หนังสือญี่ปุ่นห้ามลดราคา

กระทู้สนทนา
แม้ทุกวันนี้ญี่ปุ่นจะเผชิญกับปัญหาคนเข้าร้านหนังสือน้อยลงไม่ต่างจากที่อื่น แต่หนึ่งในเหตุผลที่ร้านหนังสือขนาดเล็กไปจนระดับกลางๆ ในญี่ปุ่นยังพออยู่ได้ และมีหนังสือหลากหลายให้เลือกอ่านอยู่เสมอ คือการกำหนดกฎเกณฑ์จากภาครัฐเพื่อหวังจะรักษาระบบนิเวศของวงการหนังสือเอาไว้
.
และกฏเกณฑ์ที่ว่านั้นก็คือการห้ามลดราคาหนังสือใหม่ ไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ แต่ยังหมายรวมกระทั่งหนังสือญี่ปุ่นที่ขายใน Amazon คือห้ามลดด้วยเช่นกัน เมื่อสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นตั้งราคามาแล้ว ทุกที่ต้องขายราคาเดียวกันหมด! เอ้อ หนังสือที่ว่าหมายถึงหนังสือที่มีการตีพิมพ์เป็นรูปเล่มเท่านั้นนะ อีบุ๊กไม่นับ!
.
ว่ากันตามตรงการทำแบบนี้ก็ถือเป็นการแทรกแซงตลาดโดยภาครัฐ ผิดกับสินค้าโดยทั่วไปที่สามารถขายตัดราคากันได้ แต่ไม่ใช่กับหนังสือ เพราะญี่ปุ่นถือว่าหนังสือคือส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางวัฒนธรรมที่ช่วยหล่อหลอมสังคมให้มีคุณภาพด้วยการอ่าน จึงมีการควบคุมระบบนิเวศของวงการนี้ไว้ ไม่ให้บิดเบี้ยวเพราะการตัดราคาแบบใครใหญ่ใครอยู่
.
ลองคิดดูว่าหากไม่มีการห้ามลดราคาหนังสือใหม่จะเกิดอะไรขึ้น อย่างแรกเลยคือร้านหนังสือใหญ่ๆ ก็จะลดราคากันฉ่ำเพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้านตัวเอง แน่นอนว่าร้านเล็กๆ ก็คงรอดยาก กลายเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ แค่ไม่กี่เจ้าที่ยืนระยะได้ จนเมื่อคู่แข่งล้มหายตายจาก ราคาหนังสือก็อาจแพงขึ้นเพราะไม่มีใครแข่งขันกันเรื่องราคาอีก แต่ถ้าราคาหนังสือเท่ากันหมดทุกร้านในญี่ปุ่น คนอ่านจะซื้อที่ไหนก็ไม่ต่าง เพราะร้านหนังสือแถวบ้านก็ขายราคาเดียวกัน
.
อีกสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือเรื่องความหลากหลายของหนังสือในร้าน ถ้าไม่ห้ามลดราคา ร้านหนังสือเล็กๆ ก็คงจะเลือกแต่มังงะเรื่องดังและหนังสือเบสต์เซลเลอร์มาขาย เพราะมันการันตียอดได้และขายออกเร็ว พวกมังงะเฉพาะทาง หนังสือแนววิชาการที่อ่านยาก หรือแนวอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นกระแส ก็จะหาไม่ได้เลยในร้านหนังสือเล็กๆ เพราะมันขายยาก ออกช้า พอมีการควบคุมราคาให้คงที่เอาไว้ ร้านหนังสือเล็กๆ ก็กล้าสต๊อกหนังสือที่หลากหลายเข้ามาในร้านมากขึ้นตามไปด้วย
.
ประโยชน์อีกอย่างของการห้ามลดราคาคือการปกป้องสำนักพิมพ์และนักเขียน ถ้าปล่อยให้ร้านหนังสือลดราคาเองได้ ร้านก็อาจจะไปกดราคากับสำนักพิมพ์ แล้วสำนักพิมพ์ก็อาจจะไปกดราคากับนักเขียนอีกที และเมื่อรายได้ของคนทำงานหนังสือลดลง ก็คงส่งผลถึงคุณภาพของหนังสือในหลายๆ มิติที่น่าจะลดลงตามไปด้วยนั่นละ  
.
แม้จะลดราคาหนังสือโดยตรงไม่ได้ ถึงกระนั้นร้านหนังสือใหญ่ๆ ก็ยังพอจะลดราคาหนังสือได้แบบอ้อมๆ ด้วยเทคนิคการให้ลูกค้าสะสมพอยต์อะไรเทือกๆ นั้น หรือบางร้านก็อาจทำเซตขายพร้อมของแถมอื่นๆ หรืออาจขายแบบยกเซตถูกกว่าอะไรก็ว่าไป แต่ถ้าเป็นเล่มแยกต้องขายตามราคาหน้าปกเท่านั้น ร้านหนังสือจะลดราคาได้ก็ต่อเมื่อหนังสือเล่มนั้นไม่ได้อยู่ในระบบแล้ว พูดง่ายๆ ว่าหนังสือที่พร้อมจะโละออกจากสต็อก ไม่ตีพิมพ์แล้ว หรือพวกหนังสือมือสองต่างๆ พวกนี้ลดได้
.
สรุปว่าการห้ามลดราคาโดยภาครัฐก็เพื่อที่จะรักษาระบบนิเวศของวงการหนังสืออย่างที่ว่าไปคร่าวๆ ทำให้ร้านหนังสือในเมืองเล็กๆ ยังอยู่ได้ มีความหลากหลายของหนังสือภายในร้าน รวมไปถึงการปกป้องคนทำงานเบื้องหลัง ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการที่จะรักษาระบบนิเวศของวงการหนังสือเอาไว้เท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ท้าทายในยุคสมัยที่คนเข้าหนังสือน้อยลงจนกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
.
แต่อย่างน้อย...หากระบบนิเวศของวงการตัวอักษรยังพอไปไหว คนขายตัวเล็กๆ ก็อาจเหนื่อยใจแต่ไหวอยู่ ด้วยเหตุนี้ร้านหนังสือในญี่ปุ่นจึงกลายอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าเข้าไปเปิดหูเปิดตาบ่อยๆ ถึงแม้จะเป็นร้านหนังสือเล็กๆ สำหรับคนอ่านที่อยู่ชายขอบของเมืองก็ตาม

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่