“โพลพระปกเกล้า”ชี้ ครม. ใหม่ยังสอบไม่ผ่าน! ประชาชน 50% ขอรอดูผลงานมากกว่าชื่อเสียง”.
https://www.dailynews.co.th/news/5787526/
.

.
สถาบันพระปกเกล้าเปิดโพล ความหวัง ครม.ใหม่" พบคนเทใจให้กลุ่มรัฐมนตรีคนนอกที่มีประสบการณ์บริหารสูงสุดในบรรดากลุ่มที่มีชื่อชัดเจน สะท้อนภาพคนไทยอยากเห็นความเป็นมืออาชีพแก้ปัญหาประเทศ งานนี้รัฐมนตรีหน้าเก่า-หน้าใหม่ต้องเร่งปั่นผลงาน เพราะสนามความนิยมยังเปิดกว้าง!
.
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสํารวจ เรื่อง “
ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร
.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสําคัญในการทํา KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “
เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยํา ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นําการเมือง แต่จัดทําเพื่อ “
ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สําคัญสําหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทําหน้าที่เป็น “
คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
.
การแถลงผลการสํารวจ KPI Poll ครั้งที่ 17 ที่ศูนย์ฯ ได้ทําการสํารวจ ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จํานวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสําคัญจากผลสํารวจ ดังนี้
.
1. รัฐมนตรีชุดใหม่กลุ่มใดเป็น “
ความหวัง” มากที่สุด? • 50.8% มองว่า ยังไม่มีกลุ่มใดที่เป็นความหวังอย่างชัดเจน สูงที่สุด • รองลงมา 37.2% มีความหวังกับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอกซึ่งมีประสบการณ์การบริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน, 6.8% มีความหวังกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก, 3.2% มีความหวังกับกลุ่มที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วมีประสบการณ์การบริหาร และ 2.0% มีความหวังกับกลุ่มที่เคยเป็น สส. มาหลายสมัย รู้ปัญหาประชาชนในพื้นที่
.
2. “
ยังไม่มีรัฐมนตรีกลุ่มใดที่เป็นความหวัง” นําเกือบทุกภาค – “
อีสาน-ใต้” นําโด่ง “ตะวันออก” หวังกับ รมต.คนนอก • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (48.4%) และ ภาคใต้ (41.5%) ชี้ ยังไม่มีกลุ่มใดที่เป็นความหวังอย่างชัดเจน สูงสุด รองลงมา คือ กรุงเทพฯ (33.5%) ภาคเหนือ (31.7%) และ ภาคกลาง (23.9%) • ขณะที่ ภาคตะวันออก (32.9%) มีความหวังกับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอก ในสัดส่วนสูงสุด ➡ ประชาชนยังไม่เห็น “
กลุ่มรัฐมนตรีที่เป็นความหวัง” อย่างชัดเจน กว่าครึ่งหนึ่ง ระบุว่ายังไม่มีกลุ่มใดเป็นความหวัง สะท้อนว่า ครม. ชุดใหม่ยังอยู่ในช่วงที่ประชาชนขอรอดูผลงานมากกว่ามอบความเชื่อมั่นล่วงหน้า แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งและบางภาคที่ฝากความหวังไว้กับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอก แสดงให้เห็นว่า ในสายตาประชาชน “
ความเป็นมืออาชีพในการบริหาร” ยังเป็นคุณสมบัติสําคัญที่สร้างความคาดหวังได้มากกว่าความใหม่หรือประสบการณ์ทางการเมืองแบบเดิมเพียงอย่างเดียว
.
