#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น – กลุ่มแบงก์ เตรียมทยอยประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 หลังสงกรานต์ ด้านนักวิเคราะห์ คาดกำไรสุทธิรวม 5.7 หมื่นล้านบาท ลดลง YoY แต่ฟื้น QoQ ประเมิน KTB-TISCO โตเด่นสุด ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน เสี่ยงกระทบคุณภาพสินทรัพย์ เร่งตั้งสำรอง ล่วงหน้า คงน้ำหนักลงทุน “เท่าตลาด”
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) เตรียมทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 หลังสงกรานต์นี้ คาด TISCO ประเดิมประกาศเป็นแบงก์แรก ในวันที่ 16 เมษายนนี้ และตามด้วย 5 แบงก์ใหญ่ BBL, SCB, TTB, KBANK, KTB ในวันที่ 21 เมษายน 2569
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Director of Research) บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์ 9 ธนาคารที่ออกบทวิเคราะห์จะรายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/2569 ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 12.5% QoQ โดยคาดธนาคารเพียง 2 แห่งที่มีผลงานเติบโตได้ทั้ง YoY, QoQ คือ KTB คาดรายงานกำไรสุทธ์งวดไตรมาส 1/2569 ที่ 11,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% QoQ และเพิ่มขึ้น 0.5% YoY และ TISCO คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 1,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ และเพิ่มขึ้น 0.6% YoY ส่วน TTB คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 5,093 ล้านบาท ลดลง 2.8% QoQ และลดลง 0.1% YoY
@KBANK กำไรมากสุด
ขณะที่ 3 แห่งรายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY ประกอบด้วย BBL คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 10,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% QoQ แต่ลดลง 16.8% YoY, KBANK คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 12,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% QoQ แต่ลดลง 11.6% YoY, และ SCB คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 11,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% QoQ แต่ลดลง 9.6% YoY
โดยมี 3 แห่งที่รายงานกำไรสุทธิลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY ประกอบด้วย CREDT คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 1,066 ล้านบาท ลดลง 9.2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 18% YoY, KKP คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 1,593 ล้านบาท ลดลง 10.3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 50.1% YoY, TCAP คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 1,852 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 8.3% YoY
นายธนเดช ระบุ ระยะสั้นคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงจากการทยอยปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในประเทศไทยลงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ฉุดต้นทุน – วัตถุดิบหลายรายการปรับตัวขึ้นตามมา อันจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันยังสรุปได้ยากว่าจะแย่ลงจนถึงขั้นเกิดปัญหา NPL (หนี้เสีย) หรือไม่ เนื่องจากมีทั้งปัจจัยเชิงบวก จากการดำเนินนโยบายภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแลอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย, แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ทรงตัว
@เด่นปันผล
“คาดว่าผลกระทบที่ชัดเจนต่อคุณภาพสินทรัพย์จะยังไม่ปรากฏในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังพอรับมือได้ในช่วงแรก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจจะเริ่มเห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2 หรือช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่จะเห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างจริงจัง”
โดยเบื้องต้นจึงคงประมาณการกำไรสุทธิรวมทั้งปี 2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะปรับลดลง 2% YoY มาอยู่ที่ 231,907.00 ล้านบาท และยังคงเป็นกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงราว 6.4% คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เลือก KBANK ราคาเหมาะสม 210 บาท และ KTB ราคาเหมาะสม 38.50 บาท เป็นหุ้นเด่นจาก 1. อัตราผลตอบแทนการลงทุน และเงินปันผลรวบกว่า 10% สูงกว่าธนาคารคู่เทียบ 2. อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวลดแรงกดดันต่อ NIM ของธนาคารขนาดใหญ่ และ 3. งบดุลที่แข็งแกร่ง
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กลุ่มธนาคาพาณิชย์จะเร่งตั้งสำรอง (ECL) เพื่อรองรับความเสี่ยงของสถานการณ์เศรษฐกิจไว้ในไตรมาส 1/2569 โดยคาดการณ์ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 7 แห่งที่มีบทวิเคราะห์จะรายงานกำไรสุทธิที่ 51,341 ล้านบาทลดลง 13.1% YoY แต่เพิ่มขั้น 6.7%QoQ โดยมีเพียง TISCO ที่กำไรเพิ่มขึ้นได้ 2.7% YoY และเพิ่มขึ้น 2.7%QoQ แตะที่ 1687 ล้านบาท ขณะที่ TTB คาดการณ์กำไรลดลง 0.2% YoY และลดลง 3% QoQ มาอยู่ที่ 5,083 ล้านบาท
@Q2 คาดอ่อนตัว YoY
สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ คาดการณ์ BBL จะรายงานกำไรสุทธิ 10,271 ล้านบาท ลดลง 18.6% YoY, แต่เพิ่มขึ้น 32.4% QoQ, KBANK คาดรางานกำไรสุทธิ 10,933 ล้านบาท ลดลง 20.7% YoY, แต่เพิ่มขึ้น 6.4% QoQ ส่วน KTB คาดรายงานกำไรสุทธิ 11.035 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY, แต่เพิ่มขึ้น 2.4% QoQ และ SCB คาดรางานกำไรสุทธิ 10,286 ล้านบาท ลดลง 17.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ สำหรับ KKP จะรายงานกำไรสุทธิ 1,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.2% YoY, แต่ลดลง 16.6% QoQ
พร้อมกันนี้คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลง YoY แต่อาจเห็นการฟื้นตัว QoQ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางคลี่คลายลง รัฐบาลเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งในเชิงลึกผ่านการลงทุนโครงการต่างๆ และในเชิงกว้างผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มกระตุ้นให้ภาคเอกชนเริ่มกลับมาลงทุน จะเป็นปัจจัยหนุนต่อการขยายตัวชองพอร์ตสินเชื่อธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป จึงคงประมาณการกำไรสุทธิของ 7 ธนาคารพาณิชย์ที่มีบทวิเคราะห์ทั้งปี 2569 ที่ 231,704.00 ล้านบาททรงตัว YoY และคงน้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด” โดยให้ BBL เป็นหุ้นเด่น จากพอร์ตสินเชื่อมีความเสี่ยงต่ำ ราคาเหมาะสม 196 บาท

จับตา‘แบงก์’แจ้งงบQ1/69 คาดKTBกำไรโตมากสุด
#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น – กลุ่มแบงก์ เตรียมทยอยประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 หลังสงกรานต์ ด้านนักวิเคราะห์ คาดกำไรสุทธิรวม 5.7 หมื่นล้านบาท ลดลง YoY แต่ฟื้น QoQ ประเมิน KTB-TISCO โตเด่นสุด ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน เสี่ยงกระทบคุณภาพสินทรัพย์ เร่งตั้งสำรอง ล่วงหน้า คงน้ำหนักลงทุน “เท่าตลาด”
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) เตรียมทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 หลังสงกรานต์นี้ คาด TISCO ประเดิมประกาศเป็นแบงก์แรก ในวันที่ 16 เมษายนนี้ และตามด้วย 5 แบงก์ใหญ่ BBL, SCB, TTB, KBANK, KTB ในวันที่ 21 เมษายน 2569
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Director of Research) บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์ 9 ธนาคารที่ออกบทวิเคราะห์จะรายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/2569 ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 12.5% QoQ โดยคาดธนาคารเพียง 2 แห่งที่มีผลงานเติบโตได้ทั้ง YoY, QoQ คือ KTB คาดรายงานกำไรสุทธ์งวดไตรมาส 1/2569 ที่ 11,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% QoQ และเพิ่มขึ้น 0.5% YoY และ TISCO คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 1,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ และเพิ่มขึ้น 0.6% YoY ส่วน TTB คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 5,093 ล้านบาท ลดลง 2.8% QoQ และลดลง 0.1% YoY
@KBANK กำไรมากสุด
ขณะที่ 3 แห่งรายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY ประกอบด้วย BBL คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 10,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% QoQ แต่ลดลง 16.8% YoY, KBANK คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 12,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% QoQ แต่ลดลง 11.6% YoY, และ SCB คาดรายงานกำไรสุทธิที่ 11,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% QoQ แต่ลดลง 9.6% YoY
