สวัสดีครับผมเป็นเด็กวัย 17 ปีนะครับ
คือผมในวัย 17 ถูกกดดัน จากหลายๆด้านครับระหว่างสิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่ต้องทำเพื่ออนาคต และสิ่งที่ครอบครัวขาดหวัง ซึ่งสิ่งที่ครอบครัวขาดหวัง ผมก็พยายามทำอย่างเต็มที่ครับ ผลการเรียนก็เกรด 3++ ครับ และยังมีผลงานการแข่งขันหลายด้านเลย แต่ปัญหาคือ ครอบครัวผม จะชอบนำข้อผิดผลาดของผม ไปเปรียบเทียบกับ ลูกของคนอื่นๆ “ ทำไม ◌ึง ทำไม่ได้แบบเค้า ทำไม ◌ึง ไม่เรียนแบบเค้า ไม่เรียนสายการเรียนแบบเค้า ” และผมก็บอกกับครอบครัวว่าแต่ละคนเก่งกันคนละด้าน แต่ที่โดนตอบกลับคืออย่าเถียง ทำตามที่บอก ผมรู้สึกว่าตัวผมเอง อยากหนีออกจากบ้าน ไปให้ไกล ไม่อยากอยู่กับความรู้สึกที่ไม่ใช่ตัวของตัวเอง เวลาญาติๆ มา ผมเหมือนเป็นเพียงตุ๊กตาหุ่นเชิด ที่ต้องใส่หน้ากากภายนอกดูสดใสแต่ข้างในแตกสลายไปแล้วครับ ไม่มีคนให้ปรึกษา.... บางครั้งเวลาเข้าห้องน้ำ ก็มีแอบร้องให้ โดยไม่ให้ใครรู้ บางทีนอนก็ร้องให้ออกมาแต่กลั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ เหมือนผมเป็นเพียงนกที่อยู่ในกรงทองครับ เวลาญาติๆมา แม่ผมนั้นอวดผมมากมายเลยครับ พอญาติๆ ไปก็นำมาขังไว้ในกรงแบบเดิมครับ แล้วพ่อกับแม่ผม ก็ชอบทะเลาะกันบ่อยมากครับ บางทีเวลานอน ผมถึงขั้นใส่หูฟัง เปิดเสียงดังๆ เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงทะเลาะกัน เพื่อให้ผ่านๆ คืนนั้นไป ผมโดนบังคับให้ทำในสิ่งตัวเองไม่ได้ชอบ ตั้งแต่เด็กแล้วครับ พ่อผมขี้งกมาก เวลาขออะไร ต้องขอเป็นอาทิตย์ครับและบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้บางครั้งที่อยากได้อะไร ต้องเก็บตังจากค่าขนมวันละ 5-10 บาทและรับจ้างญาติๆ เพื่อซื้อของที่อยากได้ ส่วนแม่ผม ก็เป็นคนที่ชอบเปรียบเทียบมากครับ และพ่อผมเป็นคนขี้งก ทำให้แม่ทะเลาะกับพ่อเรื่องนี้บ่อยมากครับ ความรู้สึกเวลาพ่อแม่ทะเลาะกัน ผมมีความรู้สึก อยากหนีไปให้ไกล แล้วไม่กลับมาเลยครับ ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยครับ ผมอยากหนีออกจากบ้ายตั้งแต่ ป.5 แล้วครับ รบางทีผมก็อิจฉา เพื่อนผมหลายคนครับ ถึงจะไม่ได้อยู่สบายแบบผม แต่มีอิสระ ได้ใช้ความคิดของตัวเอง ได้ทำตามความฝันของตัวเอง ตอนนี้ผมมีแนวที่ว่า ถ้าเรียนจบ ป.ตรี ผมจะหนีออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และไม่ติดต่อกลับมาอีก ถ้าติดต่ออยู่ มันก็จะวนลูปอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ และบางทีผมยังคิดว่าผม เป็นซึมเศร้ารึเปล่า บางทีก็อยากหายไปจากโลกนี้เลยครับ มีความคิดที่ว่า อยากหาย ไปจากโลกใบนี้คงจะดี ไม่มีอะไรให้คิดอีกแล้ว ไม่มีใครเปรียบเทียบเราอีกแล้ว แต่ผมก็ฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า ผมต้องอยู่เพื่อให้ชีวิตให้คุ้มค่าครับ ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง น่าตลกดีนะครับ ที่เด็ก 17 ต้องมาเจอกับความรู้สึกแบบนี้
