ตอนนี้ทุกท่านคงจะเตรียมตัวเพิ่มเริ่มงานหลังจาก
หยุดสงกรานต์กันไป ก็ขอให้ชื่นมื่นสดใสพร้อมลุยกันต่อครับ
จากตอนที่แล้วพี่แฝดได้ทำแปลงผักบนตึกติดผนังชั้น 2 ด้านนอกจนปลูกอะไรมาลองกันหลายๆอย่างเหตุผลคือเพื่อทดสอบปุ๋ยเนื้อหมูของเรานั้นเอง เพราะต้องมั่นใจกับสินค้าตัวเองด้วยไม่เช่นนั้นจะบอกใครว่าของเราดีได้อย่างไรใช่ไหมครับ
ผักที่พี่แฝดเลือกก็จะเอาผักพื้นๆอย่างเช่น พริก กระเพรา มะเขือเทศ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ต้นหอม สะระแหน่ เน้นเป็นผักปลูกกินง่าย อย่างพริกพี่แฝดชอบนะเวลาต้องการทำยำปลาทูน่ากระป๋องสักทีต้องไป Lotus express ก็โดนทีละ 20 บาทใช้จริงแค่ 3-4 เม็ดที่เหลือก็เก็บเน่าคาตู้เย็น ขี้เกียจออกไปซื้อก็เปิดหน้าต่างเด็ดเอาซะเลยสะดวกดี
ป่ะ..! อยากอวดภาพละมาเริ่มกันเลยดีกว่า
เริ่มต้นที่วอเตอร์เคสนี่เวลากินสลัดหรือเวลานูไทยหาผักแกล้มเด็ดเอากินได้เรื่อยๆโตไว ใบดก พี่แฝดก็
ใส่แค่ปุ๋ยเนื้อหมูแค่เท่านั้นเพราะนี่คือการทดลองจากตัวเราเองก่อนครับ

ผักเคลพี่แฝดปลูกในถังสี เจอภาชนะอะไรว่างๆก็จับมาใช้ลดการเบิกใหม่ ถ้าใจอยากปลูกจริงๆการครีเอทก็ไปได้เรื่อยๆนะครับ ผักเคลมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ เสริมภูมิคุ้มกัน กระดูกก็ช่วยด้วยบำรุงนะเออ เหมาะนะถ้ามีติดไว้คนแก่กินสดวันละใบ กินๆไปเดี๋ยวก็ชินคิดว่ายาบำรุง
ลงจากชั้น 3 ลงมาเจออะไรเขียวๆตาแบบนี้ก็ชื่นมื่นหัวใจดีแหะ ต้องบอกก่อนนะว่าพี่แฝดก็ไม่ได้จบเกษตรมาแต่จบช่างยนต์มา แต่ตอนต้นที่เล่าไปว่าสนอยากทำธุรกิจ
ปุ๋ยเนื้อหมูขาย ครั้งนี้เลยต้องใช้งานกันเองก่อน
ตรงนี้ถ้าใครขี้เกียจ เพาะเมล็ด ท่านๆคุณพี่สามารถไปซื้อตามตลาดต้นไม้ต้นละ 10-20 บาทมาปลูกลงต่อได้นะครับพี่แฝดว่าสะดวกดีไม่น้อย เพราะในความเป็นจริงเราก็ชอบอะไรที่มันต้องไว เอาต้นเค้ามาแล้วค่อยมาปลูกต่อด้วย
ปุ๋ยอินทรีย์ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกนะครับ

มะเขือเทศมาแล้ว มะเขือเทศมาแล้ว
มะเขือเทศที่มาจากชาวกรุง อย่างเราๆการมีประสบการณ์ครั้งแรกตรงนี้นอกจากสนุกและตื่นเต้นที่ลงมาแล้วทำได้จริง คือความมั่นใจใน
ปุ๋ยเนื้อหมูของเรามาขึ้นว่าธาตุอาหารจะครบครัน เพราะเราใส่ปุ๋ยเชิงเดี่ยวไม่ใส่อย่างอื่นเลยครับ
คิดอะไรไม่ออกบอกเนวิน

