ยายข้างห้อง

กระทู้สนทนา
เป็นคนเฉยๆกับเรื่องลี้ลับ เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง จนมาเจอกับตัว เราถูกส่งตัวมาทำงานที่ประเทศลาวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เรากับลูกชายอายุ 5 ปี พักที่ห้องแถวแห่งหนึ่งในย่านแหล่งออฟฟิตใจกลางเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ห้องแถวมี 7 ห้องเราพักอยู่ห้องที่ 2 บรรยากาศรอบๆก็ปกติข้างหลังเป็นพื้นที่ว่างเป็นป่าหญ้ารกทืบมีเจ้าของหอพักปลูกต้นอ้อย ต้นกล้วย ต้นมะละกอไว้ เราเลือกพักที่นี่แม้ค่าเช่าจะแพงพอสมควร เพราะตอนที่มาแรกๆน้องที่มาช่วยเปิดสาขาแรกๆเป็นคนหาให้ และใกล้ที่ทำงานเดินข้ามถนนไปไม่ถึง 2 นาทีก็ถึง เราอยู่มานี่มาตลอดไม่ย้ายไปไหนลูกชายเราก็ปกติร่าเริ่งแจ่มใสเป็นที่รักของทุกคน ลูกชายมาเรียนเนอสเซอรี่อินเตอร์ที่ประเทศลาว ทุกอย่างเป็นไปตามปกติไม่มีเหตุการณ์ร้าย เรามาอยู่ได้ประมาณสัก 6 เดือนเราก็แนะนำให้เจ้าของร้านซูชิ ให้มาเช่าห้องพักที่เดียวกับเราเพราะเขาจะเช่าไว้เผื่อเขาจะเดินทางมาดูธุรกิจ เขาก็ไปๆมาๆส่วนใหญ่พ่อกับแม่เขาจะพักอาศัยอยู่ที่นี่ดูแลธุรกิจให้กับลูกสาว ต่อมาลูกสาวได้ขยายธุรกิจที่ประเทศไทยจึงให้คุณแม่กลับไปช่วยที่ประเทศไทยเลยให้พ่อที่เราเรียกว่าคนตา มาอยู่ที่นี่ซะเป็นส่วนใหญ่ เรื่องราวต่างๆก็ไม่มีอะไรพิเศษทุกอย่างก็เป็นไปได้ตามปกติจนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาคุณตาได้เอาพนักงานที่ร้านมาพักอาศัยด้วยเนื่องจากพนักงานคนนี้เป็นพนักงานชนเผ่า เผ่าหนึ่งของประเทศลาวทางเหนือ ได้ยินข่าวว่าพนักงานคนนี้ถูกไล่ออกจากห้องพักเพราะว่าเจ้าของหอพักจะเอาห้องพักคืนเพื่อรีโนเวทปรับปรุงห้องแต่เราก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเขาเรื่องราวก็เป็นไปตามปกติลูกชายเราก็ร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิมจนกระทั่งเมื่อประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมามาประมาณ 6-7 วันที่ผ่านมาเด็กชนเผ่าคนนี้ก็ได้พาแม่มาอาศัยอยู่ด้วยที่ห้อบอกว่าจะพามาหางานทำที่นี่วันแรกที่เราเห็นแม่ของเด็กคนนี้เป็นลักษณะผู้หญิงสูงวัยอายุประมาณ 50-60 ปี พูดภาษาลาวไม่ได้พูดได้แต่ภาษาชนเผ่า เราเห็นยายคนนี้นั่งยองๆฉันเข่าอยู่หน้าห้องพัก เราก็ยิ้มทักทายพยักหน้าแล้วก็มองไปที่ในห้องเห็นเด็กชนเผ่าได้อยู่ที่โซฟาแล้วห้องเด็กคนนั้นก็พูดออกมาว่า"แม่ของผมเองครับ ผมว่าจะพามาทำงานที่นี่ด้วยเดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปสมัครงาน"  เราก็พยักหน้าติดต่อกลับ คุณยายคนนั้นก็มองเราแปลกๆหน้านิ่งๆเราก็ไปขึ้นรถขับรถมาทำงานตามปกติทุกวันและส่งรูปไปโรงเรียนทุกวันตามปกติทุกวันตอนเช้าเราจะเห็นคุณยายคนนี้มานั่งยองๆชันเข่านั่งตากแดดมากนั่งเอาข้าวมาเปิบกินชี้หน้าห้องทุกวันเป็นปกตินับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ลูกชายเราก็มีอาการผิดปกติจากที่เด็กร่าเริงแจ่มใสกลายเป็นเหตุที่ทำหน้าซึมๆไม่น่าเลยแจ่มใสเหมือนมีอาการหวาดกลัวมาโดยตลอดคืนแรกหลังจากที่คุณยายเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ลูกชายเราก็นอนสะดุ้งตลอดคืนเหมือนตกใจอะไรสักอย่างเราก็บอกลูกเรียกขวัญลูกแล้วบอกลูกว่าไม่ต้องกลัวนะปะป๊าจะปกป้องลูกเองนอนให้เวลานอนหลับฝันดีนะลูก และลูกชายเราก็มีอาการเหมือนเดิมคือทำหน้าเศร้าๆซึมๆดูหวาดกลัวตลอดเวลา จากเด็กที่ปกติจะดื่มนมก่อนนอนประมาณ 2 กล่องและจะนอนช่วงประมาณ 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่มบางวันก็เผลอไปถึงเที่ยงคืนก็มีแล้วจะตื่นขึ้นมาประมาณ 5:00 น เพื่อขอกินนมอีกรอบนึงกลายเป็นว่าวันหนึ่งกินนมก่อนนอนเพียง 1 กล่องเท่านั้นแล้วก็นอนตั้งแต่หัววันตอนตี 5 จากปกติจะลุกตื่นขึ้นมาขอกินนมก็ไม่กินปกติจะลุกมาปลุกให้เราตื่นก็ไม่ยอมตื่นอาการลูกของเราแปลกไปมาโดยตลอดแล้วปกติเวลาเราเข้าห้องน้ำลูกชายเราจะให้เปิดประตูห้องน้ำไว้และเขาจะเอาเก้าอี้มานั่งเล่นเกมรอเราอยู่ที่หน้าห้องน้ำบริเวณหน้าห้องน้ำของเราเนี่ยเราจะทำเป็นโซนครัวและเป็นห้องซักผ้าเดินเข้าไปฝั่งซ้ายมือจะเป็นโต๊ะสำหรับทำอาหารและจะมีประตูทะลุออกไปข้างหลังข้างๆประตูจะมีซิงค์ล้างจานอยู่และขวามือสุดข้างผนังจะมีเครื่องซักผ้า 2 ฝาถังเล็กๆที่เจ้าของห้องเตรียมไว้ให้ผู้เช่าทุกห้องปกติจะเอาไว้ข้างนอกแต่เราจะเอาไว้ข้างในและถึงชีวิตประตูห้องน้ำเราเริ่มเห็นความผิดปกติอย่างอื่นของลูกเราคือปกติจะมานั่งดูโทรศัพท์หรือเล่นเกมอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมของเขาทุกวันแต่เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาเขาไม่ยอมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมเขาพยายามที่จะเข้ามายืนอยู่ในห้องน้ำด้วยบอกให้ไปนั่งรอข้างนอกก็ไม่ยอมจะยืนอยู่ข้างในรอเราจนกระทั่งวันนี้มีเหตุผิดปกติที่สุดก็คือเราบอกให้ลูกไปยืนรอนอกห้องน้ำก็ไม่ยอมบอกให้เป็นนั่งอยู่ข้างนอกหรอกก็ไม่ยอมจนเราต้องเอาเก้าอี้ขยับมาไว้ที่หน้าประตูเขาก็ไม่ยอมนั่งเราก็เลยขยับเก้าอี้มาให้ขาหน้าเข้ามาอยู่ในห้องน้ำอีกข้างหนึ่งอยู่ข้างนอกเขาก็ไม่ยอมนั่งเขาบอกให้เอาเข้ามาให้หมดก็เลยเอาเก้าอี้มาไว้ข้างในให้หมดเขาถึงยอมได้แล้วเขาก็ก้มหน้าก้มตามีอาการผิดปกติเราก็เลยถามว่าพวกเป็นอะไรเขาก็ไม่ตอบเราเริ่มเปลี่ยนใจแล้วก็เลยถามไปว่าลูกเห็นอะไรเขาบอกไม่เห็นอะไรแล้วเขาก็ชี้นิ้วไปในช่องว่างระหว่างชักโครกซึ่งชักโครกมันจะอยู่ตรงกลางมันจะมีช่องว่างซ้ายขวาอยู่นิดนึงลูกเราก็ชี้นิ้วไปอยู่ตรงที่ฝั่งขวามือแล้วก็หันไปดูไม่เห็นมีอะไรผิดปกติพวกเราก็ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเราก็เลยทำภารกิจให้เร็วที่สุดก็พาลูกเข้าห้องเพื่อรอให้น้ำเต็มถังเตรียมตัวอาบน้ำเราก็ถามลูกอีกว่าลูกเห็นอะไรหรือเปล่าว่าเป็นอะไรใครทำอะไรให้ลูกลูกแล้วก็บอกไม่มีอะไรไม่เห็นอะไร เราคิดว่ามันแปลกๆก็เลยไปเอาดาบที่เราใช้สำหรับแสดงมีการไหว้ครูเรียบร้อยแล้วเอามาไว้บนหัวนอนตอนที่ไปถือดาบมาก็ไม่เห็นการแปลกๆตอนกำลังถือมาและกำลังจะเข้าห้องอยู่ดีๆดาบก็หลุดออกจากกรอบเองแล้วหล่นลงแล้วก็เลยหยิบขึ้นมายกมือไหว้ขอขมาครูบาอาจารย์แล้วก็ขอให้ครูบาอาจารย์ปกป้องรักษาเรากับลูกถ้าเราก็เอาดาบไปไว้บนหัวนอนจากนั้น แล้วก็สอบถามลูกว่าลูกเห็นอะไรมีใครทำอะไรลูกลูกก็ไม่มีอะไรไม่เห็นอะไร จนกระทั่งน้ำเต็มปกติถ้าน้ำเต็มถังลูกเราจะเดินไปปิดน้ำแต่รอบนี้ลูกเราไม่ยอมไปปิดน้ำในห้องน้ำจนกระทั่งเราเดินไปแปรงฟันและให้ลูกเราแปรงฟันเตรียมตัวอาบน้ำแปรงฟันเสร็จเราก็อาบน้ำให้ลูกเราตามปกติตามปกติลูกเราหลังจากอาบน้ำแล้วพวกเราจะเดินไปรอที่ด้านนอกจุดเดิมเพื่อเช็คหัวเช็ดตัวและยืนรอดูโทรศัพท์อยู่ข้างนอกด้านหน้าเครื่องซักผ้าแต่วันนี้เขาไม่ยอมออกไปเราก็ไล่ให้เขาออกไปเขาก็ให้ไปเขาก็ตัวสั่นใหญ่เลยเราก็หาว่าเป็นอะไรทำไมถึงไม่ไปปะป๊าจะขี้จะเยี่ยวจะอาบน้ำก็ไม่ได้มันเกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่พูดพร้อมกับน้ำตาซึมเราก็เลยโมโหตีลูกที่ตูดไป 2 ทีแล้วพูดเสียงดังว่ามันเกิดอะไรขึ้นมันมีอะไรมันเหตุอะไรออกไปรอข้างนอกอยู่ดีนะลูกชายเราก็ด้วยความกลัวเราก็ไปยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำแล้วก็ยืนร้องไห้ตัวสั่นเทาช่วงที่เรากำลังอาบน้ำเราเห็นสิ่งผิดปกติคือลูกเราร้องไห้ไปด้วยและสายตาก็มองไปยังเครื่องซักผ้าและมองไประดับสูงหน่อยนึงเราก็เลยเอะใจมันต้องมีอะไรแน่ๆเราเลยรีบอาบน้ำล้างตัวให้เสร็จแล้วเดินออกไปหาลูก