3. ความชื่นชอบ “
เจ้ากระทรวง” ยังกระจาย — “
ศุภจี-ยศชนัน-สีหศักดิ์” นํา “
นายกฯ อนุทิน” รั้งอันดับสี่ • 24.2% ระบุ ยังไม่มี “
รัฐมนตรีว่าการ” ที่ชื่นชอบ/ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น สูงสุด • รองลงมา 14.4% ชื่นชอบ “
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, 11.5% ชื่นชอบ “
ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ, 9.5% ชื่นชอบ “
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ และ 8.0% ชื่นชอบ “
นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ➡ ในสายตาประชาชน ความชื่นชอบตัวบุคคลไม่ได้วัดจาก “
สถานะตําแหน่ง” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ ความคาดหวัง และบทบาทที่ผ่านมา ความชื่นชอบ “
เจ้ากระทรวง” ในเวลานี้อาจยังไม่ตกผลึก ประชาชนจํานวนมากยังอยู่ในโหมดรอดู ขณะที่ชื่อที่ขึ้นนําก็ยังได้คะแนนไม่มาก ยังไม่ครองใจสังคมอย่างเด็ดขาด ทุกคนยังต้องพิสูจน์ตนเองผ่านผลงานและการสื่อสารกับประชาชนต่อไป
.
4. ครม. ใหม่ยังต้องพิสูจน์ผลงาน- หลายภาคจับตา “
ศุภจี-อนุทิน” • คําตอบสูงสุดยังเป็น “
ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น” (19.5%) แต่ในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกจับตามองมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ “
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” (13.5%) ได้สัดส่วนสูงสุด ตามด้วย “
นายอนุทิน ชาญวีรกุล” (11.5%), “ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” (6.4%), “
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์” (6.3%), และ “
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” (5.5%) • กรุงเทพฯ (37.6%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (30.8%) และภาคใต้ (17.8%) ยังมีคําตอบสูงสุดเป็นกลุ่ม “
ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น” ขณะที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ “
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของทั้ง 3 ภูมิภาคที่ 21.3%, 20.1% และ 16.6% ตามลำดับ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคอีสาน ประชาชนคาดหวังผลงานจาก “
นายอนุทิน ชาญวีรกูล” มากที่สุดที่ 16.5% และ 11.6% ตามลําดับ ➡ ครม. ชุดใหม่ยังอยู่ในช่วงต้องทําผลงาน ขณะเดียวกัน การที่ชื่อของ “
ศุภจี” และ “
อนุทิน” เริ่มปรากฎในหลายพื้นที่ ชี้ว่าประชาชนกําลังมองหาทั้งคนที่มีภาพลักษณ์เป็นมืออาชีพและผู้นําที่มีน้ําหนักทางการเมือง แต่โดยรวม สนามความนิยมยังเปิดกว้าง และทุกตําแหน่งยังต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านผลงานจริงมากกว่าสถานะหรือชื่อเสียงเดิม
.
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 17 ประชาชนจํานวนไม่น้อยยังอยู่ในโหมด “
รอดู” การทํางานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยยังไม่ได้มอบความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ในบรรดารัฐมนตรีที่ประชาชนรับรู้และจับตา “
ศุภจี” เป็นชื่อที่โดดเด่นที่สุด โดยได้คะแนนสูงทั้งในมิติความชื่นชอบและความคาดหวังต่อผลงาน ขณะที่นายกฯ “
อนุทิน” แม้ไม่ได้โดดเด่นสูงสุดในด้านความชื่นชอบ แต่ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ประชาชนคาดหวังต่อผลงานมากที่สุด สะท้อนว่า ในสายตาประชาชน ครม. ชุดใหม่ไม่ได้ถูกประเมินจากภาพลักษณ์หรือสถานะตําแหน่งเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกจับตาว่า จะสามารถแสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้เร็วเพียงใด กล่าวอีกนัยหนึ่ง ครม. ชุดนี้ยังอยู่ในช่วงเปิดพื้นที่ให้พิสูจน์ศักยภาพในการทํางานจริง และประชาชนกําลังติดตามว่าใครจะสามารถเปลี่ยนความคาดหวังให้เป็นความเชื่อมั่น ผ่านผลงานที่จับต้องได้
.
.
ชาวสวนปาล์ม เตรียมยื่น 4 ข้อเรียกร้องต่อ "ศุภจี" 22 เม.ย. คลายมาตรการคุมส่งออก หลังพบกระทบต่อราคา
.
