“มีสถานที่หนึ่ง…
ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘บ้าน’ ของผู้คนกว่า 100 ชีวิต
แต่วันหนึ่ง…
พวกเขาหายไปทั้งหมด
โดยไม่มีร่องรอย”
ปี 1587
ชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งกว่า 100 คน
ตัดสินใจออกเดินทางข้ามมหาสมุทร
เพื่อไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในโลกใหม่
พวกเขาเลือกเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
ที่ชื่อว่า “โรอาโนค”
ที่นั่น…
เต็มไปด้วยป่าไม้
สัตว์ป่า
และความหวัง
ผู้คนเริ่มสร้างบ้าน
ปลูกพืช
ใช้ชีวิตเหมือนเมืองเล็ก ๆ ทั่วไป
และที่นั่นเอง
เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้น
ชื่อของเธอคือ
“เวอร์จิเนีย แดร์”
เธอคือเด็กชาวอังกฤษคนแรก
ที่เกิดในดินแดนอเมริกา
ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มต้นได้ดี
แต่ความจริง…ไม่ใช่แบบนั้น
อาหารเริ่มขาดแคลน
ความสัมพันธ์กับชนพื้นเมือง
เริ่มตึงเครียด
ผู้ว่าการของอาณานิคม
จอห์น ไวท์
จึงตัดสินใจเดินทางกลับอังกฤษ
เพื่อไปหาเสบียง
และความช่วยเหลือ
ก่อนจะจากไป
เขาสั่งลูกสาวของเขาไว้ว่า
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น
ให้สลักชื่อสถานที่ที่พวกเจ้าจะไปไว้”
เขาคิดว่า…
อีกไม่นานเขาจะกลับมา
แต่เขาคิดผิด
ในเวลานั้น
อังกฤษกำลังทำสงครามกับสเปน
เรือทุกลำถูกใช้ในสงคราม
ทำให้จอห์น ไวท์
ไม่สามารถกลับไปที่โรอาโนคได้
เขาต้องรอ…
หนึ่งปี
สองปี
สามปี
จนเวลาผ่านไป…เกือบ 3 ปีเต็ม
เมื่อเขากลับไปถึงโรอาโนคอีกครั้ง
สิ่งที่เขาเห็น…
ไม่ใช่เมืองที่เขาทิ้งไว้
บ้าน…ว่างเปล่า
ไม่มีเสียงคน
ไม่มีควันไฟ
ทุกอย่างดูเหมือนถูกทิ้งร้าง
มานาน
แต่สิ่งที่แปลกที่สุดคือ
ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้
ไม่มีศพ
ไม่มีเลือด
เหมือนกับว่า…
ทุกคน “หายไป” พร้อมกัน
เขาเดินสำรวจไปทั่วพื้นที่
จนกระทั่ง…
เขาเห็นบางอย่าง
บนเสาไม้ต้นหนึ่ง
มีคำถูกสลักไว้
คำว่า
“CROATOAN”
คำนี้…
คือชื่อของเกาะใกล้เคียง
และเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่ง
มันอาจจะเป็น “ข้อความ”
หรือ “เบาะแสสุดท้าย”
ที่ผู้คนในอาณานิคม
พยายามทิ้งไว้
จอห์น ไวท์
พยายามจะไปที่เกาะนั้นทันที
แต่พายุรุนแรง
ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางต่อได้
และสุดท้าย…
เขาก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย
ตั้งแต่นั้นมา
คดีของโรอาโนค
กลายเป็นหนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
บางคนเชื่อว่า
พวกเขาอาจย้ายไปอยู่กับชนพื้นเมือง
เพื่อเอาชีวิตรอด
บางคนเชื่อว่า
พวกเขาถูกสังหาร
หรืออาจจะ…
เกิดโรคระบาด
แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
พอจะยืนยันได้
มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ
บางคนเชื่อว่า
พวกเขาอาจจะพยายามย้ายถิ่นฐาน
แต่ระหว่างทาง
เกิดเหตุบางอย่างขึ้น
และไม่มีใครรอด
แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้
“ลึกลับ” จริง ๆ คือ
ไม่มีใครเคยพบ
ซากของเมืองใหม่
หรือศพของผู้คนเหล่านั้นเลย
แม้แต่ชิ้นเดียว
เหมือนกับว่า…
พวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
และคำว่า “CROATOAN”
ก็ยังคงเป็นปริศนา
มันคือคำใบ้?
หรือแค่ชื่อสถานที่?
หรือมันมีความหมาย
มากกว่านั้น…
เวลาผ่านไปกว่า 400 ปี
นักประวัติศาสตร์
นักสำรวจ
และนักวิจัย
พยายามหาคำตอบ
แต่จนถึงวันนี้…
ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า
เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนกว่า 100 ชีวิตนั้น
(เสียงเบาลง)
“บางที…
คำตอบอาจหายไป
พร้อมกับพวกเขา”
"The Lost Colony"
ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘บ้าน’ ของผู้คนกว่า 100 ชีวิต
พวกเขาหายไปทั้งหมด
โดยไม่มีร่องรอย”
ชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งกว่า 100 คน
ตัดสินใจออกเดินทางข้ามมหาสมุทร
เพื่อไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในโลกใหม่
ที่ชื่อว่า “โรอาโนค”
เต็มไปด้วยป่าไม้
สัตว์ป่า
และความหวัง
ปลูกพืช
ใช้ชีวิตเหมือนเมืองเล็ก ๆ ทั่วไป
เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้น
“เวอร์จิเนีย แดร์”
ที่เกิดในดินแดนอเมริกา
ความสัมพันธ์กับชนพื้นเมือง
เริ่มตึงเครียด
จอห์น ไวท์
จึงตัดสินใจเดินทางกลับอังกฤษ
และความช่วยเหลือ
เขาสั่งลูกสาวของเขาไว้ว่า
ให้สลักชื่อสถานที่ที่พวกเจ้าจะไปไว้”
อีกไม่นานเขาจะกลับมา
อังกฤษกำลังทำสงครามกับสเปน
ทำให้จอห์น ไวท์
ไม่สามารถกลับไปที่โรอาโนคได้
สองปี
สามปี
ไม่ใช่เมืองที่เขาทิ้งไว้
ไม่มีเสียงคน
ไม่มีควันไฟ
มานาน
ไม่มีศพ
ไม่มีเลือด
ทุกคน “หายไป” พร้อมกัน
เขาเห็นบางอย่าง
มีคำถูกสลักไว้
คือชื่อของเกาะใกล้เคียง
พยายามทิ้งไว้
พยายามจะไปที่เกาะนั้นทันที
ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางต่อได้
เขาก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย
คดีของโรอาโนค
กลายเป็นหนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
พวกเขาอาจย้ายไปอยู่กับชนพื้นเมือง
เพื่อเอาชีวิตรอด
พวกเขาถูกสังหาร
เกิดโรคระบาด
พอจะยืนยันได้
พวกเขาอาจจะพยายามย้ายถิ่นฐาน
เกิดเหตุบางอย่างขึ้น
“ลึกลับ” จริง ๆ คือ
ซากของเมืองใหม่
หรือศพของผู้คนเหล่านั้นเลย
พวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
ก็ยังคงเป็นปริศนา
หรือแค่ชื่อสถานที่?
มากกว่านั้น…
นักสำรวจ
และนักวิจัย
คำตอบอาจหายไป
พร้อมกับพวกเขา”