ฟินแลนด์ หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฟินแลนด์ เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ประกอบไปด้วย เดนมาร์ก, ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์, สวีเดน และฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีเมืองหลวงที่ชื่อ เฮลซิงกิ และมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 338,145 ตารางกิโลเมตร
.
ปัจจุบัน ฟินแลนด์มีประชากร (นับถึงปี 2025) ราว 5,623,341 คน แบ่งเป็นเพศชาย 2,780,722 คน และเพศหญิง 2,842,619 คน โดยประชากรมีอายุเฉลี่ย 44.2 ปี ทั้งนี้มีประชากรที่อายุต่ำกว่า 15 ปี คิดเป็น 14% ของประชากรทั้งหมด และมีประชากรสูงวัย (อายุ 65 ปีขึ้นไป) คิดเป็น 24% ของประชากรทั้งหมด
.
ที่ผ่านมา World Happiness Report เคยจัดอันดับและรายงานผลคะแนนมวลรวมความสุขของ 150 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศฟินแลนด์ มีผลคะแนนรั้งในอันดับ 1 ของโลกถึง 8 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2018 – 2025)
.
ทั้งนี้ เหตุผลที่ทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่มีมวลความสุขมากที่สุด มีหลากหลายปัจจัย อาทิ มีสวัสดิการรัฐที่ดี มีความเท่าเทียมในสังคมสูง ประชาชนมีอิสรภาพในการใช้ชีวิตและมีความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต ตลอดจนมีการใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดี
.
“ฟินแลนด์” ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีติดอันดับโลก
.
นอกจากเรื่องคุณภาพชีวิตที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก ฟินแลนด์ยังได้รับกล่าวขานว่า เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีติดอันดับต้น ๆ ของโลกด้วยเช่นกัน ด้วยปัจจัยที่น่าสนใจ เช่น
1. มีระบบการศึกษาที่ให้ความเสมอภาคกัน โดยความเสมอภาคถือเป็นรากฐานของระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ทั้งนี้ฟินแลนด์มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ในฟินแลนด์ไม่มี “โรงเรียนคุณภาพต่ำ” ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหลวงอย่างเฮลซิงกิ หรือหมู่บ้านห่างไกลแค่ไหนก็ตามที คุณภาพการศึกษาจะเท่าเทียมกันทุกที่ ทุกโรงเรียนได้รับเงินทุนเท่ากัน และทรัพยากรจะถูกจัดสรรตามความจำเป็น ไม่ใช่ตามชื่อเสียง
2. โรงเรียนเกือบทั้งหมดของประเทศได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล มีโรงเรียนเอกชนอยู่บ้าง แต่ใช้หลักสูตรการศึกษาเดียวกันกับหลักสูตรของประเทศ การศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย เรียนฟรี เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำในวงการศึกษา นักเรียนทุกคนไม่ว่าจะมีภูมิหลังอย่างไร จะได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานสูงเท่าเทียมกัน
3. ครูไม่ได้เป็นเพียงครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นนักวิจัยและผู้พัฒนาวิชาชีพ ครูที่ฟินแลนด์มักได้รับการสนับสนุนให้มีความคิดสร้างสรรค์ ทดลองใช้วิธีการใหม่ ๆ เรียนรู้ที่จะตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของนักเรียนเสมอ
4. โรงเรียนลดเวลาเรียนในแต่ละวัน และเพิ่มเวลาว่างมากขึ้น ตารางเรียนมาตรฐานของฟินแลนด์สั้นกว่าในประเทศส่วนใหญ่ และนักเรียนใช้เวลาในห้องเรียนน้อยลง และใช้เวลาเล่นอิสระมากขึ้น การบ้านมีจำนวนน้อย และการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนแทบไม่มี เพื่อให้เด็ก ๆ มีเวลาเพียงพอที่จะผ่อนคลาย ทำกิจกรรมที่ชอบ และพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
5. ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีความยืดหยุ่น และสร้างแรงจูงใจภายใน นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีตั้งคำถาม คิดไตร่ตรอง และค้นหาความหมาย แทนที่จะมุ่งเน้นแต่คะแนนสอบ เป้าหมายของฟินแลนด์ไม่ใช่การสร้างนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุด แต่เป็นการพัฒนาบุคคลที่มีความใฝ่รู้ มีความมั่นใจ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พร้อมทั้งสามารถสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมได้
"ฟินแลนด์" ดินแดนที่เด็ก ๆ ไม่ต้องสอบแข่งขัน