เมียน้อยของจอมพลสฤษดิ์ตามที่มีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีถึง 81 คน ซึ่งจริงๆอาจจะมีมากกว่านี้ บรรดาอนุทั้งหลายมีทั้ง ดารา นักร้อง ดาวโป๊ ดาวยั่ว นักเรียนมัธยม นางงามเวทีต่างๆ ไปจนถึงนางสาวไทย สเป็คของท่านจอมพลนอกจากจากรูปร่างหน้าตาจะต้องสะสวยแล้ว ขนตาจะต้องยาวงอน ยิ่งมีไฝในที่ลับท่านจะชอบเป็นพิเศษ
ในปี 2504 นงคราญ เด็กสาววัย 18 ปี จากจังหวัดสงขลา คว้าตำแหน่งนางงามวชิราวุธ สำเร็จ หลังจากได้รับตำแหน่งเธอให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ว่า เธอมีชายในดวงใจแล้ว ผิดกับนางงามคนอื่นๆ ที่ส่วนมากจะกล่าวว่า ยังโสด แต่นงคราญกลับไม่พูดอย่างนั้น เธอเปิดเผยว่า มีกำหนดการจะแต่งงานหลังจากรับตำแหน่งนางงามแล้ว 1 ปี กับ ร.ต.ต. สมพร นายตำรวจหนุ่มประจำสถานีตำรวจอำเภอสะเดา จ.สงขลา
หลังจากนั้น 2 วัน เธอได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอสะเดา จ.สงขลา เพื่อเตรียมงานหมั้น บรรดาแม่บ้านแม่เล้าของจอมพลสฤษดิ์ มีแน่งน้อย หรือต้อย , สุวรรณา , สุมน , นิลศรี , ประนอม และ ประภาศรี ที่ประจำอยู่ที่บ้านกองพลที่ 1
ต่างหาทางติดต่อนงคราญ เพื่อพาไปเป็นอนุภรรยาของจอมพลสฤษดิ์ ตามคำบัญชาของท่านจอมพล
สุมน กับแม่เล้าอีกคน รีบนั่งเครื่องบินไปสงขลาทันที เข้าพบ ร.ต.อ.บำรุง พ่อของนงคราญ โดยเสนอค่าตัว 200,000 บาท บ้านและรถยนต์ พร้อมทั้งจะย้าย ร.ต.อ.บำรุง มาประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ต้องไปตรกตรำอยู่ต่างจังหวัด ร.ต.อ. บำรุง ยอมตกลง แต่นงคราญเธอไม่ยอม โดยได้หนีเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับ ร.ต.ต.สมพร หนุ่มคนรัก
นงคราญหนีไปอยู่กับญาติที่ประตูน้ำ พ่อของเธอและนางสุมน เดินทางตามมาเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
ทุกครั้งที่สุมนไปที่บ้านที่นงคราญพักอยู่กับญาติย่านประตูน้ำ นงคราญจะหนีไปซ่อนในห้องน้ำบ้างห้องส้วมบ้าง โดยมี ร.ต.ต.สมพร ยืนถือปืนเฝ้าอยู่ และประกาศว่าจะปลิดชีวิตผู้ใดก็ตามที่มาพรากนงคราญไปจากเขา
การเอาจริงเอาจริงของหนุ่มคนรัก ทำให้สุมนและบรรดาแม่เล้าขยาดไม่ยอมไปอีก ไม่คิดมาก่อนว่าการจะพานงคราญไปเป็นอนุภรรยาของท่านจอมพลจะยากขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าอุปสรรคจะอยู่ที่พ่อแม่ของนงคราญ แต่กลับตรงกันข้าม พ่อของเธอยินยอมยกลูกสาวให้ท่านจอมพลแต่โดยดี
และด้วยความรักที่มีต่อนงคราญ อย่างมั่นคง ร.ต.ต.สมพร พยายามติดต่อผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน เพื่อให้จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งตอนนั้นมียศเป็นพลเอก และเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงานหมั้นให้ ซึ่งงานหมั้นนั้นได้จัดขึ้นที่บ้านของจอมพลถนอม ในเดือนธันวาคม ปี 2504 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต่างลงข่าวเรื่องนี้
หลังจากหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว ร.ต.ต.สมพร คิดว่าทางแม่เล้าจะพากันเลิกรา เขาจึงกลับไปทำงานที่อำเภอสะเดา แต่ความพยายามของบรรดาแม่เล้ายังไม่หมด แม้นงคราญจะมีคู่หมั้นแล้วก็ตาม สุมนเปิดเผยว่า ท่านจอมพลอยากได้ตัวนงคราญมาก โดยเสนอค่าตัวจากเดิม 200,000 บาท เป็น 500,000 บาท แหวนเพชร 5 กะรัต บ้านหนึ่งหลัง รถเบนซ์หนึ่งคัน และจะตบรางวัลให้กับแม่เล้าคนไหนก็ตามที่สามารถพานงคราญมาเป็นอนุภรรยาได้ เป็นเงิน 200,000 บาท บรรดาแม่เล้าจะเข้ามาติดต่อนงคราญอีกครั้ง แม่นงคราญจะมีคู่หมั้นแล้วก็ตาม
การที่ ร.ต.ต.สมพร ต้องไปรับราชการอยู่ที่อำเภอสะเดา จ.สงขลานั้น เป็นการเปิดโอกาสให้พวกแม่เล้าเข้ามาเกลี้ยกล่อมนงคราญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบางครั้งพ่อแม่ของเธอก็ช่วยแม่เล้าเกลี้ยกล่อมด้วย
ในที่สุดนงคราญก็ใจอ่อน ยอมเข้าพบท่านจอมพล
สุมนพานงคราญไปแต่งตัวเสริมสวยก่อนเข้าพบท่านจอมพลที่บ้านวิมานหลังกองพลที่ 1 จากนั้นพาขึ้นรถเก๋งไป โดยมีพ่อของเธอนั่งไปด้วย ระหว่างทางนงคราญเกิดเปลี่ยนใจหลายครั้ง พยายามจะกระโดดรถหลบหนี แต่สุมนกับพ่อของเธอได้ห้ามไว้
วันนั้นนงคราญเข้าพบท่านจอมพล และได้พูดขอร้องว่าเธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งท่านจอมพลก็ไม่ได้ขืนใจ ทั้งยังอบรมต่อไปอีกว่าให้เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี โดยได้ทิ้งท้ายไว้กับนงคราญว่า หากมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรมาพบได้ตลอดเวลา ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จากนั้นท่านจอมพลก็ปล่อยให้นงคราญกลับ โดยไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวแม้แต่น้อยเลย
จากคำพูดนี้เองที่หล่อหลอมหัวใจของนงคราญให้นับถือและไว้วางใจ การแต่งงานกับหนุ่มรุ่นเดียวกันแต่ฐานะไม่ดี กับการยอมเป็นอนุภรรยาของผู้นำชาติ ซึ่งจะสามารถดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ตามต้องการ จะเลือกอย่างไหนดี ความรักมันกินไม่ได้ นงคราญก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน นงคราญเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องการความสบาย เกียรติยศ ชื่อเสียง รวมทั้งยังจะได้ทดแทนบุญคุณผู้ให้กำเนิด พ่อของเธอจะได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วย รวมทั้งทรัพย์สินที่จะได้คือ
รถเบนซ์คันใหม่เอี่ยม , บ้านพร้อมที่ดิน 150 ตรว. , แหวนเพชร 5 กะรัต 1 วง , เงินสด 5 แสนบาท , สร้อยเพชร 1 เส้น , นาฬิกาฝั่งเพชร 1 เรือน , เงินเดือนอีกเดือนละ 3 พันบาท พ่อได้เลื่อนยศจาก ร.ต.อ. ตำแหน่งผู้บังคับกองอำเภอสะเดา จ.สงขลา มาเป็น พ.ต.ต. ตำแหน่งสารวัตรแผนก 2 กองปราบปรามสามยอด ในที่สุดเธอก็ได้เขียนจดหมายบอกลา ร.ต.ต. สมพร สั้นๆว่า เธอได้ตัดสินใจที่จะเป็นอนุภรรยาของท่านจอมพลแล้ว
แม้นงคราญจะเป็นอนุภรรยาที่ได้มายากกว่าอนุภรรยาคนอื่นๆ แต่ท่านจอมพลก็ยังคงมีอนุต่อไปอีกเรื่อยๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2506 ด้วยอาการไตวาย สิริอายุได้ 55 ปี
หลังจอมพลสฤษดิ์อสัญกรรมลง บรรดาอนุทั้งหลายต่างพากันแย่งมรดก ผิดกับนงคราญที่ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งวุ่นวายกับคดีมรดก เพราะเงินทองที่ท่านจอมพลปรนเปรอให้นั้น เพียงพอที่เธอจะเอาไปตั้งเนื้อตั้งตัวใหม่ได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
