JJNY : รอมฎอนชวนจับตา ผบ.ทบ.│ส.ส.ระยอง ปชน.จี้ยืนยันร่างกม.│สส.ปชน.เสนอกทม. เร่งปฏิรูป│ฐปณีย์-ส.ปอเนาะ ร้องปมไอโอคุกคาม

คอมเมนต์เดือด รอมฎอนชวนจับตา ผบ.ทบ. ไม่ร่วมลงพื้นที่ชายแดนใต้
.

.
คอมเมนต์เดือด รอมฎอน ปันจอร์ โพสต์ชวนจับตา ผบ.ทบ. ไม่ร่วมคณะนายกฯอนุทิน ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
.
วันนี้ (17 เม.ย.69) นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า
.
ไม่ปรากฏชื่อ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ. ทบ.) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ในคณะที่เดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้ร่วมกับนายกฯ อนุทิน ทั้งที่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ บทบาทและความเห็นของ ผบ. ทบ. น่าจะสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจทางการเมืองของรัฐบาลพลเรือน
.
นายรอมฎอน ระบุด้วยว่า ผบ. ทบ มีสถานะเป็น รอง ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ 2551 มีอำนาจและความรับผิดชอบต่อปัญหาไฟใต้โดยตรง ทั้งบุคคลที่ท่านจัดวางและแนวทางที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ยิ่งวิกฤตความเชื่อมั่นที่เกิดกับ กอ.รมน. (ผ่านคดีลอบยิง สส.) และ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. และแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีคำพูดต่อสาธารณะ ในเวลานี้ กระทั่งมีข้อเรียกร้องให้มีการย้ายตัวบุคคลออก ยิ่งต้องเห็นผู้นำกองทัพอยู่ใกล้ชิดและให้คำแนะนำทางเลือก ผู้นำรัฐบาล
.
การไม่ปรากฎตัวของ ผบ.ทบ. หรืออย่างน้อย ๆ ก็เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. โดยตำแหน่ง จึงมีความหมายมาก ชวนทุกท่านติดตามการลพื้นที่ชายแดนใต้ของนายกฯ ตลอดวันนี้
.
โพสต์ดังกล่าวของนายรอมฎอน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งแสดงจุดยืนว่าอยู่ข้างแม่ทัพภาคที่ 4 หรือแสดงความเห็นเชิงตำหนิ ว่า ห่วงแต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
.
สำหรับการตรวจราชการจังหวัดภาคใต้ครั้งนี้ คณะของนายกฯ อนุทิน ประกอบด้วย พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาไทย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ร่วมเดินทางไปยังสนามบินนราธิวาส เพื่อตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดชุมพร
.
https://www.facebook.com/RomadonPanjor/posts/pfbid02KMtovcDKTS3ye3fNhnNhbMp2PhNvmeBihT3MaHEybVauKrqRt99WH7jLg5AzYbn2l
.

.
ส.ส.ระยอง ปชน. จี้ สุชาติ ยืนยันร่าง กม.เปิดข้อมูลปล่อยมลพิษ หวั่นต้องเริ่มใหม่ทั้งที่ใกล้สำเร็จ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5680831
.
“ส.ส.ระยอง ปชน.” ขอ “สุชาติ” ยืนยันร่าง กม.PRTR ให้เดินต่อในสภา หวังเป็นเครื่องมือแก้ปัญหามลพิษ-สารเคมีตั้งแต่ต้นตอ
.
เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่รัฐสภา น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้รัฐบาล รวมถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณายืนยันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. … (PRTR) ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการของสภาชุดที่ผ่านมา คืนสู่สภาชุดปัจจุบัน ให้พิจารณาต่อในวาระสองและวาระสาม เพื่อให้เป็นร่างกฎหมายที่ใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษอย่างยั่งยืน
.
น.ส.กมนทรรศน์กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเครือข่ายภาคประชาชนเป็นผู้ผลักดันเข้าชื่อ และยื่นเสนอต่อสภา และพรรคประชาชนเมื่อครั้งยังเป็นพรรคก้าวไกล ได้ยื่นเสนอประกบจนผ่านการรับหลักการของสภา ชุดที่ผ่านมา และก่อนการยุบสภา กรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ โดยเนื้อหามีทั้งหมด 40 มาตรา และในชั้นกรรมาธิการได้พิจารณาไปในทิศทางเดียวกัน
.
แม้ว่าอาจมีผู้ที่สงวนความเห็นในรายละเอียดบ้าง เพียง 2-3 มาตรา และสามารถนำมาถกกันในวาระสองได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้สภาชุดปัจจุบันได้พิจารณาต่อ
.
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลไม่ยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว มีแนวทางเดินทางต่อไปอย่างไรบ้าง น.ส.กมนทรรศน์กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ยืนยันเสียงประชาชนฐานะที่เป็นผู้ยื่นเสนอร่างกฎหมาย เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะเป็นสิ่งที่เป็นความหวังของประชาชน ที่อยากเห็นประเทศไทยบริหารจัดการเรื่องสิ่งแวลด้อม และมลพิษให้สำเร็จตั้งแต่ต้นทาง เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวนั้นช่วยควบคุม และมีมาตรการให้ผู้ที่ครอบครองสารเคมีอันตรายได้เปิดเผยให้ประชาชน ชุมชนรับรู้และมีส่วนร่วมในการรับมือกับอุบัติภัยทางเคมี
.
หากรอบนี้รัฐบาลไม่ยืนยันกลับมา เท่ากับว่าประชาชนต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ เท่ากับว่าการเดินทางของประชาชนที่ผ่านมาสูญเปล่า ทั้งที่การผลักดันที่เกิดขึ้นนั้นเกือบสำเร็จแล้ว อย่างไรก็ตามยังอยากให้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้พิจารณายืนยัน หลังจากที่ทราบว่าได้ยืนยันให้ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดแล้ว และอยากให้ยืนยันร่างกฎหมายการรายงาน และเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. … ไปด้วยเพื่อเป็นเครื่องมือที่ควบคู่กันเพื่อใช้แก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5” น.ส.กมนทรรศน์กล่าว
.

