พัดลมไอเย็น (Evaporative Air Cooler) น่าใช้หรือไม่

กระทู้สนทนา
"พัดลมไอเย็น (Evaporative Air Cooler) น่าใช้หรือไม่ และควรเลือกซื้ออย่างไร ?"

#พัดลมไอเย็นคืออะไร
.
พัดลมไอเย็น (Evaporative Air Cooler) นั้นแตกต่างจากพัดลมทั่วไป ตรงที่ใช้น้ำเป็นตัวช่วยให้ลมที่พัดออกมาเย็นยิ่งขึ้น โดยจะทำงานผ่านระบบ Evaporative Cooling Systems หรือการดึงความร้อนจากอากาศ ผ่านแผ่นทำความเย็น (หรือแผ่นรังผึ้ง) ซึ่งจะทำให้น้ำบนแผ่นทำความเย็นนั้น เกิดการระเหย และเปลี่ยนให้ลมที่ส่งผ่านออกมานั้น เป็นลมที่เย็นขึ้น จึงสามาารถช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงได้ โดยไม่มีความชื้นในอากาศ
.
ซึ่งจะเห็นได้ถึงจุดแตกต่างไปจาก "พัดลมไอน้ำ" ที่ชื่อคล้ายกันจนน่าสับสน โดยพัดลมไอน้ำนั้น จะทำงานโดยการพ่นละอองน้ำออกมา แล้วใช้พัดลมเป่า ให้ละอองน้ำกระจายตัว เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการให้เกิดความชื้นในอากาศ
.
#ข้อดีข้อเสียของพัดลมไอเย็น
.
พัดลมไอเย็นมี "ข้อดี" ตรงที่ สามารถช่วยให้อากาศเย็นลงมากกว่าพัดลมทั่วไป โดยที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก ติดตั้งก็ง่าย แค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้เลย โดยไม่ต้องเจาะผนังติดตั้งเหมือนเครื่องแอร์ พัดลมกินไฟน้อย โดยกินไฟพอๆ กับพัดลมธรรมดาและประหยัดค่าไฟฟ้ากว่าการเปิดแอร์ การดูแลรักษาก็ทำได้ง่ายกว่าแอร์ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
.
ส่วน "ข้อเสีย" ของพัดลมไอเย็นนั้นอยู่ที่ต้องคอยเติมน้ำ ต้องคอยทำความสะอาดช่องใส่น้ำ และตรวจสอบแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ เพื่อให้ลมเย็นที่ออกมานั้นสะอาด ไม่มีเชื้อโรคสะสม ขณะที่แม้จะทำให้อากาศเย็นได้จริงแต่ก็ไม่เท่ากับเครื่องแอร์ ควรใช้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี พื้นที่โล่ง (ถ้าใช้ในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ค่อยดี แนะนำว่าไม่ควรใช้งานต่อเนื่องแบบยาวนาน เพราะอาจมีเชื้อราเกิดขึ้นได้)
.
#การเลือกซื้อพัดลมไอเย็น
.
1. เลือกประเภทของพัดลมไอเย็น ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
.
พัดลมไอเย็นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ "พัดลมไอเย็นตั้งพื้น" จะมีขนาดใหญ่ จุน้ำได้เยอะ เหมาะกับพื้นที่กว้าง และ "พัดลมไอเย็นตั้งโต๊"ะ จะมีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับให้ความเย็นเฉพาะจุด
.
#พัดลมไอเย็นตั้งพื้น มีให้เลือกหลากหลายขนาด  ฐานของพัดลมมักจะมีล้อเลื่อนเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่กว้าง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องประชุม สำนักงาน หรือพื้นที่โล่ง ที่ต้องการลดอุณหภูมิจากอากาศร้อน โดยที่ยังคงประหยัดพลังงานและใช้งบประมาณที่ไม่สูง
.
แต่ควรใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นต่ำ คือ ไม่เกิน 60% เพราะพัดลมไอเย็นนั้นทำงานร่วมกับน้ำ หากความชื้นสูงก็จะทำให้บริเวณนั้นมีความชื้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่เปิดโล่ง
.
#พัดลมไอเย็นตั้งโต๊ะ หรือพัดลมไอเย็นพกพา ถูกออกแบบมาให้สามารถตั้งบนโต๊ะหรือพื้นที่ขนาดเล็กมาก ๆ ได้ เช่น โต๊ะทำงาน ห้องนอนเล็ก หรือมุมอ่านหนังสือ ที่ต้องการความเย็นเฉพาะจุด โดยประหยัดพื้นที่และพลังงาน อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่ต้องการความเย็นแบบพกพา เพราะเคลื่อนย้ายง่าย ช่วยเพิ่มความสดชื่นในสภาพอากาศร้อนและแห้ง
.
ไม่เหมาะกับพื้นที่กว้างหรืออากาศชื้นมาก เพราะประสิทธิภาพในการทำความเย็นจะลดลงอย่างมาก
.
2. ตรวจสอบปริมาณลม และความจุถังน้ำของพัดลมไอเย็น ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน
.
การตรวจสอบปริมาณลมและความจุถังน้ำของพัดลมไอเย็นในแต่ละรุ่น จะช่วยให้คุณสามารถเลือกพัดลมไอเย็น รุ่นที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และเหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการได้
.