เราก็ถามว่ามีอะไรเห็นอะไรบอกปะป๊าเดี๋ยวปะป๊าจัดการให้ลูกก็บอกไม่เห็นไม่มีอะไรถ้าไม่มีอะไรก็เดินเข้าห้องลูกเราก็รีบเหมือนจะวิ่งเข้าห้องแต่ก็หยุดชะงักเพราะว่าเราไม่ตามไปเขาก็กวักมือเรียกให้เราปะป๊ามานี่ปะป๊ามานี่เราก็ไล่เขาเข้าห้องเลยเข้าห้องเลยเขาก็ไม่เข้าแล้วก็ร้องไห้เราก็จำเป็นต้องเดินเข้าไปด้วยความโมโหว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เราก็เลยตะคอกถามลูกด้วยเสียงดังว่าสรุปลูกเห็นอะไรมันมีอะไรมันเกิดอะไรขึ้นใครทำอะไรลูกลูกก็ร้องไห้บอกไม่มีอะไรไม่เห็นอะไรเราก็นึกขึ้นได้ว่าเรามีแผ่นทองเหลืองท้าวเวสสุวรรณซึ่งเราจะเอาไว้ตรงหน้าประตูบริเวณที่ปิดเปิดสวิตช์ไฟมันอยู่ในถุงสีแดงเราเลยเอาพระเวสสุวรรณออกจากถุงสีแดงและวางไว้ที่เดิมจากนั้นเราตั้งสติ สงบสติอารมณ์แล้วให้ลูกเรานั่งอยู่ที่ปลายที่นอนและถามลูกว่า ลูกไม่ต้องกลัวนะลูกเห็นอะไรมันเกิดอะไรขึ้นบอกปะป๊าเดี๋ยวปะป๊าจะเอามีดดายไปฟันมันลูกเห็นไหมนี่คือท้าวเวสสุวรรณท่านเป็นยักษ์ใจดีถ้าจะปกป้องรักษาเราใครที่มาทำร้ายเราหรือคิดจะมาทำร้ายเราท้าวเวสสุวรรณจะจับกินให้หมดพวกเราก็บอกว่ามันมีปืนด้วยนะเราก็บอกว่าไม่เป็นไรท้าวเวสสุวรรณมีไม้กระบองใหญ่มากเอาทุกให้มันตายไปเลยก็ไม่ต้องกลัวนะลูกบอกปะป๊ามาว่าลูกเห็นอะไรลูกก็หยุดร้องไห้และก็ชี้ไปตรงกำแพงบอกว่าข้างนอกมีใครก็ไม่รู้นั่งอยู่บนเครื่องซักผ้าพอพูดแค่นั้นเราก็ตกใจขนหัวลุกขนแขนลุกไปหมดก็เลยถามลูกว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายลูกบอกว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงเป็นคุณยายตอนแรกเราก็สับสนว่ามันคืออะไรเลยถามลูกไปว่ามี 2 คนหรือลูกลูกก็บอกว่าไม่ใช่มีคนเดียวเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเป็นคุณยายนั่งอยู่บนเครื่องซักผ้าเราก็เลยถือมีดดาบออกไปแล้วบอกลูกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวปะป๊าจะเอามีดไปฟันมันลูกไปชีให้ปะป๊าดูหน่อยว่ามันอยู่ตรงไหนลูกชายก็เดินตามข้างหลังก่อนเราแน่นไม่ยอมปล่อยพร้อมกับเอามือชี้ไปที่เครื่องซักผ้าแล้วบอกว่าได้อยู่ตรงนั้นนั่งอยู่ตรงนั้นนั่งอยู่ตรงเครื่องซักผ้าเราก็เลยเอาดาบออกจากฝั่งแล้วชี้ไปที่เครื่องซักผ้าแล้วบอกว่าเป็นใครเข้ามาทำอะไรที่นี่ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้นะไม่งั้นกูจะฟันให้คอขาดตายเลยแล้วเราก็เอามีดดาบฟันลงไปที่เครื่องซักผ้าเสียงดังมากพร้อมกับเสียงสบถด่าทอพร้อมสาปแช่งว่าพวกเป็นใครมาทำอะไรที่บ้านกูบ้านหลังนี้กูอยู่แค่ 