ซึ่งผู้มีประสบการณ์ให้ข้อมูลว่า โดยทั่วไปถือว่าสะอาดกว่าสิ่งของอื่น แต่ยังมีโอกาสเล็กน้อยที่ปลอกหมอนจะไม่ได้ถูกเปลี่ยน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่มีผู้เข้าพักจำนวนมาก และพนักงานเร่งทำงานเพื่อให้ทันเวลา

กรณีดังกล่าวจุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานความสะอาดของโรงแรม และกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าพัก

ที่มา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่