"ปริมาณลมของพัดลมไอเย็น" คือค่าที่สามารถบ่งบอกได้ว่า สามารถส่งลมออกมาจากเครื่องได้มากน้อยเพียงใด  ซึ่งยิ่งมีค่ามาก ก็จะยิ่งมีลมที่แรง และส่งตรงไปยังบริเวณที่ต้องการทำความเย็นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
.
- ปริมาณลมประมาณ 1,000 - 3,000 m³/h  : เป็นปริมาณระดับเริ่มต้น เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดเล็ก (ประมาณไม่เกิน 20 ตร.ม.) ถ้าใช้กับห้องที่ใหญ่กว่านี้ อาจทำให้กระจายความเย็นได้ไม่ทั่วถึง
.
- ปริมาณลมประมาณ 3,000 - 5,000 m³/h : เป็นปริมาณระดับกลาง ใช้งานได้ดีกับห้องขนาดกลาง (ประมาณ 20 - 40 ตร.ม.) นำไปใช้กับห้องขนาดเล็กได้ แต่ขนาดพัดลมจะค่อนข้างใหญ่สำหรับห้อง
.
- ปริมาณลมประมาณ 5,000 m³/h ขึ้นไป : เป็นพัดลมที่มีใบพัดขนาดใหญ่ ช่วยให้มีปริมาณลมที่สูง (สำหรับห้องขนาดใหญ่มากกว่า 40 ตร.ม.)
.
ตรวจสอบ "ความจุถังน้ำ" ของพัดลมไอเย็น ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานด้วย  การตรวจสอบความจุถังน้ำจะช่วยให้สามารถเลือกพัดลมไอเย็นที่เหมาะกับขนาดของพื้นที่ใช้งานได้ ยิ่งมีความจุมาก ก็ทำให้ขนาดพัดลมใหญ่ขึ้นมากตามไปด้วย
.
- สำหรับใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก : เป็นพื้นที่ที่ภายในมีขนาดไม่กว้างมาก หรือมีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณ 1 - 3 คน เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน บูธสินค้า (ที่มีความกว้างประมาณ 10 - 15 ตร.ม.) ควรเลือกความจุ 10 - 20 ลิตร จะช่วยให้สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน
.
- สำหรับใช้งานในพื้นที่ขนาดกลาง : เป็นพื้นที่ที่มีความกว้างเพิ่มขึ้นมา รองรับจำนวนผู้คนที่มากขึ้น เช่น ห้องรับแขก ห้องทานข้าว (ที่มีความกว้างประมาณ 20 - 30 ตร.ม.) ควรเลือกความจุ 30 - 40 ลิตร หากต่ำกว่านี้อาจไม่ครอบคลุมการใช้งานตลอดทั้งวัน
.
- สำหรับใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ : เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากหรือมีความกว้าง เช่น พื้นที่กลางแจ้ง ห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องประชุม (ที่มีความกว้างมากกว่า 30 ตร.ม.) ควรเลือกความจุตั้งแต่ 50 ลิตรขึ้นไป โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของสถานที่ที่ใช้งาน
.
3. ตรวจสอบระดับเสียงการทำงานของพัดลมไอเย็น เพื่อไม่ให้รบกวนกิจกรรมต่าง ๆ
.
การตรวจสอบระดับเสียงการทำงานของพัดลมไอเย็น จะช่วยให้สามารถเลือกรุ่นที่ไม่ส่งเสียงรบกวนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วพัดลมไอเย็นตัวใหญ่ขึ้น ก็จะยิ่งส่งเสียงการทำงานที่ดังมากยิ่งขึ้น
.
- สำหรับใช้งานในห้องนอน, ห้องทำงาน : พื้นที่ที่ต้องการใช้สมาธิ ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงการทำงานต่ำไม่เกิน 50 dB เพราะเป็นระดับเสียงที่เหมาะสม หากสูงกว่านี้อาจรบกวนการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำได้
.
- สำหรับใช้งานในห้องนั่งเล่น, ห้องทานอาหาร, พื้นทีกว้าง : ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นที่มีระดับเสียงการทำงานเกิน 50 dB เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่หรือค่อนข้างกว้าง ทำให้พัดลมไอเย็นที่ใช้เป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่และมีกำลังในการทำงานที่สูง จึงส่งผลทำให้เกิดเสียงดังตามมาด้วยนั่นเอง
.
4 . เลือกพัดลมไอเย็นจากฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมขึ้น
.
การตรวจสอบและเลือกพัดลมไอเย็นจาก "ฟังก์ชันเสริม" ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้การใช้งานพัดลมได้อย่างครอบคลุม
.
- รีโมตคอนโทรล : ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อตำแหน่งของพัดลมอยู่ไกลจากตัวคุณ
.
- ตั้งเวลาเปิด-ปิด : เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปิดการใช้งานพัดลมไอเย็นตลอดเวลา หรือต้องการใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด
.
- ระบบส่าย : ตัวตะแกรงใบพัดด้าน นอกจะปรับส่ายซ้าย-ขวาได้อัตโนมัติ ถ้าสามารถส่ายขึ้น-ลงได้ ก็จะช่วยให้กระจายลมเย็นได้อย่างทั่วถึงทุกบริเวณที่นำไปใช้งาน
.
- เซนเซอร์ตรวจจับระดับน้ำ : จะช่วยตัดการทำงานเมื่อตรวจพบว่าไม่มีน้ำอยู่ในถังน้ำ เหมาะสำหรับคนที่เปิดใช้งานพัดลมไอเย็นเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย
.
ทีมา : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่