2 คนคือทิกเกอร์กับปะป๊าเท่านั้นคนอื่นไม่เกี่ยวออกไปให้หมดไม่งั้นกูจะแช่งให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดออกไปเดี๋ยวนี้นะไม่ต้องมายุ่งอะไรกับพวกกูต่างคนต่างอยู่พอเราพูดจบแค่นั้นเราหันไปมองลูกเราเราสัมผัสได้เลยว่าหน้าตาลูกเราเปลี่ยนไปเลยจากที่หวาดกลัวก็เป็นปกติแล้วก็พูดว่ามันไปแล้วมันไม่อยู่แล้วแล้วลูกเราก็อาการเป็นปกติเดินเข้าห้องไป  เราก็เลยถามว่าลูกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นคุณยายใช่ไหมคุณยายตัวเล็กๆใช่ไหมลูกบอกว่าใช่เป็นคุณยายตัวเล็กๆผมยาวๆสีขาวเหมือนเด็กผู้หญิงนั่งแบบนี้มองพวกเราอยู่ ลูกชายเราก็ทำท่านั่งให้ดูพูดถึงลักษณะท่าทางการนั่งและรูปร่างเหมือนกับคุณยายแม่ของเด็กชนเผ่าคนนั้นมากเพราะแกจะชอบมันนั่งอยู่ตรงหน้าห้องเช้าแล้วมองพวกเราไปทำงานไปโรงเรียน ซึ่งเราจำได้ว่าเคยถามน้องคนนี้ว่าที่บ้านน้องนับถือศาสนาอะไรน้องเคยเล่าฟังว่าที่บ้านน้องนับถือศาสนาผีแต่ก็เข้าวัดพุทธเหมือนทั่วไปยิ่งเรานึกย้อนหลังมันก็มีเรื่องราวแปลกๆมากมายและพรุ่งนี้เราว่าเราจะเอารูปเราไปให้พระมัดมือให้แล้วก็เป็นพรมน้ำมนต์แล้วก็จะเอาน้ำมนต์มาพรมที่ห้องรวมถึงจะเล่าเรื่องราวต่างๆให้กับคุณแม่เจ้าของห้องฟังเราก็เลยโทรไปเล่าให้ลูกพี่ลูกน้องกับแม่ของเราฟังแม่เราก็เลยบอกให้ไปหาพระติดเข็มกลัดให้ลูก เราก็ไปค้นได้พระมา 2 อันไม่มีที่ห้อยเราเลยเอาไว้บนหัวนอนและหลังจากนั้นเราก็ไปค้นหาในกล่องต่างๆพบรูปพระส่งที่นับถือของคนภาคเหนือท่านหนึ่งซึ่งท่านสร้างวัดที่เป็นเอกลักษณ์ที่หนึ่งของจังหวัดเชียงรายที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่เห็นมองแต่ไกลเราก็หยิบมายกมือหลวงพ่อปกป้องลูกชายลูกด้วยนะพอเราก้าวเข้าห้องมากำลังจะหาเข็มกลัดมาปิดให้ลูกอยู่ดีๆก็เหมือนมีคนปัดพระให้หลุดจากมือเราตอนเริ่มแปลกใจแล้วมันต้องมีอะไรแปลกๆแน่ๆแน่นอนเลยก็เลยหยิบพระขึ้นมาแล้วยกมือไหว้บอกว่าขอบารมีหลวงพ่อปกป้องรักษาลูกชายของลูกด้วยเถิดและเราก็เอาเข็มกลัดมาติดไว้ที่หน้าอกให้ลูกตามที่แม่เราบอก เรื่องราวของวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีเหตุการณ์อะไรอีกไหมต้องดูสถานการณ์ว่าลูกชายเราจะร่าเริงแจ่มใสหรือว่าซึมเศร้าเหมือนเดิมและพรุ่งนี้จะพาลูกไปทำบุญถวายสังฆทานให้พระท่านมักไม้มัดมือพรมน้ำมนต์และดูสถานการณ์อีกที
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่