อยากเล่านิดนึงครับ
ก่อนสงกรานต์น้องชายจับได้ใบแดง แต่น้องเฉยๆมาก ไม่ได้ดีใจหรือเสียใจ แค่อยากทำหน้าที่ตนเองให้เสร็จแล้วไปหางานทำ
แต่วันที่จับนั้น ครอบครัวเครียดมาก ลุ้นจนตัวสั่น
ผมกับร้องชายเฉยๆ
พอจับได้ใบแดง น้องทำหน้าปกติ แต่แม่เป็นลมตึ้ง
พอกลับมาบ้าน แม้ร้องห่มร้องไห้ ไม่อยากให้น้องไปเป็นทหาร กลัวได้ไปรบกัมพูชา อีกอย่างไม่มีใครอยู่บ้านกับพ่อแม่
ครอบครัวผมมีพี่น้อง3 คน
ผมคนโต น้องสาวคนกลาง ย้ายมาอยู่ที่อื่น เหลือน้องชายอยู่บ้านต้องคอยปรนนิบัติพ่อแม่ น้องบอกอึดอัดมากที่ต้องคอยเป็นแขนเป็นขา ทำงานบ้านทุกอย่าง แต่ทางบ้านไม่เคยสนับสนุนให้เรียนต่อหรือมีอนาคตไกล
น้องรู้สึกเหนื่อยที่อยู่บ้านต้องทำทุกอย่างคนเดียว
เลยบอกว่าจับได้ใบแดงก็ดีเหมือนกัน จะได้ออกจากบ้านไปสักที จะได้ไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ เผื่อได้แรงบันดาลใจว่าจะทำอาชีพอะไร
ร้องเรียน จบ ม.6 ครับ เรียนเก่งประมาณหนึ่ง
แต่คำพูดของแม่คือเหมือนอยากให้น้องอยู่บ้านเพื่อปรนนิบัติตลอด แม่บอกว่า อ้าว ถ้าน้องไปเป็นทหาร2 ปีแล้วใครจะช่วยงานบ้านแม่ ใครจะไปสวน ใครจะไปกรีดยาง นั่นนี่
ผมกับน้องเลยคุยกันว่า สรุปที่แม่ไม่อยากให้ไปเป็นทหารนี่เพราะกลัวไปรบกัมพูชา หรือกลัวไม่มีคนช่วนงานบ้านกันแน่
แต่น้องเชื่ออย่างหลังมากกว่า คือเหมือนอยากให้น้องอยู่บ้านเพื่อเป็นที่พึ่ง แต่เงินทองก็ให้น้อยนิด จนผมก็ต้องช่วยน้องตลอด(ผมเต็มใจ)
น้องบอกดีใจซะด้วยซ้ำที่จับได้ใบแดง จะได้ไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ ชีวิต แม่ร้องห่มร้องไห้ทุกวันในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมกับน้องชายเลยพูดแบบไม่ซอฟท์แล้วนะ
พูดตรง ๆ ว่า น้องอยากไปหาประสบการณ์ชีวิต การไปรับใช้ชาติก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ท้ายทาย หยุดร้องไห้ได้แล้ว
แม่ก็ยังจะมาเถียงว่าน้องโลกสวย ไม่รู้ความลำบากของทหาร ไม่รู้ว่าจะไปชายแดนรึเปล่า
ผมเลยสวนไปว่า จะไปชายแดนหรือไม่มันอยู่ที่ทัพภาค และความจำเป็น ไม่ใช่ว่าทุกคนสมัครไปชายแดนแล้วจะได้ไปทุกคน อีกอย่างหลักๆคนที่ไป ชด.คือ ทพ.1-2
คำถามคือถ้าน้องได้ไปแล้วยังไง น้องไม่ได้กังวลอะไร แต่แม่ตีตนไปก่อนไข้แล้ว
จนขี้เกียจอธิบายแล้ว ตอนนี้แม่ก็ไม่พูดอะไร คงปลงแล้วมั้ง
บอกตรงๆ ผมกับร้องรำคาญมาก ส่วนพ่อเฉยๆ ไม่พูดอะไรเลย
มีใครมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไหมครับ
น้องจับได้ใบแดง แต่แม่เป็นลม
ก่อนสงกรานต์น้องชายจับได้ใบแดง แต่น้องเฉยๆมาก ไม่ได้ดีใจหรือเสียใจ แค่อยากทำหน้าที่ตนเองให้เสร็จแล้วไปหางานทำ
แต่วันที่จับนั้น ครอบครัวเครียดมาก ลุ้นจนตัวสั่น
ผมกับร้องชายเฉยๆ
พอจับได้ใบแดง น้องทำหน้าปกติ แต่แม่เป็นลมตึ้ง
พอกลับมาบ้าน แม้ร้องห่มร้องไห้ ไม่อยากให้น้องไปเป็นทหาร กลัวได้ไปรบกัมพูชา อีกอย่างไม่มีใครอยู่บ้านกับพ่อแม่
ครอบครัวผมมีพี่น้อง3 คน
ผมคนโต น้องสาวคนกลาง ย้ายมาอยู่ที่อื่น เหลือน้องชายอยู่บ้านต้องคอยปรนนิบัติพ่อแม่ น้องบอกอึดอัดมากที่ต้องคอยเป็นแขนเป็นขา ทำงานบ้านทุกอย่าง แต่ทางบ้านไม่เคยสนับสนุนให้เรียนต่อหรือมีอนาคตไกล
น้องรู้สึกเหนื่อยที่อยู่บ้านต้องทำทุกอย่างคนเดียว
เลยบอกว่าจับได้ใบแดงก็ดีเหมือนกัน จะได้ออกจากบ้านไปสักที จะได้ไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ เผื่อได้แรงบันดาลใจว่าจะทำอาชีพอะไร
ร้องเรียน จบ ม.6 ครับ เรียนเก่งประมาณหนึ่ง
แต่คำพูดของแม่คือเหมือนอยากให้น้องอยู่บ้านเพื่อปรนนิบัติตลอด แม่บอกว่า อ้าว ถ้าน้องไปเป็นทหาร2 ปีแล้วใครจะช่วยงานบ้านแม่ ใครจะไปสวน ใครจะไปกรีดยาง นั่นนี่
ผมกับน้องเลยคุยกันว่า สรุปที่แม่ไม่อยากให้ไปเป็นทหารนี่เพราะกลัวไปรบกัมพูชา หรือกลัวไม่มีคนช่วนงานบ้านกันแน่
แต่น้องเชื่ออย่างหลังมากกว่า คือเหมือนอยากให้น้องอยู่บ้านเพื่อเป็นที่พึ่ง แต่เงินทองก็ให้น้อยนิด จนผมก็ต้องช่วยน้องตลอด(ผมเต็มใจ)
น้องบอกดีใจซะด้วยซ้ำที่จับได้ใบแดง จะได้ไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ ชีวิต แม่ร้องห่มร้องไห้ทุกวันในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมกับน้องชายเลยพูดแบบไม่ซอฟท์แล้วนะ
พูดตรง ๆ ว่า น้องอยากไปหาประสบการณ์ชีวิต การไปรับใช้ชาติก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ท้ายทาย หยุดร้องไห้ได้แล้ว
แม่ก็ยังจะมาเถียงว่าน้องโลกสวย ไม่รู้ความลำบากของทหาร ไม่รู้ว่าจะไปชายแดนรึเปล่า
ผมเลยสวนไปว่า จะไปชายแดนหรือไม่มันอยู่ที่ทัพภาค และความจำเป็น ไม่ใช่ว่าทุกคนสมัครไปชายแดนแล้วจะได้ไปทุกคน อีกอย่างหลักๆคนที่ไป ชด.คือ ทพ.1-2
คำถามคือถ้าน้องได้ไปแล้วยังไง น้องไม่ได้กังวลอะไร แต่แม่ตีตนไปก่อนไข้แล้ว
จนขี้เกียจอธิบายแล้ว ตอนนี้แม่ก็ไม่พูดอะไร คงปลงแล้วมั้ง
บอกตรงๆ ผมกับร้องรำคาญมาก ส่วนพ่อเฉยๆ ไม่พูดอะไรเลย
มีใครมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไหมครับ