จาก "คำสาปฟาโรห์" สู่ "ยารักษามะเร็ง": นักวิทย์เปลี่ยนเชื้อราร้ายเป็นอาวุธสังหารเซลล์ลูคีเมีย
ฟิลาเดลเฟีย – ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (Penn Engineering) ประสบความสำเร็จในการสกัดและดัดแปลงสารประกอบจากเชื้อราอันตรายที่เคยถูกเชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของ "คำสาปฟาโรห์" ให้กลายเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ายาเคมีบำบัดในปัจจุบัน
1. เบื้องหลังความหลอน: เชื้อราในสุสานกษัตริย์
เชื้อราที่เป็นหัวใจของการค้นพบนี้คือ Aspergillus flavus ซึ่งเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษทำลายตับและปอด มันถูกเชื่อมโยงกับตำนาน "คำสาปของตุตันคาเมน" หลังจากเหล่านักโบราณคดีที่เข้าไปขุดค้นสุสานในช่วงปี 1920 เสียชีวิตอย่างปริศนาด้วยโรคทางเดินหายใจ ซึ่งในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจากการสูดดมสปอร์ของเชื้อราชนิดนี้ที่สะสมอยู่ในสุสานที่ปิดสนิทมานับพันปี
2. การค้นพบ "อาสเพอริจิไมซิน" (Asperigimycins)
ทีมนักวิจัยนำโดย Dr. Sherry Gao ได้ใช้เทคนิคทางพันธุศาสตร์ขั้นสูงค้นหากลุ่มโมเลกุลหายากที่เรียกว่า RiPPs (Ribosomally synthesized and post-translationally modified peptides) ในเชื้อรา A. flavus จนพบสารประกอบกลุ่มใหม่ที่มีโครงสร้างเป็นวงแหวนซ้อนกันอย่างซับซ้อน ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อว่า "อาสเพอริจิไมซิน"
จุดเด่นของการทดลอง:
• ฤทธิ์ทำลายมะเร็ง: สารนี้สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้โดยตรง
• การเพิ่มประสิทธิภาพ: เมื่อนักวิจัยเติมโมเลกุลไขมัน เข้าไปในโครงสร้าง สารนี้จะทำงานได้ดีขึ้นถึง 100 เท่า โดยมีความสามารถในการสังหารเซลล์มะเร็ง เทียบเท่ากับยา Cytarabine และ Daunorubicin ซึ่งเป็นยามาตรฐานที่ใช้รักษาลูคีเมียในปัจจุบัน
• ความแม่นยำสูง: สารประกอบนี้มีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงมาก โดยไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเซลล์มะเร็งชนิดอื่นหรือเซลล์ปกติ ซึ่งอาจช่วยลดผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดได้ในอนาคต
3. กลไก "ประตูทางเข้า" ของยา
ทีมวิจัยยังพบว่ายีนที่ชื่อ SLC46A3 บนผิวเซลล์มะเร็งทำหน้าที่เป็นเหมือน "ประตู" ที่ยอมให้สารประกอบนี้เข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการค้นพบนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวิธีการออกแบบยาให้ตรงเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ที่มาของข้อมูล (References):
• Journal Publication: Nie, Q., et al. (2025). "Discovery and engineering of fungal RiPPs as potent anti-leukemic agents." Nature Chemical Biology.
• University Press: University of Pennsylvania School of Engineering and Applied Science. (June 2025). "From Cursed Tomb Fungus to Cancer Cure: Aspergillus flavus Yields Potent New Drug."
• Science News Outlets: * ScienceDaily (June 23, 2025)
- ZME Science (July 2, 2025)
- BBC Science Focus (July 31, 2025) - "The deadly fungus behind Tutankhamun's 'curse' could now save lives."