กระบี 17 เม.ย. – สมาพันธ์ชาวสวนปาล์มฯ เตรียมยื่นข้อเรียกร้องต่อ “ศุภจี” ในวันที่ 22 เมษายนนี้ ขอความชัดเจนนโยบายพลังงานและแนวทางบริหารจัดการน้ำมันปาล์มทั้งระบบ หลังเห็นว่า มาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้ราคาปาล์มลดเกือบ 2 บาทต่อกิโลกรัมในเวลาไม่กี่วัน
.
นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเตรียมเข้ายื่นข้อเสนอต่อนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยเห็นว่า การกำหนดให้การส่งออกต้องได้รับอนุญาตเป็นรายครั้งจากคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง การควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2569 ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและโครงสร้างราคาในระบบ
.
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ของเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการลานเท พบว่า ราคาปาล์มทะลายหน้าลานปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากประมาณ 8.90 บาท เหลือราว 7.00 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลง 1.90 บาทต่อกิโลกรัม ภายในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในวงกว้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้เกิดภาวะผลผลิตสะสมในประเทศและกดดันราคาให้ปรับลดลง
.
ด้านนายอธิราช ดำดี นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่กล่าวว่า เงื่อนไขการส่งออกที่ต้องขออนุญาตและมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา เป็นอุปสรรคต่อการค้าและเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด โดยเฉพาะเมื่อการสื่อสารนโยบายยังไม่ชัดเจน อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการรับซื้อและทำให้ราคารับซื้อผลผลิตอ่อนตัวลง
.
ขณะเดียวกัน เครือข่ายชาวสวนปาล์มตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของนโยบายพลังงาน โดยเฉพาะการยังไม่กำหนดให้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน ทั้งที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีความพร้อม และเห็นว่า นโยบายด้านพลังงานเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับผลผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศ หากไม่มีความชัดเจนอาจทำให้ราคาผลผลิตผันผวนต่อเนื่อง
.
เครือข่ายชาวสวนปาล์มจึงเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ประการ ได้แก่ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออก เพื่อคืนสมดุลให้โครงสร้างการค้าและรักษาความเชื่อมั่นของตลาด ,กำหนด B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน เพื่อเพิ่มการใช้ไบโอดีเซลและดูดซับผลผลิตในระบบ พร้อมขยายการใช้ B20 ตามปริมาณสต็อก ,ปรับโครงสร้างราคาปาล์มให้สะท้อนคุณภาพและกลไกตลาดอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมการพัฒนาไบโอดีเซลจากวัตถุดิบในประเทศ เพื่อลดต้นทุนและการพึ่งพาการนำเข้า
.
นอกจากนี้ เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนปาล์มยังเสนอให้ภาครัฐปรับบทบาทจากการแทรกแซงราคาทั้งระบบ มาเป็นการกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านราคาพลังงานแบบเฉพาะกลุ่ม (Targeted Subsidy) สำหรับผู้มีรายได้น้อย แทนการกดราคาวัตถุดิบต้นน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของภาคการผลิตในระยะยาว
.
พร้อมกันนี้ยังระบุว่า การที่กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เตรียมจัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ร่วมกับผู้แทนเกษตรกรในสัปดาหน้าเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณและราคานั้น เครือข่ายชาวสวนปาล์มคาดหวังว่า การหารือดังกล่าวจะนำไปสู่แนวทางที่ชัดเจนและสร้างสมดุลระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม.-512-สำนักข่าวไทย
.
.
นักวิเคราะห์คาด จุดจบสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านหนีไม่พ้น “ข้อตกลงสันติภาพ”
.
นักวิเคราะห์มองว่า นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น จุดจบของเรื่องนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นต้องบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แต่จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร?
.
นิก แพตัน วอลช์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวความมั่นคงระหว่างประเทศของ CNN ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ “สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายสามารถนำเสนอว่าเป็นชัยชนะได้อย่างไร”
.
