JJNY : เสียงสะท้อนจาก วินจยย.│‘พรรคส้ม’ทำได้ ทำไม รบ.ทำให้ปชช.ไม่ได้│หุ้นการบินอ่วมต้นทุนพุ่ง│ทรัมป์ขู่ หากดีลไม่สำเร็จ

ก็ดีกว่าไม่ช่วยอะไร! เสียงสะท้อนจาก วินจยย. กรณีรับสิทธิเงินช่วยค่าน้ำมัน
.

.
18 เม.ย. 69 ภายหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง  ส่งผลต่อราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยรัฐบาลมีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง  กรอบวงเงิน 2,060 ล้านบาท  เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ขณะที่ผู้ประกอบการดีใจ แม้ไม่พอแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ได้ช่วยอะไรเลย ค่าครองชีพก็สูง อะไร ๆ ก็แพงขึ้น แต่ก็ยังวอนให้รัฐ ลดค่าน้ำมันลงให้อยู่ราคาเดิม
.      
โดยนายสมบูรณ์ วินจักรยานยนต์รับจ้าง เล่าว่า เพิ่งจะทราบว่ามีโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาล ตอนนี้ยังไม่ได้ไปลงทะเบียน ส่วนเงิน 840 บาท หากได้มาก็คงช่วยเติมน้ำมันได้นิดหน่อย ซึ่งปกติวิ่งรถต้องเติมน้ำมันวันละ 100 บาท  แต่พอน้ำมันแพง ก็เติมวันละ 100 บาทเหมือนเดิม แต่ว่าน้ำมันจะหมดเร็วขึ้น ซึ่งแต่ละวันวิ่งวินจะได้เงินประมาณ 200-300 บาท น้ำมันขึ้นแซงไปแล้ว แต่ค่าโดยสารยังคงเท่าเดิม จริง ๆ แล้ว อยากให้รัฐช่วยเหลือ 1,000 บาทขึ้นไปหรือไม่ รัฐบาลก็ต้องลดราคาน้ำมันลงมา ในภาพรวมก็จะได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด 
.
ขณะที่ นายสาคร เปิดเผยว่า ตนเองขับวินมาประมาณ 15 ปีแล้ว ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบอย่างมาก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รายได้ลดลง เมื่อก่อนเติมน้ำมันวันละ 60-80 บาท  แต่ทุกวันนี้เติมน้ำมันวันละ 120-130 บาท โครงการช่วยเหลือของรัฐบาล ก็เพิ่งจะรู้เรื่องจากนักข่าววันนี้  กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะไปลงทะเบียนหรือไม่ ถ้าว่างก็จะไปลงทะเบียน แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่ไป คงต้องสละสิทธิ์ การที่รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือแบบนี้ก็ถือว่าดี ถึงแม้ว่าเงินจะไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่ช่วยอะไรเลย หากจะให้ดีอยากให้ลดราคาน้ำมันลงมากกว่า
.

.
‘ภัทรพงษ์’ โชว์ ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ต้นทุนแค่ 2 พันบาท ถาม ‘พรรคส้ม’ ทำได้ ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนไม่ได้ https://www.dailynews.co.th/news/5790731/
.
‘ภัทรพงษ์’ โชว์ ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ต้นทุนแค่ 2,000 บาท ถาม ‘พรรคส้ม’ ทำได้ ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนไม่ได้ จะปล่อยประชาชนสูดฝุ่นอีกนานเท่าไร
.
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
.
ห้องปลอดฝุ่น (Positive Pressure Room) สร้างพื้นที่อากาศสะอาดให้กับประชาชน ด้วยต้นทุนเพียงแค่ 2,000 บาทต่อห้อง (30 ตร.ม.) พรรคประชาชนทำได้ ทำไมรัฐบาลทำไม่ได้?
.
ห้องปลอดฝุ่นนี้ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่เลยครับ มีมานานแล้ว แต่วันนี้เราเอามาทำให้เป็นจริงด้วยต้นทุนที่ต่ำแต่คงประสิทธิภาพที่สูง ต้นแบบของเราครั้งนี้ออกแบบและติดตั้งโดย พี่เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟอง พร้อมทีม เราได้มีการทดลองติดตั้งแล้ว ได้ผลดีมากครับ สร้างพื้นที่อากาศสะอาดให้กับประชาชนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำมากๆ
.
คำถามที่ส่งต่อไปยังรัฐบาล คือ เมื่อพรรคประชาชนทำได้ ด้วยราคาต้นทุนที่ต่ำมากขนาดนี้ ทำไมรัฐบาลถึงไม่สามารถทำให้ประชาชนได้ จะปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นอีกนานเท่าไหร่?
.
ตอนนี้พวกเรา, พรรคประชาชน กำลังเร่งสั่งของและประกอบเพื่อกระจายไปติดตั้งนะครับ เริ่มต้นด้วยมุ้งสู้ฝุ่นที่ตอนนี้ผลิตออกมาลอตแรกกำลังอยู่ระหว่างกระจายติดตั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และห้องปลอดฝุ่นตอนนี้ติดตั้งไปบ้างแล้ว และกำลังจะกระจายเพิ่มเติมต่อไปครับ พวกเราสู้เต็มกำลังเท่าที่พวกเราจะทำได้ทั้งในสภาและในพื้นที่ครับ
.
.