ที่มา
เล่าเรื่องเมียน้อยคนดัง ; สุดท้ายเธอก็เลือกเงินและความสบาย เพราะรักมันกินไม่ได้
ในปี 2504 นงคราญ เด็กสาววัย 18 ปี จากจังหวัดสงขลา คว้าตำแหน่งนางงามวชิราวุธ สำเร็จ หลังจากได้รับตำแหน่งเธอให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ว่า เธอมีชายในดวงใจแล้ว ผิดกับนางงามคนอื่นๆ ที่ส่วนมากจะกล่าวว่า ยังโสด แต่นงคราญกลับไม่พูดอย่างนั้น เธอเปิดเผยว่า มีกำหนดการจะแต่งงานหลังจากรับตำแหน่งนางงามแล้ว 1 ปี กับ ร.ต.ต. สมพร นายตำรวจหนุ่มประจำสถานีตำรวจอำเภอสะเดา จ.สงขลา
หลังจากนั้น 2 วัน เธอได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอสะเดา จ.สงขลา เพื่อเตรียมงานหมั้น บรรดาแม่บ้านแม่เล้าของจอมพลสฤษดิ์ มีแน่งน้อย หรือต้อย , สุวรรณา , สุมน , นิลศรี , ประนอม และ ประภาศรี ที่ประจำอยู่ที่บ้านกองพลที่ 1
ต่างหาทางติดต่อนงคราญ เพื่อพาไปเป็นอนุภรรยาของจอมพลสฤษดิ์ ตามคำบัญชาของท่านจอมพล
สุมน กับแม่เล้าอีกคน รีบนั่งเครื่องบินไปสงขลาทันที เข้าพบ ร.ต.อ.บำรุง พ่อของนงคราญ โดยเสนอค่าตัว 200,000 บาท บ้านและรถยนต์ พร้อมทั้งจะย้าย ร.ต.อ.บำรุง มาประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ต้องไปตรกตรำอยู่ต่างจังหวัด ร.ต.อ. บำรุง ยอมตกลง แต่นงคราญเธอไม่ยอม โดยได้หนีเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับ ร.ต.ต.สมพร หนุ่มคนรัก
นงคราญหนีไปอยู่กับญาติที่ประตูน้ำ พ่อของเธอและนางสุมน เดินทางตามมาเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
ทุกครั้งที่สุมนไปที่บ้านที่นงคราญพักอยู่กับญาติย่านประตูน้ำ นงคราญจะหนีไปซ่อนในห้องน้ำบ้างห้องส้วมบ้าง โดยมี ร.ต.ต.สมพร ยืนถือปืนเฝ้าอยู่ และประกาศว่าจะปลิดชีวิตผู้ใดก็ตามที่มาพรากนงคราญไปจากเขา
การเอาจริงเอาจริงของหนุ่มคนรัก ทำให้สุมนและบรรดาแม่เล้าขยาดไม่ยอมไปอีก ไม่คิดมาก่อนว่าการจะพานงคราญไปเป็นอนุภรรยาของท่านจอมพลจะยากขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าอุปสรรคจะอยู่ที่พ่อแม่ของนงคราญ แต่กลับตรงกันข้าม พ่อของเธอยินยอมยกลูกสาวให้ท่านจอมพลแต่โดยดี
และด้วยความรักที่มีต่อนงคราญ อย่างมั่นคง ร.ต.ต.สมพร พยายามติดต่อผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน เพื่อให้จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งตอนนั้นมียศเป็นพลเอก และเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงานหมั้นให้ ซึ่งงานหมั้นนั้นได้จัดขึ้นที่บ้านของจอมพลถนอม ในเดือนธันวาคม ปี 2504 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต่างลงข่าวเรื่องนี้
หลังจากหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว ร.ต.ต.สมพร คิดว่าทางแม่เล้าจะพากันเลิกรา เขาจึงกลับไปทำงานที่อำเภอสะเดา แต่ความพยายามของบรรดาแม่เล้ายังไม่หมด แม้นงคราญจะมีคู่หมั้นแล้วก็ตาม สุมนเปิดเผยว่า ท่านจอมพลอยากได้ตัวนงคราญมาก โดยเสนอค่าตัวจากเดิม 200,000 บาท เป็น 500,000 บาท แหวนเพชร 5 กะรัต บ้านหนึ่งหลัง รถเบนซ์หนึ่งคัน และจะตบรางวัลให้กับแม่เล้าคนไหนก็ตามที่สามารถพานงคราญมาเป็นอนุภรรยาได้ เป็นเงิน 200,000 บาท บรรดาแม่เล้าจะเข้ามาติดต่อนงคราญอีกครั้ง แม่นงคราญจะมีคู่หมั้นแล้วก็ตาม
