หนึ่งในโปรแกรมสามัญประจำเครื่องของใครหลายคน คงหนีไม่พ้น WinRAR โปรแกรมบีบอัดไฟล์หน้าตาเรียบง่าย ไอคอนเป็น “กองหนังสือรัดเข็มขัด” ที่หลายคนเห็นจนชินตา แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี แต่โปรแกรมนี้ก็ยังอยู่ และยังถูกใช้งานอยู่ทั่วโลก
📌
จุดเริ่มต้นจากโปรแกรมเมอร์สายจริงจัง
- WinRAR ถูกพัฒนาโดย Eugene Roshal โปรแกรมเมอร์ชาวรัสเซีย ผู้คิดค้นไฟล์ฟอร์แมต .RAR ขึ้นมาเอง
โดยมีพี่ชายคือ Alexander Roshal ดูแลด้านธุรกิจ ผ่านบริษัท RARLAB
- RAR ถูกออกแบบมาให้ “บีบอัดไฟล์ได้ดีกว่า ZIP” ในยุคหนึ่ง
โดยเฉพาะไฟล์ขนาดใหญ่ ทำให้ได้รับความนิยมในสาย IT และผู้ใช้งานทั่วไปอย่างรวดเร็ว
📌
กลยุทธ์แปลกแต่ได้ผล: ใช้เกิน 40 วัน…ก็ยังใช้ได้ 😅
- WinRAR เป็นโปรแกรมแบบ
Shareware ให้ทดลองใช้ 40 วัน แต่ความพีคคือ…
👉 ต่อให้ครบ 40 วันแล้ว โปรแกรมก็ “ยังใช้ได้เหมือนเดิมทุกอย่าง”
- ไม่มีการล็อกฟีเจอร์
- ไม่มีการบังคับจ่าย
- มีแค่หน้าต่างเตือนเบา ๆ ว่า “อยากซื้อเมื่อไหร่ก็ค่อยซื้อแล้วกันนะ” นี่ไม่ใช่บั๊ก แต่เป็น “กลยุทธ์ตั้งใจ”
📌
ใช้ “ความเชื่อใจ” แทนการบังคับ
- WinRAR เลือกใช้แนวคิดที่สวนทางกับซอฟต์แวร์ทั่วไป คือ
- ❌ ไม่บังคับจ่าย
- ❌ ไม่จำกัดการใช้งาน
- ✅ ปล่อยให้ผู้ใช้ตัดสินใจเอง
ผลลัพธ์คือ
- คนใช้เยอะมาก (เพราะใช้ฟรีได้จริง)
- กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
- ติดเครื่องโดยไม่ต้องทำการตลาดหนัก
📌
แล้วเขาหาเงินจากไหน ?
- คำตอบคือ…
องค์กร แม้ผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมากจะไม่จ่ายเงิน แต่บริษัท องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ จำเป็นต้องซื้อ License ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- 👉 รายได้หลักของ WinRAR มาจาก B2B ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไป
📌
ทำไมถึงยังอยู่ได้ ทั้งที่มีของฟรีเยอะ ?