ปัญหาครอบครัว ครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน
คือผมในวัย 17 ถูกกดดัน จากหลายๆด้านครับระหว่างสิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่ต้องทำเพื่ออนาคต และสิ่งที่ครอบครัวขาดหวัง ซึ่งสิ่งที่ครอบครัวขาดหวัง ผมก็พยายามทำอย่างเต็มที่ครับ ผลการเรียนก็เกรด 3++ ครับ และยังมีผลงานการแข่งขันหลายด้านเลย แต่ปัญหาคือ ครอบครัวผม จะชอบนำข้อผิดผลาดของผม ไปเปรียบเทียบกับ ลูกของคนอื่นๆ “ ทำไม ◌ึง ทำไม่ได้แบบเค้า ทำไม ◌ึง ไม่เรียนแบบเค้า ไม่เรียนสายการเรียนแบบเค้า ” และผมก็บอกกับครอบครัวว่าแต่ละคนเก่งกันคนละด้าน แต่ที่โดนตอบกลับคืออย่าเถียง ทำตามที่บอก ผมรู้สึกว่าตัวผมเอง อยากหนีออกจากบ้าน ไปให้ไกล ไม่อยากอยู่กับความรู้สึกที่ไม่ใช่ตัวของตัวเอง เวลาญาติๆ มา ผมเหมือนเป็นเพียงตุ๊กตาหุ่นเชิด ที่ต้องใส่หน้ากากภายนอกดูสดใสแต่ข้างในแตกสลายไปแล้วครับ ไม่มีคนให้ปรึกษา.... บางครั้งเวลาเข้าห้องน้ำ ก็มีแอบร้องให้ โดยไม่ให้ใครรู้ บางทีนอนก็ร้องให้ออกมาแต่กลั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ เหมือนผมเป็นเพียงนกที่อยู่ในกรงทองครับ เวลาญาติๆมา แม่ผมนั้นอวดผมมากมายเลยครับ พอญาติๆ ไปก็นำมาขังไว้ในกรงแบบเดิมครับ แล้วพ่อกับแม่ผม ก็ชอบทะเลาะกันบ่อยมากครับ บางทีเวลานอน ผมถึงขั้นใส่หูฟัง เปิดเสียงดังๆ เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงทะเลาะกัน เพื่อให้ผ่านๆ คืนนั้นไป ผมโดนบังคับให้ทำในสิ่งตัวเองไม่ได้ชอบ ตั้งแต่เด็กแล้วครับ พ่อผมขี้งกมาก เวลาขออะไร ต้องขอเป็นอาทิตย์ครับและบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้บางครั้งที่อยากได้อะไร ต้องเก็บตังจากค่าขนมวันละ 5-10 บาทและรับจ้างญาติๆ เพื่อซื้อของที่อยากได้ ส่วนแม่ผม ก็เป็นคนที่ชอบเปรียบเทียบมากครับ และพ่อผมเป็นคนขี้งก ทำให้แม่ทะเลาะกับพ่อเรื่องนี้บ่อยมากครับ ความรู้สึกเวลาพ่อแม่ทะเลาะกัน ผมมีความรู้สึก อยากหนีไปให้ไกล แล้วไม่กลับมาเลยครับ ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยครับ ผมอยากหนีออกจากบ้ายตั้งแต่ ป.5 แล้วครับ รบางทีผมก็อิจฉา เพื่อนผมหลายคนครับ ถึงจะไม่ได้อยู่สบายแบบผม แต่มีอิสระ ได้ใช้ความคิดของตัวเอง ได้ทำตามความฝันของตัวเอง ตอนนี้ผมมีแนวที่ว่า ถ้าเรียนจบ ป.ตรี ผมจะหนีออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และไม่ติดต่อกลับมาอีก ถ้าติดต่ออยู่ มันก็จะวนลูปอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ และบางทีผมยังคิดว่าผม เป็นซึมเศร้ารึเปล่า บางทีก็อยากหายไปจากโลกนี้เลยครับ มีความคิดที่ว่า อยากหาย ไปจากโลกใบนี้คงจะดี ไม่มีอะไรให้คิดอีกแล้ว ไม่มีใครเปรียบเทียบเราอีกแล้ว แต่ผมก็ฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า ผมต้องอยู่เพื่อให้ชีวิตให้คุ้มค่าครับ ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง น่าตลกดีนะครับ ที่เด็ก 17 ต้องมาเจอกับความรู้สึกแบบนี้