จบกันไปแล้วครับสำหรับซีรีส์จิตวิทยาสยองขวัญอย่าง girl from nowhere the reset หรือเด็กใหม่ เดอะ รีเซต เอาจริงแค่ตอนแรกปล่อยไปก็เป็นดราม่าแล้วอ่ะ เป็นลางมาตั้งแต่ตอนแรก และก็เป็นมาเรื่อยๆ ทุกๆตอน ตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้าย
สำหรับผมในมุมมมองส่วนตัว คิดว่า ซีรีส์มันก็เป็นเหมือนที่ชาวเน็ตคนอื่นเค้าพูดแหละครับ แต่สำหรับผมถ้าตัดอคติทุกอย่างออก ตัวซีรีส์มันก็ไม่ได้แย่เข้าขั้นวิกฤต แต่ที่มันแย่ เพราะมาตรฐานของแฟนคลับแนนโน๊ะมันสูงมาก เนื่องด้วยซีรีส์ girl from nowhere 1-2 ทำออกมาได้ดีมาก ดังนั้นพอมีข่าวว่าจะมีการทำ girl from nowhere the reset มา มันเบนเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่คนตั้งตารอคอย ง่ายๆ คือ คาดหวังมากอ่ะ ก็เลยเจ็บหนักพอไม่ได้ดั่งใจ อีกอย่างผมมองว่าแฟนๆ แนนโน๊ะยังคงคิดภาพลักษณ์ของแนนโน๊ะเวอร์ชัน คิตตี้ และยังคงคิดอุปนิสัยของแนนโน๊ะมาจากคิตตี้อยู่ครับ
พอมาเวอร์ชันเบ็คกี้ ซึ่งบอกก่อนเลยว่าไม่ได้แสดงแย่ แต่มันก็มีช่วงนึงที่คนคิดว่าเบ็คกี้อาจจะยังไม่เหมาะสมกับบทนี้ รึเปล่า? แต่สุดท้ายเบ็คกี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถแสดงให้เป็นแนนโน๊ะได้จริง (สำหรับผมนะ😅) และชวนเน็ตก็เห็นด้วยจำนวนนึงครับว่าการแสดงของนักแสดงไม่ได้เป็นปัญหา แต่ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่บท และระยะเวลาในการเล่าที่สั้นไป และในซีรีส์ the reset นี้ แนนโน๊ะจะมีความเป็นแบบศาลเตี้ยนะครับ ดังนั้นอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นในซีซัน 1-2 ก็จะเห็นบ่อยเลยแหละ
ซึ่งพอระยะเวลาในการเล่าของแต่ละตอนมันไม่ถึง 1 ชม ด้วยซ้ำอะ มันเลยทำให้ symbolic ที่จะเล่าในแต่ละตอนก็น้อยและเบาบางไปด้วย
ขอบอกตรงนี้ก่อน ก่อนจะรีวิวแต่ละตอนแบบ no spoil คือ นักแสดงทุกคน แสดงดีหมดใน คหสต ของผม
ตอนที่ 1 บูลลี่ สำหรับผมตอนนี้ถือว่าทำได้ดีนะ อาจจะเป็นเพราะตอนแรกด้วยมั้ง คือ การเล่าของตอนมันยังไม่แย่ขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมติดเลยคือ symbolic ของตอน คือ มันเดิมอ่ะ ซ้ำ จำเจ ตอนนี้มันแค่เพิ่มเติมความโหดนิดๆ หน่อยๆ นักแสดงที่เป็นประเด็นของทุกตอน อย่างสกายก็มีบทเด่นในตอนนี้นี่แหละ ส่วนบทลงโทษสำหรับผมอาจจะยัง อาจจะเพราะมีปัจจัยภายนอกเข้ามาป่วนแนนโน๊ะมั้ง เลยรู้สึกว่ามันดุไม่สุดอ่ะ