- ทุกวันนี้มีโปรแกรมฟรีอย่าง 7-Zip / WinZip (บางเวอร์ชัน) หรือแม้แต่ Windows ก็เปิด ZIP ได้เอง แต่ WinRAR ยังอยู่ เพราะว่า
✅ ใช้งานง่าย
✅ เสถียร
✅ คนคุ้นเคย
✅ รองรับไฟล์ RAR ได้ดีที่สุด
พูดง่าย ๆ คือ “ไม่ได้ดีที่สุดทุกอย่าง แต่ดีพอ และคุ้นมือ”
📌 สรุป
- WinRAR ไม่ได้ชนะด้วยเทคโนโลยีใหม่
- แต่ชนะด้วย “แนวคิดเรียบง่าย”
👉 ให้ใช้ฟรี
👉 คนใช้เยอะ
👉 เก็บเงินจากคนที่จำเป็นต้องจ่าย
และนั่นทำให้โปรแกรมเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง อยู่รอดมาได้กว่า 30 ปี… แบบไม่ต้องตะโกนอะไรเลย
WinRAR อยากซื้อเมื่อไหร่ก็ค่อยซื้อแล้วกัน… แต่ทำไม WinRAR ถึงยังรอดมาได้ 30+ ปี ? 🤔
📌 จุดเริ่มต้นจากโปรแกรมเมอร์สายจริงจัง
- WinRAR ถูกพัฒนาโดย Eugene Roshal โปรแกรมเมอร์ชาวรัสเซีย ผู้คิดค้นไฟล์ฟอร์แมต .RAR ขึ้นมาเอง
โดยมีพี่ชายคือ Alexander Roshal ดูแลด้านธุรกิจ ผ่านบริษัท RARLAB
- RAR ถูกออกแบบมาให้ “บีบอัดไฟล์ได้ดีกว่า ZIP” ในยุคหนึ่ง
โดยเฉพาะไฟล์ขนาดใหญ่ ทำให้ได้รับความนิยมในสาย IT และผู้ใช้งานทั่วไปอย่างรวดเร็ว
📌 กลยุทธ์แปลกแต่ได้ผล: ใช้เกิน 40 วัน…ก็ยังใช้ได้ 😅
- WinRAR เป็นโปรแกรมแบบ Shareware ให้ทดลองใช้ 40 วัน แต่ความพีคคือ…
👉 ต่อให้ครบ 40 วันแล้ว โปรแกรมก็ “ยังใช้ได้เหมือนเดิมทุกอย่าง”
- ไม่มีการล็อกฟีเจอร์
- ไม่มีการบังคับจ่าย
- มีแค่หน้าต่างเตือนเบา ๆ ว่า “อยากซื้อเมื่อไหร่ก็ค่อยซื้อแล้วกันนะ” นี่ไม่ใช่บั๊ก แต่เป็น “กลยุทธ์ตั้งใจ”
📌 ใช้ “ความเชื่อใจ” แทนการบังคับ
- WinRAR เลือกใช้แนวคิดที่สวนทางกับซอฟต์แวร์ทั่วไป คือ
- ❌ ไม่บังคับจ่าย
- ❌ ไม่จำกัดการใช้งาน
- ✅ ปล่อยให้ผู้ใช้ตัดสินใจเอง
ผลลัพธ์คือ
- คนใช้เยอะมาก (เพราะใช้ฟรีได้จริง)
- กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
- ติดเครื่องโดยไม่ต้องทำการตลาดหนัก
📌 แล้วเขาหาเงินจากไหน ?
- คำตอบคือ… องค์กร แม้ผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมากจะไม่จ่ายเงิน แต่บริษัท องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ จำเป็นต้องซื้อ License ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- 👉 รายได้หลักของ WinRAR มาจาก B2B ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไป
📌 ทำไมถึงยังอยู่ได้ ทั้งที่มีของฟรีเยอะ ?
- ทุกวันนี้มีโปรแกรมฟรีอย่าง 7-Zip / WinZip (บางเวอร์ชัน) หรือแม้แต่ Windows ก็เปิด ZIP ได้เอง แต่ WinRAR ยังอยู่ เพราะว่า
✅ ใช้งานง่าย
✅ เสถียร
✅ คนคุ้นเคย
✅ รองรับไฟล์ RAR ได้ดีที่สุด
พูดง่าย ๆ คือ “ไม่ได้ดีที่สุดทุกอย่าง แต่ดีพอ และคุ้นมือ”
📌 สรุป
- WinRAR ไม่ได้ชนะด้วยเทคโนโลยีใหม่
- แต่ชนะด้วย “แนวคิดเรียบง่าย”
👉 ให้ใช้ฟรี
👉 คนใช้เยอะ
👉 เก็บเงินจากคนที่จำเป็นต้องจ่าย
และนั่นทำให้โปรแกรมเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง อยู่รอดมาได้กว่า 30 ปี… แบบไม่ต้องตะโกนอะไรเลย