กระทรวงแรงงานปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งใหญ่สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 โดยเพิ่มการเข้าถึงบริการในโรงพยาบาลรัฐแบบไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมขยายสิทธิในสถานพยาบาลเอกชน และเพิ่มสิทธิใหม่ด้านรากฟันเทียม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่าย เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้
https://www.facebook.com/share/p/1AwqxdYnFm/?mibextid=wwXIfr
ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ครอบคลุมทั้งการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด รวมถึงบริการใหม่ เช่น เกลารากฟัน และการเตรียมช่องปากก่อนใส่ฟันเทียม โดยสามารถใช้บริการได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ยกเว้นกรณีคลินิกพิเศษที่อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ในส่วนของสถานพยาบาลเอกชน ผู้ประกันตนยังคงได้รับวงเงิน 900 บาทต่อปีสำหรับอุด ขูด ถอน
และเพิ่มค่าผ่าฟันคุดเป็น 1,500–2,500 บาทต่อซี่
พร้อมขยายวงเงินฟันปลอมเป็น 1,500–6,000 บาท และค่าซ่อม 900 บาทต่อครั้ง
นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิใหม่สำหรับการฝังรากฟันเทียมในผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก โดยครอบคลุมค่าผ่าตัด 17,500 บาท และอุปกรณ์ 3,300 บาท พร้อมการติดตามผลหลังการรักษา
กระทรวงแรงงานปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งใหญ่สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39
https://www.facebook.com/share/p/1AwqxdYnFm/?mibextid=wwXIfr
ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ครอบคลุมทั้งการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด รวมถึงบริการใหม่ เช่น เกลารากฟัน และการเตรียมช่องปากก่อนใส่ฟันเทียม โดยสามารถใช้บริการได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ยกเว้นกรณีคลินิกพิเศษที่อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ในส่วนของสถานพยาบาลเอกชน ผู้ประกันตนยังคงได้รับวงเงิน 900 บาทต่อปีสำหรับอุด ขูด ถอน
และเพิ่มค่าผ่าฟันคุดเป็น 1,500–2,500 บาทต่อซี่
พร้อมขยายวงเงินฟันปลอมเป็น 1,500–6,000 บาท และค่าซ่อม 900 บาทต่อครั้ง
นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิใหม่สำหรับการฝังรากฟันเทียมในผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก โดยครอบคลุมค่าผ่าตัด 17,500 บาท และอุปกรณ์ 3,300 บาท พร้อมการติดตามผลหลังการรักษา