เราจะโดนหลอก หรือ เปล่า

จะทำยังไงดีกับเพื่อน ของแฟนเก่า ที่เราเคยสนิทด้วย แต่ ช่วนใโหญ่แค่ คุยผ่านโทรศัพท์เพราะเขาอยู่ ต่างรัฐ เราเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก นางเป็นที่ปรึกษาที่ดีนะ รับฟังเราตลอด แต่ก็ทีหลายอย่าง ที่ทำให้หนักใจ เพื่อนคนนี้ ชื่อย้อ ป เป็นเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกับแฟนเก่าเราที่สุด เลยก็ว่า ได้ แฟนเราเคยบอกว่าคิดกับคนเพื่อนคนนี้แค่เพื่อน เขาไม่ได้ชอบอีก สไตล์นึง แต่เขาก็เล่าให้ฟังว่าคุยกับคนนี้บ่อยอยู่ก่อนคบเรา แต่เพื่อนคนนี้ก็เหมือนจะมีคนคุยอยู่ แต่ ก็ ไม่ได้เป็นแฟนนะ แบบ คลุมเครือมากตลอด จากที่ ป เล่าให้เราฟังอะนะ เรากับแฟนเก่าอยู่รัฐเดียวกัน ส่วน ป อยู่ต่างรัฐ ป เป็นคนไทยเหมือนกับเรา
แฟนเก่าเราส่วนใหญ่ก็จะ ได้รู้จัก ป ผ่าน การโทรคุยมากกว่าเหมือน กัน เพราะ ป เคย สนิทกับน้องชายเขา แต่หลังๆ น้องชายเขาก็เริ่มห่างๆจาก ป มา พอเขาแต่งงาน ป บอกว่ามอง แฟนเก่าเราและน้องชายเขาแบบเพื่อน  … แต่เรารู้สึกแปลกใจที่ ป เคยบอกว่า ป คิดว่า แฟนเก่าเราชอบเขาแบบ แอบชอบแต่ไม่รู้ตัว หรือ ไม่ยอมรับ แฟนเก่าเราเคยโทรไป ปรึษาเรื่องเรา หรือ เรื่องหาแฟนบ่อยๆ หลังจากที่เลิกกันแล้ว ป เอามาเล่าให้เราฟัง

ป กับเราเคย แพลนที่จะ ไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันโดย ป แนะนำให้เราย้ายไปอยู่รัฐเดียวกับ ป แล้วเช่าห้องด้วยกัน ป เคยบอกว่า นางอึดอัดกับที่พักที่เช่าอยู่ตอนนี้ อยาก ออกมาเช่าห้องกับเพื่อนมาก และ จะต้องย้ายออกก่อนเดือน พฤษภาคถ้าจะไม่ต่อ สัญญา. ตอนแรกๆเราก็เห็นด้วย แต่ไปสักพักเราเริ่มสังเกตว่า ป หยุดงานบ่อยและ เปลี่ยนงานบ่อย ซึ่งทุกเขาพอเราพูดขึ้นมาเขาจะมีเหตุผลมาปกป้องตัวเองตลอด อย่างเช่น ว่า เขาไม่สบายอ้วกแตก ปวดหัว เพราะ เครียด ที่เราไปพูดกับเขาแรงๆเรื่องหยุดงานบ่อย เลย ไม่สบาย หยุดงานไป สอง วัน ซึ้งก่อนหน้านี้เขาก็ได้หยุดและ ย้ายงาน มายังไม่ถึง สองอาทิตย์ เราเตือนเพราะเห็นเป็นเพื่อน และ ก็ถ้าจะเป็น roommate กันก็ต้องมั่นใจว่าการเงินเขาไม่มีปัญหา เรารู้สึกเหมือน เขามีอะไรมาปกป้องตัวเองตลอด แบบคราว ที่แล้วที่ต้องย้ายงานและ บ้านกะทะนไหน ก็บอกว่า แฟนเพื่อนเอาปืนมาจ่อ ไล่ออกจากบ้านเพราะ เพื่อนเขาสติไม่ดี เป็น cult, ทำให้ต้อง ย้ายที่อยู่กะทันหันและลาออกจากงาน ทันที แล้วก็ อีกคราวนึงก็บอกว่าลุงกับป้า ที่ไม่ได้เป็นญาติกัน ที่ให้เขาอาศัยอยู่บ้านด้วย ฟรี เป็นเวลาสองปีโดยไม่ต้องทำงาน ตะคอกเขาและหาว่าเขาเอาเปรียบ และวงการชีวิต เขา เลยต้องหนี ออกมาแล้วย้ายที่อยู่ทันที และออกจากงาน ทันที่แล้วตอนนั้นจะขอมาอยู่กับเรา ชั่วคราวแต่มี่บ้านเราไม่โอเค และ ไม่มีที่ เขาเลย ต้องย้ายไปอยุ่กับที่บ้านเขาแทน แล้วก็เขาไปอยุ่บ้านพ่อแม่แฟนเก่าเราด้วยแต่เขาไม่สะดวก แต่แฟนเก่าเราเขาก็มาช่วยย้ายบ้านด้วย ขับรถไป ไกล และ ช่วยเขาทำความสะอาดบ้านแม่เขาด้วย  เท่าที่เขาเล่าให้ฟังนะ เรา ไม่ได้อะไรแล้วแต่แค่ รู้สึกแปลกๆในบางที เวลาที่เขา ชอบพูดขึ้นมา แต่เราไม่ค่อยมีเพื่อนและ ไม่ได้คิดอะไรกับแฟนเก่าเราแล้ว และคิดว่ามันอาจจะเป็นปมอะไรของเขาซักอย่าง แต่ใดๆคือ หลังจากที่เรา
