พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
๓. สัมมาสมาธิสูตร ว่าด้วยสัมมาสมาธิ [๑๑๓] ............................................
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เป็นผู้อาจบรรลุสัมมา- สมาธิอยู่ได้ ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้อดทนต่อรูป ๒. เป็นผู้อดทนต่อเสียง ๓. เป็นผู้อดทนต่อกลิ่น ๔. เป็นผู้อดทนต่อรส ๕. เป็นผู้อดทนต่อโผฏฐัพพะ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เป็นผู้อาจบรรลุ สัมมาสมาธิอยู่ได้
(นี่คือ อินทรียสังวร)
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
๘. อินทรียสังวรสูตร [๓๒๑]
...... ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออินทรียสังวรมีอยู่ ศีลของภิกษุผู้มีอินทรียสังวร สมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิของภิกษุผู้มีศีล สมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสนะของ ภิกษุผู้มีสัมมาสมาธิสมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อยถาภูตญาณทัสนะมีอยู่ นิพพิทาวิราคะของภิกษุผู้มียถาภูตญาณทัสนะสมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อ นิพพิทาวิราคะมีอยู่ วิมุตติญาณทัสนะของภิกษุ ผู้มีนิพพิทาวิราคะสมบูรณ์ ย่อมมี อุปนิสัยสมบูรณ์ เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มีกิ่งและใบสมบูรณ์ แม้สะเก็ดของต้นไม้ นั้นก็ถึงความบริบูรณ์ แม้เปลือกก็ถึงความบริบูรณ์ แม้กระพี้ก็ถึงความบริบูรณ์ แม้แก่นก็ถึงความบริบูรณ์ ฉะนั้น ฯ
《เพิ่มเติม》........................................
ยถาภูตญาณทัสสนะ แปลว่า "ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง" คือ ปัญญาที่เห็นนามรูป (ขันธ์ 5) ตามที่เป็นจริงว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน จนจิตเห็นความจริงของเหตุปัจจัยที่ทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นและดับไปเอง ลดการยึดติดถือมั่น เป็นวิปัสสนาญาณที่ยังอ่อนกำลัง (ตรุณวิปัสสนา) ก่อนจะพัฒนาสู่มรรคผล
ความหมายและองค์ประกอบของ ยถาภูตญาณทัสสนะ
ยถาภูต (ตามความเป็นจริง) + ญาณ (ความรู้) + ทสฺสน (การเห็น) = ความรู้ความเห็นแจ้งตามความเป็นจริง
เป็นญาณในวิปัสสนา: มักหมายถึง ปัจจยปริคคหญาณ (ญาณกำหนดรู้ปัจจัยแห่งนามรูป) คือรู้ว่านามรูปไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เกิดจากเหตุปัจจัย
ตัวอย่างการใช้งาน: เมื่อตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ จิตเห็นสภาวะธรรมนั้นๆ ว่าเป็นเพียงสภาวะที่ไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆ เรา ทำใจยอมรับความจริงตรงหน้าได้ ไม่เป็นทุกข์
ความสำคัญ: เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่าย (นิพพิทา) ความคลายกำหนัด (วิราคะ) จนนำไปสู่การหลุดพ้น
........ขอบตุณ AI
สัมมาสมาธิ
๓. สัมมาสมาธิสูตร ว่าด้วยสัมมาสมาธิ [๑๑๓] ............................................
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เป็นผู้อาจบรรลุสัมมา- สมาธิอยู่ได้ ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้อดทนต่อรูป ๒. เป็นผู้อดทนต่อเสียง ๓. เป็นผู้อดทนต่อกลิ่น ๔. เป็นผู้อดทนต่อรส ๕. เป็นผู้อดทนต่อโผฏฐัพพะ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เป็นผู้อาจบรรลุ สัมมาสมาธิอยู่ได้
(นี่คือ อินทรียสังวร)
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
๘. อินทรียสังวรสูตร [๓๒๑]
...... ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออินทรียสังวรมีอยู่ ศีลของภิกษุผู้มีอินทรียสังวร สมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อศีลมีอยู่ สัมมาสมาธิของภิกษุผู้มีศีล สมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่ ยถาภูตญาณทัสนะของ ภิกษุผู้มีสัมมาสมาธิสมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อยถาภูตญาณทัสนะมีอยู่ นิพพิทาวิราคะของภิกษุผู้มียถาภูตญาณทัสนะสมบูรณ์ ย่อมมีอุปนิสัยสมบูรณ์ เมื่อ นิพพิทาวิราคะมีอยู่ วิมุตติญาณทัสนะของภิกษุ ผู้มีนิพพิทาวิราคะสมบูรณ์ ย่อมมี อุปนิสัยสมบูรณ์ เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มีกิ่งและใบสมบูรณ์ แม้สะเก็ดของต้นไม้ นั้นก็ถึงความบริบูรณ์ แม้เปลือกก็ถึงความบริบูรณ์ แม้กระพี้ก็ถึงความบริบูรณ์ แม้แก่นก็ถึงความบริบูรณ์ ฉะนั้น ฯ
《เพิ่มเติม》........................................
ยถาภูตญาณทัสสนะ แปลว่า "ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง" คือ ปัญญาที่เห็นนามรูป (ขันธ์ 5) ตามที่เป็นจริงว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน จนจิตเห็นความจริงของเหตุปัจจัยที่ทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นและดับไปเอง ลดการยึดติดถือมั่น เป็นวิปัสสนาญาณที่ยังอ่อนกำลัง (ตรุณวิปัสสนา) ก่อนจะพัฒนาสู่มรรคผล
ความหมายและองค์ประกอบของ ยถาภูตญาณทัสสนะ
ยถาภูต (ตามความเป็นจริง) + ญาณ (ความรู้) + ทสฺสน (การเห็น) = ความรู้ความเห็นแจ้งตามความเป็นจริง
เป็นญาณในวิปัสสนา: มักหมายถึง ปัจจยปริคคหญาณ (ญาณกำหนดรู้ปัจจัยแห่งนามรูป) คือรู้ว่านามรูปไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เกิดจากเหตุปัจจัย
ตัวอย่างการใช้งาน: เมื่อตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ จิตเห็นสภาวะธรรมนั้นๆ ว่าเป็นเพียงสภาวะที่ไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆ เรา ทำใจยอมรับความจริงตรงหน้าได้ ไม่เป็นทุกข์
ความสำคัญ: เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่าย (นิพพิทา) ความคลายกำหนัด (วิราคะ) จนนำไปสู่การหลุดพ้น
........ขอบตุณ AI