== Happiness (1998) ความสุขวิปลาส.. ==



เรื่องราวของสามสาวพี่น้องตระกูลจอร์แดน ....
จอย น้องสาวคนเล็ก อายุขึ้นเลข 3 แต่ยังเปลี่ยนงาน เปลี่ยนแฟนไปเรื่อยแบบไม่มีจุดหมาย
เฮเลน พี่คนกลาง แม้เธอจะมีชื่อเสียง แต่ความรู้บางอย่างในใจทำให้งานของเธอเหมือนติดหล่ม
ทริซ พี่สาวคนโตที่มีสามีและลูกน่ารักอีกสองคนดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบที่สุดในพี่น้องทั้งหมด
แต่ปัญหาของเธอในบั้นปลายกลับสาหัสที่สุด



Happiness เป็นภาพยนตร์ดราม่าเสียดสีสังคมสัญชาติอเมริกันปี 1998 เขียนบทและกำกับโดย Todd Solondz
นำแสดงโดยนักแสดงมากฝีมือมากมาย ได้แก่ Jane Adams, Elizabeth Ashley, Dylan Baker, Lara Flynn Boyle,
Ben Gazzara, Jared Harris, Philip Seymour Hoffman, Louise Lasser, Jon Lovitz, Camryn Manheim,
Rufus Read และ Cynthia Stevenson ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวชีวิตของสามพี่น้องรวมไปถึงพ่อแม่และคนรอบๆตัวของพวกเธอ
ที่ต่างแฝงไปด้วยความไม่ปกติบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ



เราล้วนเคยได้ยินคำว่า อเมริกันดรีม (American Dream) กันมาแล้วทั้งนั้นใช่มั้ยครับ
สิ่งนี้คือชุดอุดมคติและความเชื่อที่ว่าทุกคนในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเกิดในครอบครัวแบบใดหรือมีภูมิหลังอย่างไร
ก็สามารถบรรลุความสำเร็จ ความมั่งคั่ง และฐานะทางสังคมที่ดีขึ้นได้ด้วยการทำงานหนัก
ความขยันหมั่นเพียร และเสรีภาพในการเลือกวิถีชีวิต



มันคือความสมบูรณ์แบบที่ทุกคนปรารถนา การที่มีบ้าน มีรถยนต์ มีครอบครัวที่น่ารัก
ไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ อยู่พร้อมหน้าในเทศกาลสำคัญๆ
ภาพความฝันที่สร้างชาติอเมริกันตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จวบจนปัจจุบัน
แต่ว่าในความฝันนั้นมีสักกี่คนที่ทำให้มันเป็นจริงได้



นี่คือหนังที่สะท้อนความเป็นจริงในโลกทุนนิยมที่ทุกชีวิตล้วนแข่งขันต่อสู้อยู่ในสังคมที่นับวันก็ยิ่งเพี้ยนๆขึ้นไปทุกที
ยิ่งภายนอกแข่งขันกันมากเท่าไหร่ ความกดดันภายในจิตใจยิ่งหนักหน่วงเท่าทวี
แล้วพอเครียดมันจะหาทางระบายที่ไหนได้ล่ะ ถ้าเป็นคนปกติที่มีสติยั้งคิดรู้ผิดชอบชั่วดีแบบเราๆท่านๆ ก็ไปกันอย่าง
แต่ถ้าคนๆนั้น มันไม่ได้คิดแบบเราล่ะ... ความน่ากลัวคือประเด็นของหนังเรื่องนี้ล่ะครับ



ผ่านมุมมองของครอบครัวจอร์แดน 3 สาวพี่น้องที่ต่างมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป
และต่างคนก็ต้องพบเจอกับคนที่เรียกได้ว่าโรคจิตแต่ละแนวแบบพัวพันอีรุงตุงนัง ซึ่งเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ (ก็มันหนังนี่เนอะ)
อาทิเช่น สามีของทริซพี่สาวคนโต เป็นจิตแพทย์ที่ตัวเองก็มีอาการทางจิตอย่างนึงซึ่งน่ารังเกียจมาก



เฮเลนพี่คนกลาง ก็ถูกชายหนุ่มเฝ้าติดตามอยากทำความรู้จักตลอดเวลา แต่ก็ไม่กล้าเข้าหาแบบปกติ
สุดท้ายก็เลยแสดงออกแบบหลอนๆ เข้าให้.. รวมไปถึงน้องคนสุดท้องอย่างจอย ก็เจอกับคนที่ไม่ประสงค์ดีกับตัวเธอเช่นกัน
อาศัยจุดอ่อนความเหงาของหญิงสาวหลังจากนั้นก็เข้ามาหาผลประโยชน์ทำให้เธอต้องเจ็บช้ำใจ..



ผมดูเรื่องนี้เพราะ Philip Seymour Hoffman จริงๆ คิดถึงมาก นี่คือ 1 ในหนังแสดงระดับยอดฝีมือที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร
แม้เวลาจะผ่านมา 12 ปีแล้วก็ตาม ซึ่งในเรื่องนี้เจ้าตัวรับบทเป็นหนุ่มออฟฟิศที่ชีวิตจืดจางไร้ความหมาย ไม่มีใครจดจำ
เผลอๆเดินผ่านคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตะกี้มีคนอยู่หรือเปล่า ยังไงยังงั้นเลยทีเดียว และแน่นอนบทหมอนี่มีอะไรที่น่าสนใจสุดๆ



มีหลายซีนที่ทั้งขำและสะเทือนใจปนสะอิดสะเอียด การที่ 3 อารมณ์เกิดขึ้นพร้อมๆกันได้นั้นเป็นอะไรที่หาได้ยากมากในโลกภาพยนตร์
แต่บทดังกล่าวเกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างมากของผู้กำกับ Todd Solondz
ที่สามารถสร้างความย้อนแย้งทางความรู้สึกให้กับผู้ชมได้มากขั้นสุด ลองนึกภาพดูนะครับ ผมยกตัวอย่างแค่ฉากนึง..



ในสวนสาธารณะที่ทุกคนเดินเล่นชมสวนอย่างมีความสุข คุณตานั่งคู่คุณยายบนเก้าอี้ชมนกชมไม้..
เพื่อนๆเล่นตีแบดออกกำลังกาย.. คู่รักพากันมาปิกนิกกันในสวนๆ ท่ามกลางวันที่อากาศดีแสนดี
ซาวน์ประกอบเพลงเพราะเบาๆ ฟังสบายหู .. แต่แล้วจู่ๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้หยิบปืนออกมายิงกราด
ทุกคนในสวนตายหมด WTF นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ยยยย!!!



แต่มันก็เกิดในหนังเรื่องนี้ และนอกจากความวิปริตแล้ว ยังมีเรื่องละเอียดอ่อนกับเยาวชนอยู่มาก
ขนาดที่ว่าถึงพ่อแม่จะนั่งดูกับลูกแล้วคอยอธิบาย ก็คงถึงขั้นกุมขมับว่าตรูจะสอนลูกยังไงดีกับหนังเรื่องนี้ดี
คือผมเคารพในความกล้าหาญกับเรื่องบางอย่างที่เขาจะนำเสนอนะครับ แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าได้มากถึงขั้นนั้น
อ่านแบบนี้ต้องคิดถึงฉากเลิฟซีนหวือหวาอะไรแบบนี้ล่ะสิ อิอิ ไม่มีเลยครับ สบายใจได้
ฉากอย่างว่าไม่มี แต่มีอย่างอื่นที่.. ยากจะบรรยายออกมา



แล้วมันเกี่ยวกับความสุขยังไงล่ะ อ่านมาจนถึงตอนนี้มันสุขตรงไหน หนังโรคจิตชัดๆ..
คืองี้ครับ ผู้กำกับเค้าต้องการจะบอกเราว่า คนเราทุกคนล้วนปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งนั้นล่ะ
เพียงแค่สุขแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน และความสุขนั้นไม่ควรทำให้ใครต่อใครต้องเดือดร้อน
ไม่เช่นนั้นความทุกข์มันจะเข้ามาหาตัวเราเอง ..สุขกับสิ่งง่ายๆ รอบๆตัวก็ได้ ไม่ต้องวิ่งไปหาไหนให้ไกลตัวเราเลยจริงๆ
ยิ่งฉากจบเราจะสัมผัสได้ชัดเจนเลยว่า ความสุขมันง่ายจนน่าเหลือเชื่อจริงๆนะเออ


=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่