วอลช์บอกว่า นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น จุดจบของเรื่องนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นต้องบรรลุข้อตกลง
.
สำหรับสหรัฐฯ การเจรจารอบแรกที่อิสลามาบัดเมื่อวันที่ 11 เม.ย. แม้จะกินเวลานานมาก แต่ดูเหมือนเป็นการแสดงที่มุ่งเป้าไปที่การเสริมสร้างอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ
JJNY : “โพล”ชี้ครม.ใหม่ยังสอบไม่ผ่าน!│ชาวสวนปาล์มเตรียมยื่น 4 ข้อต่อ"ศุภจี"│นักวิเคราะห์คาด จุดจบสงคราม│เตือนฉบับ 6 พายุ
https://www.dailynews.co.th/news/5787526/
.
.
สถาบันพระปกเกล้าเปิดโพล ความหวัง ครม.ใหม่" พบคนเทใจให้กลุ่มรัฐมนตรีคนนอกที่มีประสบการณ์บริหารสูงสุดในบรรดากลุ่มที่มีชื่อชัดเจน สะท้อนภาพคนไทยอยากเห็นความเป็นมืออาชีพแก้ปัญหาประเทศ งานนี้รัฐมนตรีหน้าเก่า-หน้าใหม่ต้องเร่งปั่นผลงาน เพราะสนามความนิยมยังเปิดกว้าง!
.
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสํารวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสําคัญในการทํา KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยํา ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นําการเมือง แต่จัดทําเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สําคัญสําหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทําหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
.
การแถลงผลการสํารวจ KPI Poll ครั้งที่ 17 ที่ศูนย์ฯ ได้ทําการสํารวจ ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จํานวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสําคัญจากผลสํารวจ ดังนี้
.
1. รัฐมนตรีชุดใหม่กลุ่มใดเป็น “ความหวัง” มากที่สุด? • 50.8% มองว่า ยังไม่มีกลุ่มใดที่เป็นความหวังอย่างชัดเจน สูงที่สุด • รองลงมา 37.2% มีความหวังกับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอกซึ่งมีประสบการณ์การบริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน, 6.8% มีความหวังกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก, 3.2% มีความหวังกับกลุ่มที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วมีประสบการณ์การบริหาร และ 2.0% มีความหวังกับกลุ่มที่เคยเป็น สส. มาหลายสมัย รู้ปัญหาประชาชนในพื้นที่
.
2. “ยังไม่มีรัฐมนตรีกลุ่มใดที่เป็นความหวัง” นําเกือบทุกภาค – “อีสาน-ใต้” นําโด่ง “ตะวันออก” หวังกับ รมต.คนนอก • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (48.4%) และ ภาคใต้ (41.5%) ชี้ ยังไม่มีกลุ่มใดที่เป็นความหวังอย่างชัดเจน สูงสุด รองลงมา คือ กรุงเทพฯ (33.5%) ภาคเหนือ (31.7%) และ ภาคกลาง (23.9%) • ขณะที่ ภาคตะวันออก (32.9%) มีความหวังกับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอก ในสัดส่วนสูงสุด ➡ ประชาชนยังไม่เห็น “กลุ่มรัฐมนตรีที่เป็นความหวัง” อย่างชัดเจน กว่าครึ่งหนึ่ง ระบุว่ายังไม่มีกลุ่มใดเป็นความหวัง สะท้อนว่า ครม. ชุดใหม่ยังอยู่ในช่วงที่ประชาชนขอรอดูผลงานมากกว่ามอบความเชื่อมั่นล่วงหน้า แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งและบางภาคที่ฝากความหวังไว้กับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอก แสดงให้เห็นว่า ในสายตาประชาชน “ความเป็นมืออาชีพในการบริหาร” ยังเป็นคุณสมบัติสําคัญที่สร้างความคาดหวังได้มากกว่าความใหม่หรือประสบการณ์ทางการเมืองแบบเดิมเพียงอย่างเดียว
.
