ทำไมค่ายรถญี่ปุ่นจึงไม่สนใจผลิตรถไฟฟ้าแข่งกับจีน

กระทู้คำถาม
ถ้ามองจากหลายๆปีมานี้น่าจะได้คำตอบว่า ไม่คุ้มมีแต่ขาดทุนถ้าจะ บริหารแบบญี่ปุ่นแล้วไปแข่งกับจีน
ก็อย่างที่รู้ จีน สิ่งแรกที่อยู่ในหัวของการทำธุรกิจคือ ตีหัวเข้าบ้าน ได้กำไรแล้วจะยุติกิจการเมื่อไหร่ก็ทำได้  ไม่เน้นสร้างแบนด์ยาวๆ
รถมันก็เลยมีราคาถูกเพราะไม่ต้องสนคำว่ารับประกัน ไม่ต้องสนกับการบริการหลังการขาย  
รถญี่ปุ่นที่เราซื้อไปเราก็คุ้นกับคำว่า ทุกหมื่นโลมาเช็คฟรีจนถึง1แสนโล หรือ ถึง 3 ปีก่อน    อะไหล่เปลี่ยนฟรีรอไม่นาน (ถ้ารถผลิตในไทย) หรือรออะไหล่ 1-2เดือนถ้าผลิตนอกประเทศ  ถ้าญี่ปุ่นตั้งใจจะผลิตอีวีแข่งกับจีนแล้วพร้อมรับประกันเหมือนรถน้ำมันญี่ปุ่น และรถที่ได้ไปมีคุณภาพเหมือนรถญี่ปุ่นจริงๆ ราคาคงไม่ต่างจากเทสล่าเท่าไหร่ คือหลักล้านต้นๆขึ้นไป แล้วจะขายได้หรือกับรถจีนลดแบบเหมาๆ คันละ2-3แสนยังมี  ก็คงจะเจ๊งหมือนเครื่องไฟฟ้าญี่ปุ่นที่ถูกเครื่องไฟฟ้าเทกองของจีนขโมยตลาดไปหมด  3-4อันต้องมีดีหลุดรอดมาสักอันละน่า ( ในความคิดคนซื้อ)

แต่ค่ายรถญี่ปุ่นจะพยายามเลี่ยงไปตอบว่า รถEVมันไม่ใช่คำตอบ  แต่จริงๆคือ ไม่อยากลงไปแข่งขันในตลาดนี้

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
เพราะรถ EV มันไปทำลายSupply Chain ของประเทศไง รถยนต์สันดาป 1 คัน มีชิ้นส่วนเป็นหมื่นชิ้น ญี่ปุ่นมีบริษัทผลิตชิ้นส่วนและแรงงานที่ผูกติดกับระบบนี้หลายล้านคน  ส่วนรถ EV มีชิ้นส่วนหลักๆ แค่แบตเตอรี่กับมอเตอร์ ทีนี้ถ้าแบบญี่ปุ่นหักดิบเปลี่ยนเป็น EV ทันที บริษัทผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เกียร์ ท่อไอเสีย จะล้มละลายระนาว และจะเกิดวิกฤตคนตกงานครั้งใหญ่ในประเทศ ส่วนนึงคือแบบนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่