ปฏิเสธที่จะรูมเมทด้วยเค้าก็โกรธมากและบอกว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกับเราแล้ว
เราบอกไปตรงตรงว่าเรารู้สึกไม่สบายใจที่การที่เขาทำเราบอกไปตรงตรงว่าเรารู้สึกไม่สบายใจที่การที่เขาทำย้ายงานบ่อย และคิดว่ามันดีกว่าที่เราจะไม่ย้ายไปอยู่ด้วยกัน เราคิดว่าเค้าคงเสียใจก็เลยบอกเราว่าเพื่อนเขาทุกคนมองเขาว่าเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากไม่มีใครมองเค้าแบบที่เรามองเลย
เค้าคงเสียความรู้สึกแหละ และ บอกว่า อาจะคิดใหม่ ว่าจะเป็นเพื่อนกับเราต่อไหม และถ้าจะ เป็นเพื่อนกันต่อเราจะต้องเลิกคิดกับเขาแบบนั้น
เราก็เลยพยามพูดรักษาน้ำเราก็เลยพยามพูดรักษาน้ำใจเขา
แต่ก็บอกไปว่าเราอาจจะมองคนละมุมกันในเรื่องนี้ซึ่งไม่มีใครผิด
แต่เค้าขอโทษที่ก้าวก่ายและพูดอาจจะพูดแรงเกินไปแต่ยังยืนยันที่จะไม่รู้มด้วย และเขา ก็บอกว่าจะขอไม่คุยกับเราสักพักเพื่อมาคิดว่าเป็นเพื่อนกันต่อไหม
เราเลยตัดสินใจบอกไปว่าเราคงย้ายไปที่ร้านเขาแล้วนะคิดว่าจะเรียนอยู่ที่แถวนี้ดีกว่าพอเราพูดแค่นั้นเค้ากลับมาดีกับเราเฉยเลยแล้ว ก็บอกว่าเค้าให้อภัยเราแล้วเป็นเพื่อนกันต่อดีกว่า
ซึ่งเราก็กลับมาเป็นเพื่อนกับเขาแต่ไม่เหมือนเดิมเราเริ่มมีความห่างขึ้นและสักพักเราก็บอกเค้าไปว่าเราจะ
ไม่ไปเรียนต่อที่รัฐเขาแล้วคงไม่ได้ย้ายไปที่นั่นแล้วแหละเค้าบอกว่า เค้าดูโกรธมากแล้วบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราก็คงไม่ต้องเป็นเพื่อนกันต่อซึ่งเราก็ยอมรับสิ่งนั้น เราบอกไปว่าเป็นเพื่อนกันไม่จำเป็น เราบอกไปว่าเป็นเพื่อนกันมันไม่จำเป็นต้องอยู่ร้านเดียวกันก็ได้แต่เค้าบอกว่าเค้าไม่เห็นด้วย
งั้นเราก็ไม่และเราก็ไม่ได้คุยกันต่อเขาพยายามจะให้เราโทรคุยแต่เรารู้สึกว่าทุกครั้งที่คุยเค้าพยามจะโน้มน้าวให้เราย้ายไป ไปอยู่กับเขาหรือแถวแถวนั้นเวลาเราทำ ไปอยู่กับเขาหรือแถวแถวนั้นเวลาเราทำตามน้ำไปเขาก็เริ่มพูดเรื่องย้ายเข้าไปอยู่ด้วย กันอยู่ดี
เค้าเคยยืมเงินเรากับแฟนเก่าเรา แล้วเคยบอกว่าถ้าเพื่อนมีปัญหาถ้าเป็นเขาเค้าจะช่วยเพื่อนเรื่องเงินหรือจะเรื่องค่าเช่าบ้าน แต่เราคิดว่ามันอาจจะเป็นแผนการที่เขาอยากให้เราช่วยมากกว่า เราไม่ได้คุยกับเขามาประมาณสองเดือนได้แล้วมั้งแล้วอยู่ดีดีวันนี้เค้าก็แท็กมาบอกว่าเค้าเป็นมะเร็ง เราไม่แน่ใจว่าจะเชื่อได้ไหมเพราะหลายหลายครั้งเราสังเกตว่าเขาชอบโกหกและไม่รู้จะตอบดีมั้ยหรือถ้าไม่ตอบจะดูชั่วไปหรือเปล่า เพราะจากประสบการณ์ในหลายหลายครั้งเขาชอบใช้สถานการณ์ที่มันดูฟังแล้วร้ายมากๆเกิดขึ้นเพื่อที่จะให้เราหรือเพื่อนคนอื่น อย่างเช่นการที่บอกว่าเพื่อนที่เป็นรูมเมทเก่าเอาปืนมาจ่อหรือที่บอกว่าลุงพักอยู่ตะคอกใส่แล้วกลัวมากเลยไม่อยากอยู่ที่นั่นต่อ
และอีกหลายหลายเรื่องที่เค้าให้ข้อมูลไม่ตรงกันเวลาถามซ้ำและอีกหลายหลายเรื่องที่เค้าให้ข้อมูลไม่ตรงกันเวลาถามซ้ำ
แต่ถ้าเค้าเป็นมะเร็งจริงๆมันก็น่าเห็นใจอยู่เราไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่