.
หุ้นการบินอ่วมต้นทุนพุ่ง สงครามยืดเยื้อ ‘AAV-THAI’ กระทบหนัก
.
ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อยาวนานมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์กัน การเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งสหรัฐกับ อิหร่านยังไม่มีความลงตัว แน่นอนว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน รวมถึงจะฟาดชิ่งเศรษฐกิจไทยแบบเต็ม ๆ ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในอาเซียน ขณะเดียวกันภาคธุรกิจจะเผชิญผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไป อย่างอุตสาหกรรมการบิน แน่นอนว่าเจอผลกระทบเต็ม ๆ จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน
.
อุตสาหกรรมการบินโลกเสี่ยงสูง
.
โดย “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ระบุว่า เหตุการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโลกอย่างมาก โดยในช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย. 2569 แผนการบินของสายการบินระหว่างประเทศทั่วโลกถูกปรับลดลงแล้วมากกว่า 1.5 แสนเที่ยวบิน เมื่อเทียบกับแผนการบินของสายการบินในช่วงก่อนเกิดสงคราม
.
ทั้งนี้ มองไปข้างหน้าอุตสาหกรรมการบินของโลกยังเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่อง จากต้นทุนทางธุรกิจที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นรอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของต้นทุนสายการบิน ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นกว่า 129% เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 โดยราคาแตะระดับ 209 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยดังกล่าวผลักดันให้ดัชนีราคาตั๋วเครื่องบินปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 58% จากเส้นทางยุโรปมาไทยในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบความต้องการเดินทางท่องเที่ยว
.
นอกจากนี้หากวิกฤตฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินในบางประเทศสูงขึ้น อาจกระทบปริมาณเที่ยวบินทั่วโลกลดลงเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจการบิน
.
THAI ลดเที่ยวบินเดือน พ.ค.
.
ล่าสุดมีรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ได้มีแผนปรับลดความถี่การให้บริการในหลายเส้นทางบินในเครือข่ายเส้นทางบินของการบินไทย ในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ทั้งเส้นทางภายในประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และยุโรป โดยเป็นผลจากปัจจัยด้านต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารที่ชะลอตัวในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2569)
.
AAV อ่วมสุด-THAI รองลงมา
.
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย)” ชี้ว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวกระทบโดยตรงต่อกลุ่มสายการบิน ซึ่งมีต้นทุนน้ำมันเป็นสัดส่วนหลักของการดำเนินธุรกิจ
.
ทั้งนี้ หากพิจารณาความอ่อนไหว (Sensitivity) ต่อราคาน้ำมัน พบว่า บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนน้ำมันค่อนข้างสูง และดำเนินธุรกิจในรูปแบบสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost airline) ขณะที่ บมจ.การบินไทย (THAI) ซึ่งเป็นสายการบินแบบฟูลเซอร์วิส จะได้รับผลกระทบรองลงมา ตามปริมาณการใช้น้ำมัน
.
ส่วน บมจ.บางกอกแอร์เวย์ส (BA) ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากมีรายได้จากธุรกิจอื่นเข้ามาช่วยพยุงสัดส่วนรายได้รวม
.
“หลัก ๆ เลยที่กระทบก็จะเป็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของกลุ่มสายการบิน ถ้าเรียงตาม Sensitivity ต่อราคาน้ำมัน AAV จะได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ THAI และน้อยที่สุดคือ BA”
.
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แม้ยังไม่มีตัวเลขเบื้องต้นที่ชัดเจน แต่ภาพรวมคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) คาดว่า BA จะเป็นสายการบินเพียงรายเดียวที่มีโอกาสเติบโต
.
โดยปัจจัยสนับสนุนของ BA มาจากการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะการลดขนาดฝูงบิน จากเดิมที่มีการเช่าเครื่องบินเพิ่ม แต่ในปีนี้ไม่มีการเพิ่ม และยังมีการคืนเครื่องบินเช่า 1 ลำ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายลดลง ประกอบกับเส้นทางหลักอย่างสมุยยังคงมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
.
“ไตรมาส 1 เป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทำให้ภาพรวมทั้งกลุ่มน่าจะดีขึ้น QOQ แต่ในมุม YOY เราคิดว่า BA น่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ยังเติบโตได้”
.
ขึ้นค่าตั๋วส่งผ่านต้นทุนได้ไม่หมด
.
สำหรับราคาตั๋วโดยสารที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น “นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า” มองว่าเป็นผลจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ส่งผลให้สายการบินทยอยปรับราคาตั๋วเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แม้จะสามารถผลักภาระบางส่วนไปยังผู้โดยสารผ่านค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel surcharge) ได้ แต่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดได้ จึงยังคงต้องแบกรับภาระบางส่วนไว้เอง
.
ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาตั๋วเป็นภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรม แต่ระดับการปรับขึ้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์การบริหารราคาของแต่ละราย
.
นอกจากนี้การบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยพบว่า BA และ THAI มีการทำประกันความเสี่ยงน้ำมัน (Hedging) ในสัดส่วนประมาณ 30-50% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งปี ขณะที่ AAV มีการทำเฮดจิ้งเช่นกัน แต่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้มีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาน้ำมันมากกว่า
.
ปัญหายืดเยื้อฉุดกำไร Q2
.
สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า “นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า” ชี้ว่า หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงยืดเยื้อ และราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2/2569 ทั้งในด้านอุปสงค์การท่องเที่ยวที่อาจชะลอตัว และต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง
.
ไตรมาส 1 อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน เพราะเกิดขึ้นเพียง 1 เดือน แต่ไตรมาส 2 จะเห็นภาพชัดขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ น้ำมันยังสูง อาจกระทบทั้งรายได้และต้นทุน บางสายการบินอาจถึงขั้นขาดทุนได้” นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้ากล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่