โดยมี 3 แห่งที่รายงานกำไรสุทธิลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY ประกอบด้วย CREDT คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 1,066 ล้านบาท ลดลง 9.2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 18% YoY, KKP คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 1,593 ล้านบาท ลดลง 10.3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 50.1% YoY, TCAP คาดารายงานกำไรสุทธิที่ 1,852 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 8.3% YoY
นายธนเดช ระบุ ระยะสั้นคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงจากการทยอยปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในประเทศไทยลงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ฉุดต้นทุน – วัตถุดิบหลายรายการปรับตัวขึ้นตามมา อันจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันยังสรุปได้ยากว่าจะแย่ลงจนถึงขั้นเกิดปัญหา NPL (หนี้เสีย) หรือไม่ เนื่องจากมีทั้งปัจจัยเชิงบวก จากการดำเนินนโยบายภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแลอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย, แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ทรงตัว
@เด่นปันผล
“คาดว่าผลกระทบที่ชัดเจนต่อคุณภาพสินทรัพย์จะยังไม่ปรากฏในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังพอรับมือได้ในช่วงแรก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจจะเริ่มเห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2 หรือช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่จะเห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างจริงจัง”
โดยเบื้องต้นจึงคงประมาณการกำไรสุทธิรวมทั้งปี 2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะปรับลดลง 2% YoY มาอยู่ที่ 231,907.00 ล้านบาท และยังคงเป็นกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงราว 6.4% คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เลือก KBANK ราคาเหมาะสม 210 บาท และ KTB ราคาเหมาะสม 38.50 บาท เป็นหุ้นเด่นจาก 1. อัตราผลตอบแทนการลงทุน และเงินปันผลรวบกว่า 10% สูงกว่าธนาคารคู่เทียบ 2. อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวลดแรงกดดันต่อ NIM ของธนาคารขนาดใหญ่ และ 3. งบดุลที่แข็งแกร่ง
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กลุ่มธนาคาพาณิชย์จะเร่งตั้งสำรอง (ECL) เพื่อรองรับความเสี่ยงของสถานการณ์เศรษฐกิจไว้ในไตรมาส 1/2569 โดยคาดการณ์ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 7 แห่งที่มีบทวิเคราะห์จะรายงานกำไรสุทธิที่ 51,341 ล้านบาทลดลง 13.1% YoY แต่เพิ่มขั้น 6.7%QoQ โดยมีเพียง TISCO ที่กำไรเพิ่มขึ้นได้ 2.7% YoY และเพิ่มขึ้น 2.7%QoQ แตะที่ 1687 ล้านบาท ขณะที่ TTB คาดการณ์กำไรลดลง 0.2% YoY และลดลง 3% QoQ มาอยู่ที่ 5,083 ล้านบาท
@Q2 คาดอ่อนตัว YoY
สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ คาดการณ์ BBL จะรายงานกำไรสุทธิ 10,271 ล้านบาท ลดลง 18.6% YoY, แต่เพิ่มขึ้น 32.4% QoQ, KBANK คาดรางานกำไรสุทธิ 10,933 ล้านบาท ลดลง 20.7% YoY, แต่เพิ่มขึ้น 6.4% QoQ ส่วน KTB คาดรายงานกำไรสุทธิ 11.035 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY, แต่เพิ่มขึ้น 2.4% QoQ และ SCB คาดรางานกำไรสุทธิ 10,286 ล้านบาท ลดลง 17.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ สำหรับ KKP จะรายงานกำไรสุทธิ 1,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.2% YoY, แต่ลดลง 16.6% QoQ
พร้อมกันนี้คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลง YoY แต่อาจเห็นการฟื้นตัว QoQ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางคลี่คลายลง รัฐบาลเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งในเชิงลึกผ่านการลงทุนโครงการต่างๆ และในเชิงกว้างผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มกระตุ้นให้ภาคเอกชนเริ่มกลับมาลงทุน จะเป็นปัจจัยหนุนต่อการขยายตัวชองพอร์ตสินเชื่อธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป จึงคงประมาณการกำไรสุทธิของ 7 ธนาคารพาณิชย์ที่มีบทวิเคราะห์ทั้งปี 2569 ที่ 231,704.00 ล้านบาททรงตัว YoY และคงน้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด” โดยให้ BBL เป็นหุ้นเด่น จากพอร์ตสินเชื่อมีความเสี่ยงต่ำ ราคาเหมาะสม 196 บาท