เฮ้ยไม่ใช่!! คิดอะไรไม่ออก บอกปลูกกะเพราไปก่อนเลย อาหารประจำมนุษย์ชาติไทยตั้งแต่เกิด เวลาจะใช้ทีวิ่งไปเด็ดมาผัดใส่ก็ประหยัดไป 10บาทแล้วครับ เด็ดตามที่ใช้ที่กิน จะเด็ดแจกยังได้เลยครับ
ขออนุญาตจบตอนที่ 7 ตรงนี้ไว้ก่อนนะครับ ตี1ครึ่งละ ขอตัวนอนเอาแรงเพื่อลุยกันต่อไป ราตรีสวัสครับ
ตอนที่ 7 ปลูกผักกินเองบนตึกประสบการณ์ใหม่ชาวเมืองชาวตึก อยู่ๆก็สดชื่น
จากตอนที่แล้วพี่แฝดได้ทำแปลงผักบนตึกติดผนังชั้น 2 ด้านนอกจนปลูกอะไรมาลองกันหลายๆอย่างเหตุผลคือเพื่อทดสอบปุ๋ยเนื้อหมูของเรานั้นเอง เพราะต้องมั่นใจกับสินค้าตัวเองด้วยไม่เช่นนั้นจะบอกใครว่าของเราดีได้อย่างไรใช่ไหมครับ
ผักที่พี่แฝดเลือกก็จะเอาผักพื้นๆอย่างเช่น พริก กระเพรา มะเขือเทศ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ต้นหอม สะระแหน่ เน้นเป็นผักปลูกกินง่าย อย่างพริกพี่แฝดชอบนะเวลาต้องการทำยำปลาทูน่ากระป๋องสักทีต้องไป Lotus express ก็โดนทีละ 20 บาทใช้จริงแค่ 3-4 เม็ดที่เหลือก็เก็บเน่าคาตู้เย็น ขี้เกียจออกไปซื้อก็เปิดหน้าต่างเด็ดเอาซะเลยสะดวกดี
ป่ะ..! อยากอวดภาพละมาเริ่มกันเลยดีกว่า
เริ่มต้นที่วอเตอร์เคสนี่เวลากินสลัดหรือเวลานูไทยหาผักแกล้มเด็ดเอากินได้เรื่อยๆโตไว ใบดก พี่แฝดก็ใส่แค่ปุ๋ยเนื้อหมูแค่เท่านั้นเพราะนี่คือการทดลองจากตัวเราเองก่อนครับ
ผักเคลพี่แฝดปลูกในถังสี เจอภาชนะอะไรว่างๆก็จับมาใช้ลดการเบิกใหม่ ถ้าใจอยากปลูกจริงๆการครีเอทก็ไปได้เรื่อยๆนะครับ ผักเคลมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ เสริมภูมิคุ้มกัน กระดูกก็ช่วยด้วยบำรุงนะเออ เหมาะนะถ้ามีติดไว้คนแก่กินสดวันละใบ กินๆไปเดี๋ยวก็ชินคิดว่ายาบำรุง
ลงจากชั้น 3 ลงมาเจออะไรเขียวๆตาแบบนี้ก็ชื่นมื่นหัวใจดีแหะ ต้องบอกก่อนนะว่าพี่แฝดก็ไม่ได้จบเกษตรมาแต่จบช่างยนต์มา แต่ตอนต้นที่เล่าไปว่าสนอยากทำธุรกิจปุ๋ยเนื้อหมูขาย ครั้งนี้เลยต้องใช้งานกันเองก่อน
ตรงนี้ถ้าใครขี้เกียจ เพาะเมล็ด ท่านๆคุณพี่สามารถไปซื้อตามตลาดต้นไม้ต้นละ 10-20 บาทมาปลูกลงต่อได้นะครับพี่แฝดว่าสะดวกดีไม่น้อย เพราะในความเป็นจริงเราก็ชอบอะไรที่มันต้องไว เอาต้นเค้ามาแล้วค่อยมาปลูกต่อด้วยปุ๋ยอินทรีย์ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกนะครับ
มะเขือเทศมาแล้ว มะเขือเทศมาแล้ว
มะเขือเทศที่มาจากชาวกรุง อย่างเราๆการมีประสบการณ์ครั้งแรกตรงนี้นอกจากสนุกและตื่นเต้นที่ลงมาแล้วทำได้จริง คือความมั่นใจในปุ๋ยเนื้อหมูของเรามาขึ้นว่าธาตุอาหารจะครบครัน เพราะเราใส่ปุ๋ยเชิงเดี่ยวไม่ใส่อย่างอื่นเลยครับ
คิดอะไรไม่ออกบอกเนวิน
ขออนุญาตจบตอนที่ 7 ตรงนี้ไว้ก่อนนะครับ ตี1ครึ่งละ ขอตัวนอนเอาแรงเพื่อลุยกันต่อไป ราตรีสวัสครับ