การที่ ร.ต.ต.สมพร ต้องไปรับราชการอยู่ที่อำเภอสะเดา จ.สงขลานั้น เป็นการเปิดโอกาสให้พวกแม่เล้าเข้ามาเกลี้ยกล่อมนงคราญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบางครั้งพ่อแม่ของเธอก็ช่วยแม่เล้าเกลี้ยกล่อมด้วย
ในที่สุดนงคราญก็ใจอ่อน ยอมเข้าพบท่านจอมพล
สุมนพานงคราญไปแต่งตัวเสริมสวยก่อนเข้าพบท่านจอมพลที่บ้านวิมานหลังกองพลที่ 1 จากนั้นพาขึ้นรถเก๋งไป โดยมีพ่อของเธอนั่งไปด้วย ระหว่างทางนงคราญเกิดเปลี่ยนใจหลายครั้ง พยายามจะกระโดดรถหลบหนี แต่สุมนกับพ่อของเธอได้ห้ามไว้
วันนั้นนงคราญเข้าพบท่านจอมพล และได้พูดขอร้องว่าเธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งท่านจอมพลก็ไม่ได้ขืนใจ ทั้งยังอบรมต่อไปอีกว่าให้เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี โดยได้ทิ้งท้ายไว้กับนงคราญว่า หากมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรมาพบได้ตลอดเวลา ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จากนั้นท่านจอมพลก็ปล่อยให้นงคราญกลับ โดยไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวแม้แต่น้อยเลย
จากคำพูดนี้เองที่หล่อหลอมหัวใจของนงคราญให้นับถือและไว้วางใจ การแต่งงานกับหนุ่มรุ่นเดียวกันแต่ฐานะไม่ดี กับการยอมเป็นอนุภรรยาของผู้นำชาติ ซึ่งจะสามารถดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ตามต้องการ จะเลือกอย่างไหนดี ความรักมันกินไม่ได้ นงคราญก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน นงคราญเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องการความสบาย เกียรติยศ ชื่อเสียง รวมทั้งยังจะได้ทดแทนบุญคุณผู้ให้กำเนิด พ่อของเธอจะได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วย รวมทั้งทรัพย์สินที่จะได้คือ รถเบนซ์คันใหม่เอี่ยม , บ้านพร้อมที่ดิน 150 ตรว. , แหวนเพชร 5 กะรัต 1 วง , เงินสด 5 แสนบาท , สร้อยเพชร 1 เส้น , นาฬิกาฝั่งเพชร 1 เรือน , เงินเดือนอีกเดือนละ 3 พันบาท พ่อได้เลื่อนยศจาก ร.ต.อ. ตำแหน่งผู้บังคับกองอำเภอสะเดา จ.สงขลา มาเป็น พ.ต.ต. ตำแหน่งสารวัตรแผนก 2 กองปราบปรามสามยอด ในที่สุดเธอก็ได้เขียนจดหมายบอกลา ร.ต.ต. สมพร สั้นๆว่า เธอได้ตัดสินใจที่จะเป็นอนุภรรยาของท่านจอมพลแล้ว
แม้นงคราญจะเป็นอนุภรรยาที่ได้มายากกว่าอนุภรรยาคนอื่นๆ แต่ท่านจอมพลก็ยังคงมีอนุต่อไปอีกเรื่อยๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2506 ด้วยอาการไตวาย สิริอายุได้ 55 ปี
หลังจอมพลสฤษดิ์อสัญกรรมลง บรรดาอนุทั้งหลายต่างพากันแย่งมรดก ผิดกับนงคราญที่ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งวุ่นวายกับคดีมรดก เพราะเงินทองที่ท่านจอมพลปรนเปรอให้นั้น เพียงพอที่เธอจะเอาไปตั้งเนื้อตั้งตัวใหม่ได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
ที่มา