ตอนที่ 2 กกน. เอาจริง สำหรับผม ไม่สนุกอ่ะ ประเด็นที่เล่ามาอ่ะ ดีแล้ว แต่! สำหรับผมอ่ะ มันจะมีอยู่ซีนนึง ทำลาย symbolic ทั้งหมดที่สร้างมาหมดเลย คือแบบ เห้อ….เพื่อไรวะ ในบรรดาทั้ง 6 ตอน ผมไม่ชอบตอนนี้มากที่สุด
ตอนที่ 3 อิจฉา ประเด็นเดิมๆ อีกละ แต่ตรงข้ามกับ กกน. คือ กกน. ประเด็นมันน่าสนใจ และไม่ค่อยมีใครเล่า แต่ตอนนี้เป็นตอนที่แบบคนเคยทำหนังเกี่ยวกับเรื่องของการอิจฉาเยอะมากอ่ะ แต่ต่อให้ประเด็นมันจะเดิมๆ แต่มันเล่าได้ดี และวิธีการเล่าเรื่องก็น่าสนใจ ตอนนี้แนะนำให้ไปดูครับ
ตอนที่ 4 only nanno คือ เหมือนตอน กกน.อ่ะครับ ประเด็นไม่ค่อยมีใครเล่ามาก่อน แต่! สุดท้ายก็ทำไม่ถึง ซึ่งตอนนี้เป็นตอนที่ผมตั้งตารอดูมากที่สุด แต่สุดท้ายมันกับทำไม่ถึง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบตอนนี้กับตอน 2 สำหรับผมตอนนี้ดีกว่าหน่อยนึง เสียดายนักแสดงอย่าง เจนเย่มากๆ concept my body my choice ตกลงมันต้องยังไงกันแน่? ตอนนี้ยัง represent ออกมาได้ไม่กระจ่างเลย
ตอนที่ 5 ถล่มเก่ง เอาจริง 2 ตอนสุดท้ายนี้ผมไม่ค่อยคาดหวังเท่าไหร่ เพราะประเด็นมันเล่นง่ายอ่ะ แนวการเมือง มี references เยอะแยะ แต่ที่แตกต่างคือ มันเล่นกับกระแสสังคมตอนนั้นครับ จำได้ม้ย ตึกถล่มอ่ะ ข่าวนั้นแหละ ซึ่งสำหรับผมตอนนี้ก็ไม่เลวนะ แต่มันดันติดตรงระยะเวลา คือ สั้นเกินไป ถ้ายาวกว่านี้คงจะดีกว่านี้แน่ๆ แต่อันนี้ก็แล้วแต่คน เห็นนักรีวิวบางคนเค้าก็ไม่ชอบตอนนี้ แต่สำหรับผมชอบนะ อันนี้เป็นอีกนึงตอนที่แนะนำครับ
ตอนที่ 6 เลือกตั้ง เอาจริงสำหรับผมตอนนี้เป็นอีกหนึ่งตอนที่น่าผิดหวัง เพราะวัตถุดิบตอนนี้มันดีมากๆ เล่นได้ทั้งกระแส การเมือง คือ มันเป็นสิ่งที่แบบน่าจะเล่นได้ง่ายมากๆ อ่ะ แต่สำหรับผม ตอนนี้ symbolic มันเบาบางมากๆ อาจจะเพราะเวลาในตอนแหละปัญหาเหมือนตอนที่ 5
สรุปโดยรวม ซีรีส์เรื่องนี้สำหรับผมอยู่ในระดับปานกลาง แต่สำหรับผมมันไม่ได้เป็น แนนโน๊ะที่เรารู้จักเท่าไหร่ เวอร์ชันนี้ให้กลิ่นอายคล้ายๆ กับพวก robin hood ต่างจากของคิตตี้ ที่จะให้กลิ่นอายเหมือนโทมิเอะ ซึ่งมันแตกต่างแบบโดยสิ้นเชิง เอาเป็นว่าถ้าใครชอบเวอร์ชันของคิตตี้มาก อาจจะผิดหวังครับ แต่ถ้าเปิดใจดูมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ปล.คือมันอดเปรียบเทียบไม่ได้จริงๆ กับเวอร์ชันของคิตตี้ ซึ่งสำหรับผมเวอร์ชัน the reset อาจจะยังสู้เวอร์ชันของคิตตี้ไม่ได้
5/10 (คะแนนน่ารัก ช่วยสุดๆ)
รีวิวหลังดู ซีรีส์ girl from nowhere the reset ทุกตอน
จบกันไปแล้วครับสำหรับซีรีส์จิตวิทยาสยองขวัญอย่าง girl from nowhere the reset หรือเด็กใหม่ เดอะ รีเซต เอาจริงแค่ตอนแรกปล่อยไปก็เป็นดราม่าแล้วอ่ะ เป็นลางมาตั้งแต่ตอนแรก และก็เป็นมาเรื่อยๆ ทุกๆตอน ตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้าย
สำหรับผมในมุมมมองส่วนตัว คิดว่า ซีรีส์มันก็เป็นเหมือนที่ชาวเน็ตคนอื่นเค้าพูดแหละครับ แต่สำหรับผมถ้าตัดอคติทุกอย่างออก ตัวซีรีส์มันก็ไม่ได้แย่เข้าขั้นวิกฤต แต่ที่มันแย่ เพราะมาตรฐานของแฟนคลับแนนโน๊ะมันสูงมาก เนื่องด้วยซีรีส์ girl from nowhere 1-2 ทำออกมาได้ดีมาก ดังนั้นพอมีข่าวว่าจะมีการทำ girl from nowhere the reset มา มันเบนเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่คนตั้งตารอคอย ง่ายๆ คือ คาดหวังมากอ่ะ ก็เลยเจ็บหนักพอไม่ได้ดั่งใจ อีกอย่างผมมองว่าแฟนๆ แนนโน๊ะยังคงคิดภาพลักษณ์ของแนนโน๊ะเวอร์ชัน คิตตี้ และยังคงคิดอุปนิสัยของแนนโน๊ะมาจากคิตตี้อยู่ครับ
พอมาเวอร์ชันเบ็คกี้ ซึ่งบอกก่อนเลยว่าไม่ได้แสดงแย่ แต่มันก็มีช่วงนึงที่คนคิดว่าเบ็คกี้อาจจะยังไม่เหมาะสมกับบทนี้ รึเปล่า? แต่สุดท้ายเบ็คกี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถแสดงให้เป็นแนนโน๊ะได้จริง (สำหรับผมนะ😅) และชวนเน็ตก็เห็นด้วยจำนวนนึงครับว่าการแสดงของนักแสดงไม่ได้เป็นปัญหา แต่ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่บท และระยะเวลาในการเล่าที่สั้นไป และในซีรีส์ the reset นี้ แนนโน๊ะจะมีความเป็นแบบศาลเตี้ยนะครับ ดังนั้นอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นในซีซัน 1-2 ก็จะเห็นบ่อยเลยแหละ
ซึ่งพอระยะเวลาในการเล่าของแต่ละตอนมันไม่ถึง 1 ชม ด้วยซ้ำอะ มันเลยทำให้ symbolic ที่จะเล่าในแต่ละตอนก็น้อยและเบาบางไปด้วย
ขอบอกตรงนี้ก่อน ก่อนจะรีวิวแต่ละตอนแบบ no spoil คือ นักแสดงทุกคน แสดงดีหมดใน คหสต ของผม
ตอนที่ 1 บูลลี่ สำหรับผมตอนนี้ถือว่าทำได้ดีนะ อาจจะเป็นเพราะตอนแรกด้วยมั้ง คือ การเล่าของตอนมันยังไม่แย่ขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมติดเลยคือ symbolic ของตอน คือ มันเดิมอ่ะ ซ้ำ จำเจ ตอนนี้มันแค่เพิ่มเติมความโหดนิดๆ หน่อยๆ นักแสดงที่เป็นประเด็นของทุกตอน อย่างสกายก็มีบทเด่นในตอนนี้นี่แหละ ส่วนบทลงโทษสำหรับผมอาจจะยัง อาจจะเพราะมีปัจจัยภายนอกเข้ามาป่วนแนนโน๊ะมั้ง เลยรู้สึกว่ามันดุไม่สุดอ่ะ
