เรื่องมันมีอยู่ว่าเราทำงานที่คาเฟ่ป่าชื่อดังแห่งหนึ่งใน(UTH) โดยเราร่วมงานกับเขามาได้ประมาณ 1 ปี 2 เดือน และก็รู้มาตลอดว่าเขามีลูกเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ลูกเขาทั้งหมดเพราะรับลูกของพี่สาวมาเลี้ยงอีกที และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
มันเริ่มต้นประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 หลังที่น้องอีกคนที่ร้านลาออกจากงานเพราะเหตุผลส่วนตัวหลังจากที่น้องคนนั้นลาออก เหมือนไม่มีคนกล้าว่าและติเขาเพราะน้องที่ออกเป็นผู้ช่วย และผู้จัดการก็ไม่กล้าว่าให้เขา และเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาคนนี้ก็เริ่มเลยเมื่อเห็นน้องอีกคนเริ่มเอาลูกมาเล่นที่ร้านนานวันเขาเริ่มเอามานอนและหลายวันต่อมาตัวเอาก็หอบกันมา(คือร้านเรา พนง. มีลูกหมดยกเว้นเรา) แต่เรื่องมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เพราะร้านมันติดถนนใหญ่ เรื่องลูกค้าไม่ต้องพูดถึง ขั้นต่ำ 700-850 แก้วต่อวัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดถึงจุดนี้ว่าลูกๆของพวกเขาจะรบกวนการทำงานไหม และผู้จัดการก็ไม่เคยว่า กลับยิ่งไปเล่นและพูดนั้นนี้ บางครั้งถึงขั้นหอบขนมนมเนยมาตั้งวงกินก็มี หนักเข้าถึงขั้นวิ่งเล่นในร้าน ชนลูกค้าบ้าง เอามือล้วงถังน้ำแข็ง และบางวันถึงขั้นปูที่นอนหลังร้านไปเลยก็มี และเป็นแบบนี้เรื่อยๆมา พอจะบอกหน่อยก็ไม่พอใจ พูดประชดประชันเราบาง บางครั้งมีการพูดให้เราว่า ถ้าไม่พอใจก็ไปมีลูกสิ จะได้เอามาเลี้ยงที่นี่เหมือนพวกเธอ คือเราช็อคไปเลย และหลังจากนั้นเราก็รอจนโบนัสออกและตัดสินใจลาออกเลย เพราะเราคิดว่าเราทนมานานแล้วในเมื่อบอกไม่ได้ก็ถอยดีกว่า จนบางครั้งเราเกือบจะเดินไปบอกว่าออกไปเลี้ยงลูกก่อนไหมเพราะฐานะทางบ้านเขาก็ดีอยู่ที่รู้เพราะเขาชอบพูดในที่ทำงานว่าที่บ้านมีที่ไร่ที่นาเป็นร้อยๆไร่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเราจึงได้แต่คิดและเก็บไว้ในใจ อีกอย่างไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่ที่ร้านไม่รู้ แต่รู้แล้วไม่ทำอะไร...คิดเห็นอย่างไรลองแลกเปลี่ยนกันค่ะ
คิดเห็นอย่างไรกับการที่เพื่อนร่วมงานเอาลูกมาเลี้ยงที่ร้านด้วย
มันเริ่มต้นประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 หลังที่น้องอีกคนที่ร้านลาออกจากงานเพราะเหตุผลส่วนตัวหลังจากที่น้องคนนั้นลาออก เหมือนไม่มีคนกล้าว่าและติเขาเพราะน้องที่ออกเป็นผู้ช่วย และผู้จัดการก็ไม่กล้าว่าให้เขา และเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาคนนี้ก็เริ่มเลยเมื่อเห็นน้องอีกคนเริ่มเอาลูกมาเล่นที่ร้านนานวันเขาเริ่มเอามานอนและหลายวันต่อมาตัวเอาก็หอบกันมา(คือร้านเรา พนง. มีลูกหมดยกเว้นเรา) แต่เรื่องมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เพราะร้านมันติดถนนใหญ่ เรื่องลูกค้าไม่ต้องพูดถึง ขั้นต่ำ 700-850 แก้วต่อวัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดถึงจุดนี้ว่าลูกๆของพวกเขาจะรบกวนการทำงานไหม และผู้จัดการก็ไม่เคยว่า กลับยิ่งไปเล่นและพูดนั้นนี้ บางครั้งถึงขั้นหอบขนมนมเนยมาตั้งวงกินก็มี หนักเข้าถึงขั้นวิ่งเล่นในร้าน ชนลูกค้าบ้าง เอามือล้วงถังน้ำแข็ง และบางวันถึงขั้นปูที่นอนหลังร้านไปเลยก็มี และเป็นแบบนี้เรื่อยๆมา พอจะบอกหน่อยก็ไม่พอใจ พูดประชดประชันเราบาง บางครั้งมีการพูดให้เราว่า ถ้าไม่พอใจก็ไปมีลูกสิ จะได้เอามาเลี้ยงที่นี่เหมือนพวกเธอ คือเราช็อคไปเลย และหลังจากนั้นเราก็รอจนโบนัสออกและตัดสินใจลาออกเลย เพราะเราคิดว่าเราทนมานานแล้วในเมื่อบอกไม่ได้ก็ถอยดีกว่า จนบางครั้งเราเกือบจะเดินไปบอกว่าออกไปเลี้ยงลูกก่อนไหมเพราะฐานะทางบ้านเขาก็ดีอยู่ที่รู้เพราะเขาชอบพูดในที่ทำงานว่าที่บ้านมีที่ไร่ที่นาเป็นร้อยๆไร่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเราจึงได้แต่คิดและเก็บไว้ในใจ อีกอย่างไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่ที่ร้านไม่รู้ แต่รู้แล้วไม่ทำอะไร...คิดเห็นอย่างไรลองแลกเปลี่ยนกันค่ะ