JJNY : “ภัทรพงษ์” ซัดรบ.นิ่ง│ชี้ปี 70 หมดเสน่ห์ลงทุน│IMF ชี้‘เจตจำนงทางการเมือง’กำหนดชะตา ศก.│เตือน “ฮิตเลอร์” จะกลับมา

“ภัทรพงษ์” ซัด ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนืออ่วม รัฐบาลนิ่ง ทำงานจ่ายแต่พาราแต่ปัญหานี้ต้องผ่าตัดด่วน
.

.
“ภัทรพงษ์” สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ร่ายยาว ปัญหาฝุ่น PM2.5 จากไฟป่ากำลังท่วมภาคเหนือ แต่รัฐบาลยังไม่ขยับ ทำงานเหมือนหมอเอาแต่จ่ายยาพาราฯ แต่ปัญหาตอนนี้ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนแล้ว จี้ นำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับมาพิจารณาต่อโดยด่วน
.
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความจวกรัฐบาลท่ามกลางสถานการณ์ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 ท่วมภาคเหนือ โดยระบุว่า
.
ฝุ่นพิษ PM2.5 ท่วมหนัก ภาคเหนือ-อีสานบน แต่รัฐบาลไม่ขยับ ทำงานเหมือนหมอเอาแต่จ่ายพารา ทั้งที่ปัญหานี้ต้องผ่าตัดด่วนแล้ว
.
ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ตอนนี้ ไม่ได้หนักแค่ภาคเหนือแล้วครับ แต่ยังมีภาคอีสานตอนบนที่ค่าฝุ่นพุ่งขึ้นหนักมาก ในพื้นที่จังหวัด นครพนม เลย หนองคาย และบึงกาฬ ที่ตอนนี้ทั้ง 4 จังหวัดเจอฝุ่นท่วมหนัก ทะลุเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่นพิษ PM2.5 แล้วเช่นเดียวกันกับภาคเหนือ โดยที่รัฐบาลไม่ขยับในการรับมือกับผลกระทบกับชีวิตประชาชนเลย
.
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพปัญหาฝุ่นในประเทศไทยชัดเจนขึ้น ผมจึงใช้ Google Earth Engine ดึงข้อมูลค่าควัน+ฝุ่นละอองในอากาศ จากดาวเทียม Sentinel5P มาแสดงผลร่วมกับค่า Hotspot (สีแดงในภาพ) จาก NASA ครับ โดยเป็นข้อมูลช่วงวันที่ 8-16 เมษายนที่ผ่านมา
.
เราจะเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้ปริมาณควันสะสมหนักมาก ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน สอดคล้องกับค่า PM2.5 ที่รุนแรงมากๆในพื้นที่ที่แรเงาสีดำเข้ม และเห็นชัดเจนถึงกลุ่มพื้นที่ที่มีการเผาไหม้ ผ่านจุด Hotspot ที่มีหนาแน่นมากๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ประเทศลาว ที่แน่นอนครับ เมื่อดูจากทิศทางของลมด้วยแล้ว ส่งผลกระทบกับภาคอีสานตอนบนโดยตรง ทำให้ตอนนี้ไม่ใช่แค่ภาคเหนือที่อ่วมไปด้วยฝุ่นพิษ PM2.5 แต่ยังมีภาคอีสานตอนบน ที่แม้ค่า Hotspot จะมีน้อย แต่รับจากประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างหนัก ในพื้นที่จังหวัดที่ติดกับแนวแม่น้ำโขงประเทศเพื่อนบ้าน
.
นี่คือปัญหาที่พรรคประชาชนเราเตือนรัฐบาลไว้ก่อนแล้ว ว่าต้องเร่งจัดการก่อนที่จะเกิดปัญหา แต่เมื่อรัฐบาลละเลย ทำให้วันนี้เราเจอผลกระทบที่รุนแรง แต่แล้ว รัฐบาลก็ยังละเลยต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีการรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนเลย ทั้งที่ฝุ่นพิษPM2.5 นั้นอันตรายต่อชีวิตของประชาชนมาก อาจไม่ส่งผลให้เห็นชัดในวันนี้ แต่ส่งผลในระยะยาวอย่างแน่นอนครับ
.
ผมและพรรคประชาชน ขอเรียกให้รัฐบาลดำเนินการกับเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ทั้งการจัดการปัญหาที่ต้นตอไฟในพื้นที่ป่า และการรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน โดยการเร่งติดตั้งห้องปลอดฝุ่น (Positive Pressure Room) และมุ้งสู้ฝุ่น ให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางโดยด่วน เร่งใช้งบประมาณเพื่อลดความเสี่ยงกับประชาชนในตอนนี้ เพราะชีวิตและสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
.
พร้อมขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับมาพิจารณาต่อโดยด่วน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ ให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้โดยเร็ว หากรัฐบาลเห็นความสำคัญของชีวิตประชาชน และมีความตั้งใจจริง รัฐบาลไม่มีทางละเลยปัญหาแบบนี้
.
.

.
อ.ธรรมศาสตร์ เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำสุดอาเซียนอีกนาน หากไม่แก้หนี้–แรงงาน ชี้ปี 70 หมดเสน่ห์ลงทุน
https://www.dailynews.co.th/news/5791680/
.
อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ เตือนเศรษฐกิจติดหล่มโตต่ำสุดในอาเซียนอีกนาน หากไม่เร่งแก้ไขโครงสร้าง ปัญหาหนี้ –แรงงานพอกหางหมู ชี้ปี 70 หมดเสน่ห์การลงทุน แนะรัฐเร่งกระตุ้นเฉพาะจุด 6 เดือน ระยะยาวปรับโครงสร้างเพิ่ม
.
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงกรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยเหลือเติบโต 1.5% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน และตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยระบุว่า ตัวเลขที่ต่ำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะส่วนแรกเมื่อเปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจไทยกับเพื่อนบ้าน ไทยเรามีเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้อัตราเติบโตค่อนข้างต่ำ แต่อย่างไรแล้วไทยก็ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างมาอย่างยาวนานจนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
.
ประกอบด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างและหนี้ครัวเรือนโดยไทยมีหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงประมาณ 90% และภาระทางการคลังของไทย หรือหนี้สาธารณะก็ใกล้แตะเพดาน 70% ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน และโอกาสเติบโตในอนาคตนอกจากนี้ไทยยังเผชิญปัญหาคุณภาพของแรงงาน มีแรงงานทักษะสูงเพียง 14-15% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่จะเติบโตต่อไปได้ ซึ่งควรมีสัดส่วนแรงงานทักษะสูงอยู่ที่ 30-40%
.
นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีสัญญาณเตือนจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสภาพัฒน์ที่ระบุว่าหากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ ภายในปี 70 ประเทศไทยอาจกลายเป็น ประเทศที่ไม่น่าลงทุนอีกต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จีดีพีไทยจะวนเวียนเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคเพียงแค่ 1% กว่าๆ ต่อไปเรื่อยๆ อีกนาน
.
สำหรับข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควรออกมาตรการระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือน อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการประชานิยมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพ แต่ต้องจำกัดเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนสูงสุดจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่การหว่านแหแจกเงินทั่วไป และมาตรการระยะยาว ต้องเน้นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาคนอย่างจริงจัง รวมถึงการหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ตลอดจนการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยจัดลำดับความสำคัญโดยเลือกช่วยเหลือ เอสอ็มอีที่มีศักยภาพและขาดสภาพคล่อง เพื่อให้เป็นเชื้อในการดึงเศรษฐกิจไปข้างหน้า แทนที่จะช่วยหว่านแห 3 ล้านรายไปพร้อมกันในคราวเดียว
.

.
IMF ชี้ ‘เจตจำนงทางการเมือง’ กำหนดชะตาเศรษฐกิจไทย รัฐบาลต้องพาประชาชนไปด้วยกัน
.
ท่ามกลางแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลางที่กำลังกดดันราคาพลังงานโลกและฉุดแนวโน้มเศรษฐกิจหลายประเทศ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่งสัญญาณชัดว่าอนาคตของเศรษฐกิจไทยจะไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น หากแต่อยู่ที่ ‘เจตจำนงทางการเมือง’ ในการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
 .
IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2026 ลงเหลือ 1.5% จากเดิม 1.6% โดยประเมินว่าแรงกดดันจากราคาน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบทั้งต้นทุนภาคธุรกิจและกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก -0.1% ในปี 2025 มาอยู่ที่ 0.9% ในปีนี้ แม้ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
 .
นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO ของ THE STANDARD สัมภาษณ์พิเศษกับ Peter Breuer Mission Chief for Thailand ของ IMF ในงานประชุมสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ภาคฤดูใบไม้ผลิ ประจำปี 2026 ระหว่างวันที่ 13–18 เมษายน ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
 .
ปีเตอร์อธิบายว่า ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ทำให้มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยประมาณการล่าสุดตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสถานการณ์ความขัดแย้งจะไม่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นและยาวนานกว่าคาด เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญความเสี่ยงในฉากทัศน์ที่เลวร้ายกว่า ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลดประมาณการอีกครั้ง
 .
ความแตกต่างของตัวเลขเงินเฟ้อระหว่าง IMF ที่ประเมินไว้ 0.9% กับธนาคารแห่งประเทศไทยที่มองใกล้ 3% สะท้อน “สมมติฐานที่ต่างกัน” โดย IMF ใช้ข้อมูลที่ล็อกไว้ตั้งแต่ช่วงต้นของความขัดแย้ง ขณะที่หน่วยงานในประเทศใช้ข้อมูลล่าสุดที่สะท้อนราคาพลังงานที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้น
 .
ในด้านนโยบาย IMF แนะนำว่า ไทยควรเดินหน้าปรับราคาพลังงานในประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดภาระการอุดหนุนและรักษา ‘พื้นที่ทางการคลัง’ (Fiscal space) พร้อมเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือควรเป็นแบบเจาะจงกลุ่มเปราะบางมากกว่าการอุดหนุนแบบครอบคลุมทั้งระบบ ซึ่งมีต้นทุนสูงและยากต่อการดำเนินต่อเนื่อง
 .
ด้านนโยบายการเงิน IMF มองว่า ภายใต้เศรษฐกิจที่ชะลอและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ธนาคารกลางสามารถคงท่าทีผ่อนคลายได้ในระยะนี้ แต่ควรระมัดระวังในการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม (ดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยปัจจุบันคือ 1%) เพื่อเก็บเครื่องมือไว้รองรับความไม่แน่นอนในอนาคต โดยเฉพาะหากเกิดช็อกใหม่จากภายนอก
 .
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปัจจัยระยะสั้น IMF ชี้ว่า ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง และคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มอ่อนแอลง กำลังบั่นทอนศักยภาพการเติบโต และลดประสิทธิภาพของการส่งผ่านนโยบายการเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ
 .
ในระยะยาว IMF มองว่า ไทยยังมีจุดแข็งสำคัญ ทั้งฐานอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้ว ภาคการท่องเที่ยวระดับโลก และทรัพยากรมนุษย์ แต่จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปเพื่อยกระดับผลิตภาพของแรงงาน ขยับไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพิ่มความซับซ้อนของการส่งออก และใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขัน นอกจากนี้ การกระจายแหล่งพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเปราะบางจากช็อกภายนอกในอนาคต
 .
ท่ามกลางคำถามที่ว่าไทยกำลังกลายเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ หรือไม่ IMF มองว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญแรงกดดันหลายด้าน แต่ยังมีศักยภาพในการฟื้นตัว หากสามารถดำเนินนโยบายที่เหมาะสมและต่อเนื่อง
 .
สิ่งที่สร้างความแตกต่างจริงๆ คือเจตจำนงทางการเมือง” เจ้าหน้าที่ IMF ระบุ พร้อมชี้ว่า การปฏิรูปที่ยากในระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเศรษฐกิจ การยกระดับทักษะแรงงาน หรือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและสังคม
 .
บทเรียนจากหลายประเทศชี้ว่า การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลสามารถ “พาประชาชนไปด้วยกัน” และสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ระยะยาว แม้ต้องแลกกับความยากลำบากในช่วงเปลี่ยนผ่าน
 .
ในมุมนี้ วิกฤตพลังงานครั้งใหม่จึงไม่ใช่เพียงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทดสอบว่าประเทศไทยมีความพร้อมเพียงใดในการตัดสินใจเชิงนโยบายครั้งสำคัญ ระหว่างการประคองสถานการณ์ระยะสั้น กับการปฏิรูปเพื่ออนาคตในระยะยาว
 .
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Annual Meetings ของ IMF และธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกมองว่าเป็นเวทีสำคัญในการสะท้อนบทบาทของไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่