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #History #วิทยาศาสตร์ #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ #News #BreakingNews #ทองคำ #gold #Learningรู้รอบโลก #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ
https://www.facebook.com/share/p/1AymmFSzEM/
⚛️ จาก "คำสาปฟาโรห์" สู่ "ยารักษามะเร็ง": นักวิทย์เปลี่ยนเชื้อราร้ายเป็นอาวุธสังหารเซลล์ลูคีเมีย
ฟิลาเดลเฟีย – ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (Penn Engineering) ประสบความสำเร็จในการสกัดและดัดแปลงสารประกอบจากเชื้อราอันตรายที่เคยถูกเชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของ "คำสาปฟาโรห์" ให้กลายเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ายาเคมีบำบัดในปัจจุบัน
1. เบื้องหลังความหลอน: เชื้อราในสุสานกษัตริย์
เชื้อราที่เป็นหัวใจของการค้นพบนี้คือ Aspergillus flavus ซึ่งเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษทำลายตับและปอด มันถูกเชื่อมโยงกับตำนาน "คำสาปของตุตันคาเมน" หลังจากเหล่านักโบราณคดีที่เข้าไปขุดค้นสุสานในช่วงปี 1920 เสียชีวิตอย่างปริศนาด้วยโรคทางเดินหายใจ ซึ่งในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจากการสูดดมสปอร์ของเชื้อราชนิดนี้ที่สะสมอยู่ในสุสานที่ปิดสนิทมานับพันปี
2. การค้นพบ "อาสเพอริจิไมซิน" (Asperigimycins)
ทีมนักวิจัยนำโดย Dr. Sherry Gao ได้ใช้เทคนิคทางพันธุศาสตร์ขั้นสูงค้นหากลุ่มโมเลกุลหายากที่เรียกว่า RiPPs (Ribosomally synthesized and post-translationally modified peptides) ในเชื้อรา A. flavus จนพบสารประกอบกลุ่มใหม่ที่มีโครงสร้างเป็นวงแหวนซ้อนกันอย่างซับซ้อน ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อว่า "อาสเพอริจิไมซิน"
จุดเด่นของการทดลอง:
• ฤทธิ์ทำลายมะเร็ง: สารนี้สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้โดยตรง
• การเพิ่มประสิทธิภาพ: เมื่อนักวิจัยเติมโมเลกุลไขมัน เข้าไปในโครงสร้าง สารนี้จะทำงานได้ดีขึ้นถึง 100 เท่า โดยมีความสามารถในการสังหารเซลล์มะเร็ง เทียบเท่ากับยา Cytarabine และ Daunorubicin ซึ่งเป็นยามาตรฐานที่ใช้รักษาลูคีเมียในปัจจุบัน
• ความแม่นยำสูง: สารประกอบนี้มีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงมาก โดยไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเซลล์มะเร็งชนิดอื่นหรือเซลล์ปกติ ซึ่งอาจช่วยลดผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดได้ในอนาคต
3. กลไก "ประตูทางเข้า" ของยา
ทีมวิจัยยังพบว่ายีนที่ชื่อ SLC46A3 บนผิวเซลล์มะเร็งทำหน้าที่เป็นเหมือน "ประตู" ที่ยอมให้สารประกอบนี้เข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการค้นพบนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวิธีการออกแบบยาให้ตรงเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ที่มาของข้อมูล (References):
• Journal Publication: Nie, Q., et al. (2025). "Discovery and engineering of fungal RiPPs as potent anti-leukemic agents." Nature Chemical Biology.
• University Press: University of Pennsylvania School of Engineering and Applied Science. (June 2025). "From Cursed Tomb Fungus to Cancer Cure: Aspergillus flavus Yields Potent New Drug."
• Science News Outlets: * ScienceDaily (June 23, 2025)
- ZME Science (July 2, 2025)
- BBC Science Focus (July 31, 2025) - "The deadly fungus behind Tutankhamun's 'curse' could now save lives."
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #History #วิทยาศาสตร์ #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ #News #BreakingNews #ทองคำ #gold #Learningรู้รอบโลก #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ
https://www.facebook.com/share/p/1AymmFSzEM/