3. ความชื่นชอบ “เจ้ากระทรวง” ยังกระจาย — “ศุภจี-ยศชนัน-สีหศักดิ์” นํา “นายกฯ อนุทิน” รั้งอันดับสี่ • 24.2% ระบุ ยังไม่มี “รัฐมนตรีว่าการ” ที่ชื่นชอบ/ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น สูงสุด • รองลงมา 14.4% ชื่นชอบ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, 11.5% ชื่นชอบ “ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ, 9.5% ชื่นชอบ “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ และ 8.0% ชื่นชอบ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ➡ ในสายตาประชาชน ความชื่นชอบตัวบุคคลไม่ได้วัดจาก “สถานะตําแหน่ง” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ ความคาดหวัง และบทบาทที่ผ่านมา ความชื่นชอบ “เจ้ากระทรวง” ในเวลานี้อาจยังไม่ตกผลึก ประชาชนจํานวนมากยังอยู่ในโหมดรอดู ขณะที่ชื่อที่ขึ้นนําก็ยังได้คะแนนไม่มาก ยังไม่ครองใจสังคมอย่างเด็ดขาด ทุกคนยังต้องพิสูจน์ตนเองผ่านผลงานและการสื่อสารกับประชาชนต่อไป
.
4. ครม. ใหม่ยังต้องพิสูจน์ผลงาน- หลายภาคจับตา “ศุภจี-อนุทิน” • คําตอบสูงสุดยังเป็น “ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น” (19.5%) แต่ในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกจับตามองมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” (13.5%) ได้สัดส่วนสูงสุด ตามด้วย “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” (11.5%), “ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” (6.4%), “นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์” (6.3%), และ “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” (5.5%) • กรุงเทพฯ (37.6%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (30.8%) และภาคใต้ (17.8%) ยังมีคําตอบสูงสุดเป็นกลุ่ม “ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น” ขณะที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของทั้ง 3 ภูมิภาคที่ 21.3%, 20.1% และ 16.6% ตามลำดับ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคอีสาน ประชาชนคาดหวังผลงานจาก “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” มากที่สุดที่ 16.5% และ 11.6% ตามลําดับ ➡ ครม. ชุดใหม่ยังอยู่ในช่วงต้องทําผลงาน ขณะเดียวกัน การที่ชื่อของ “ศุภจี” และ “อนุทิน” เริ่มปรากฎในหลายพื้นที่ ชี้ว่าประชาชนกําลังมองหาทั้งคนที่มีภาพลักษณ์เป็นมืออาชีพและผู้นําที่มีน้ําหนักทางการเมือง แต่โดยรวม สนามความนิยมยังเปิดกว้าง และทุกตําแหน่งยังต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านผลงานจริงมากกว่าสถานะหรือชื่อเสียงเดิม
.
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 17 ประชาชนจํานวนไม่น้อยยังอยู่ในโหมด “รอดู” การทํางานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยยังไม่ได้มอบความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ในบรรดารัฐมนตรีที่ประชาชนรับรู้และจับตา “ศุภจี” เป็นชื่อที่โดดเด่นที่สุด โดยได้คะแนนสูงทั้งในมิติความชื่นชอบและความคาดหวังต่อผลงาน ขณะที่นายกฯ “อนุทิน” แม้ไม่ได้โดดเด่นสูงสุดในด้านความชื่นชอบ แต่ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ประชาชนคาดหวังต่อผลงานมากที่สุด สะท้อนว่า ในสายตาประชาชน ครม. ชุดใหม่ไม่ได้ถูกประเมินจากภาพลักษณ์หรือสถานะตําแหน่งเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกจับตาว่า จะสามารถแสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้เร็วเพียงใด กล่าวอีกนัยหนึ่ง ครม. ชุดนี้ยังอยู่ในช่วงเปิดพื้นที่ให้พิสูจน์ศักยภาพในการทํางานจริง และประชาชนกําลังติดตามว่าใครจะสามารถเปลี่ยนความคาดหวังให้เป็นความเชื่อมั่น ผ่านผลงานที่จับต้องได้
.
.
.