ตอนที่ 2 กกน. เอาจริง สำหรับผม ไม่สนุกอ่ะ ประเด็นที่เล่ามาอ่ะ ดีแล้ว แต่! สำหรับผมอ่ะ มันจะมีอยู่ซีนนึง ทำลาย symbolic ทั้งหมดที่สร้างมาหมดเลย คือแบบ เห้อ….เพื่อไรวะ ในบรรดาทั้ง 6 ตอน ผมไม่ชอบตอนนี้มากที่สุด
ตอนที่ 3 อิจฉา ประเด็นเดิมๆ อีกละ แต่ตรงข้ามกับ กกน. คือ กกน. ประเด็นมันน่าสนใจ และไม่ค่อยมีใครเล่า แต่ตอนนี้เป็นตอนที่แบบคนเคยทำหนังเกี่ยวกับเรื่องของการอิจฉาเยอะมากอ่ะ แต่ต่อให้ประเด็นมันจะเดิมๆ แต่มันเล่าได้ดี และวิธีการเล่าเรื่องก็น่าสนใจ ตอนนี้แนะนำให้ไปดูครับ
ตอนที่ 4 only nanno คือ เหมือนตอน กกน.อ่ะครับ ประเด็นไม่ค่อยมีใครเล่ามาก่อน แต่! สุดท้ายก็ทำไม่ถึง ซึ่งตอนนี้เป็นตอนที่ผมตั้งตารอดูมากที่สุด แต่สุดท้ายมันกับทำไม่ถึง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบตอนนี้กับตอน 2 สำหรับผมตอนนี้ดีกว่าหน่อยนึง เสียดายนักแสดงอย่าง เจนเย่มากๆ concept my body my choice ตกลงมันต้องยังไงกันแน่? ตอนนี้ยัง represent ออกมาได้ไม่กระจ่างเลย
ตอนที่ 5 ถล่มเก่ง เอาจริง 2 ตอนสุดท้ายนี้ผมไม่ค่อยคาดหวังเท่าไหร่ เพราะประเด็นมันเล่นง่ายอ่ะ แนวการเมือง มี references เยอะแยะ แต่ที่แตกต่างคือ มันเล่นกับกระแสสังคมตอนนั้นครับ จำได้ม้ย ตึกถล่มอ่ะ ข่าวนั้นแหละ ซึ่งสำหรับผมตอนนี้ก็ไม่เลวนะ แต่มันดันติดตรงระยะเวลา คือ สั้นเกินไป ถ้ายาวกว่านี้คงจะดีกว่านี้แน่ๆ แต่อันนี้ก็แล้วแต่คน เห็นนักรีวิวบางคนเค้าก็ไม่ชอบตอนนี้ แต่สำหรับผมชอบนะ อันนี้เป็นอีกนึงตอนที่แนะนำครับ
ตอนที่ 6 เลือกตั้ง เอาจริงสำหรับผมตอนนี้เป็นอีกหนึ่งตอนที่น่าผิดหวัง เพราะวัตถุดิบตอนนี้มันดีมากๆ เล่นได้ทั้งกระแส การเมือง คือ มันเป็นสิ่งที่แบบน่าจะเล่นได้ง่ายมากๆ อ่ะ แต่สำหรับผม ตอนนี้ symbolic มันเบาบางมากๆ อาจจะเพราะเวลาในตอนแหละปัญหาเหมือนตอนที่ 5
สรุปโดยรวม ซีรีส์เรื่องนี้สำหรับผมอยู่ในระดับปานกลาง แต่สำหรับผมมันไม่ได้เป็น แนนโน๊ะที่เรารู้จักเท่าไหร่ เวอร์ชันนี้ให้กลิ่นอายคล้ายๆ กับพวก robin hood ต่างจากของคิตตี้ ที่จะให้กลิ่นอายเหมือนโทมิเอะ ซึ่งมันแตกต่างแบบโดยสิ้นเชิง เอาเป็นว่าถ้าใครชอบเวอร์ชันของคิตตี้มาก อาจจะผิดหวังครับ แต่ถ้าเปิดใจดูมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ปล.คือมันอดเปรียบเทียบไม่ได้จริงๆ กับเวอร์ชันของคิตตี้ ซึ่งสำหรับผมเวอร์ชัน the reset อาจจะยังสู้เวอร์ชันของคิตตี้ไม่ได้
5/10 (คะแนนน่ารัก ช่วยสุดๆ)