.
สส.ปชน. เสนอ กทม. เร่งปฏิรูปทั้งระบบ พัฒนาการดูแลผู้ป่วย หนุนร่วมทุนเอกชน ดูแลการให้บริการ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5680700
.
สส.ปชน. เสนอ กทม. เร่งปฏิรูปทั้งระบบ พัฒนาการดูแลผู้ป่วย หนุนร่วมทุนเอกชน ดูแลการให้บริการ
.
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.เวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) เปิดเผยงบประมาณที่โยกจากกองทุนดูแลระยะยาว สำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (ลองเทอมแคร์) หลังจากที่มีมติเมื่อ 1 เม.ย. ให้โยกงบดังกล่าว ไปให้กับหน่วยนวัตกรรมวิถีใหม่ หรือนวัตกรรม 7 นางฟ้า
.
ที่ประกอบด้วย คลินิกเอกชน และร้านยาในระบบบัตรทอง ที่ สปสช.เปิดให้สิทธิบัตรทองใช้รักษาเบื้องต้นตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งพบความเสี่ยงว่า จะขาดทุน
.
ทั้งนี้ตนกังวลว่าหากการโยกงบลองเทอมแคร์ อาจกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะติดเตียง และเสี่ยงว่าจะใช้เงินกองทุนผิดวัตถุประสงค์ได้ อย่างไรก็ดีต้องชี้แจงด้วยว่า การเกลี่ยงบที่ไม่กระทบกับการบริการนั้นคืออะไร
.
นายเอกภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงใน กทม.มีประมาณ 3 หมื่นคน แต่ได้รับบริการตามสิทธิเพียง 3,000 คนเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็น เพราะกทม.ไม่สามารถจ้างนักบริบาลได้ นอกจากนั้นแล้วในต่างจังหวัดพบว่าไม่สามารถจัดหาคนทำงานเต็มเวลาได้ เพราะงานหนักและค่าตอบแทนไม่จูงใจ ได้รับเพียง 5,000-6,000 บาทเท่านั้น ทำให้มีเงินค้างในระบบ และเป็นเหตุให้บอร์ด สปสช. โยกงบไปให้หน่วยนวัตกรรม ทั้งนี้เป็นห่วงว่า การโยงงบที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบต่อระบบการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในระยะยาวได้
.
นายเอกภาพกล่าวด้วยว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น ตนมองว่าต้องเร่งปฏิรูปทั้งระบบ โดยมีข้อเสนอต่อ กทม. คือ ต้องพัฒนาตลาดแรงงานที่ให้บริการรลองเทอมแคร์ อย่างจริงจัง มีนักบริบาลดูแลผู้ป่วยระยะยาว และต้องมีการฟื้นฟูสมรรรถภาพผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยติดเตียง โดยให้มีนักกายภาพบำบบัด 1.5 หมื่นคน ในกทม.
.
ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ป่วยที่ต้องดูแลระยะยาวมีประมาณ 5 หมื่นคน รวมถึงต้องจัดสวัสดิการและคุ้มครองความปลอดภัย ทั้งนี้อาจใช้การร่วมทุนกับเอกชน ที่เหมือนกับบริษัท กรุงเทพธนาคม เป็นต้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่