เรานิยามวิธีการใช้ชีวิตของตนเองว่า intentional living ซึ่งคือการใข้ชีวิตแบบสวนกระแสสังคมแบบตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศาสนา ความตาย ความสัมพันธ์ ค่านิยม การเมือง
ยกตัวอย่างในเรื่องการค่านิยมในสังคมไทยเช่น การยืนเคารพเพลงชาติในสวนสาธารณะ เราก็มาตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงต้องทำ โดยเริ่มจากการส่องความคิดเห็นของคนในออนไลน์ ซึ่งในหลายๆคำกล่าวจะประมาณว่า
เพื่อแสดงความรักชาติ เพื่อแสดงความเคารพต่อคนที่เสียสละเพื่อประเทศไทย ในวัยเด็กก็ทำครับ แต่พอมาตั้งคำถามว่า เราได้อะไร กลายเป็นว่า เราไม่เห็นถึงประโยชน์ต่อตนเองทางด้านไหนเลย แม้กระทั่งความรู้สึก เราจึงไม่ทำและไปโฟกัสกับสิ่งทืเราได้ประโยชน์มากกว่าในสวนสาธารณะเช่น การวิ่ง ชกลม เป็นต้น
การใข้ชีวิตแบบ intentional living คือการถามว่าตนเองต้องการอะไรและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งด้วยเจตนาดีต่อตนเอง เรียกง่ายๆว่า ให้ความสำคัญกับตนเองเป็นที่ 1 โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เลือกตนเอง
ตอนนี้เราสามารถปฏิเสธได้แทบทุกอย่างที่เราไม่อยากทำโดยไม่สนใจว่าคนในสังคมจะว่าอะไร
อีกความสามารถที่ได้มาคือการแยกแยะว่าอะไรคือเรื่องของตัวเองหรือไม่ ยกตัวอย่างเข่น ในตอนที่มีการใส่เสื้อดำไว้อาลัย เราคือคนที่ไม่ใส่เพราะไม่เห็นถึงประโยชน์ที่ตนเองจะได้แค่นั้นเลย เราจึงใส่ชุดแบบที่เราอยากใส่ คำถามคือ อันไหนคือเรื่องของใครล่ะ
เวลาที่มีคนมาเห็นผมทำแบบนั้นเขาอาจจะไม่ชอบซึ่งความไม่ชอบนั้นไม่ได้เกี่ยวกับผม แต่เป็นแค่ความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อผม หมายความว่าไม่ว่าเขาจะโกรธ หรืออะไร ถ้าผมไม่ได้ไปละเมิดขอบเขตปลอดภัยของเขา มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม สิ่งที่เขาควรจะทำคือ จัดการตัวเองแบบที่ไม่ไปเดือดร้อนถึงใครแทนที่จะมาห้ามผมไม่ให้เป็นตัวเอง
ตอนที่ผมได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ทำให้ผมเห็นสิ่งที่เรียกว่า อิสระ ผมทำทุกสิ่งที่อยากทำโดยไม่สนว่าใครจะชอบหรือไม่ ในขอบเขตที่ต้องไม่ละเมิดใคร ผมกินเนื้อทั้งๆที่ที่บ้านไม่ชอบ ผมสักเพราะผมชอบ ผมปฏิเสธการบวชเพราะไม่เชื่อในศาสนา ผมเขียนกระทู้ลงในพันทิปเพราะสำหรับผมมันคือศิลปะ ผมเลิกสนใจศีลธรรมเพราะมองว่าเป็นแค่เรื่องแต่ง ตอนนี้ผมรัสึกเหมือนกำลังเดินบนเมฆเลยล่ะครับ เพราะว่าผมเลือกทุกอย่างมาเอง
ขอบคุณสำหรับการอ่านครับ ตอนเขียนอยู่พูดตามตรงว่ามีความสุขมากๆเลย เหมือนได้ Recap ชีวิตตัวเอง
การใช้ชีวิตแบบ Intentional living
ยกตัวอย่างในเรื่องการค่านิยมในสังคมไทยเช่น การยืนเคารพเพลงชาติในสวนสาธารณะ เราก็มาตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงต้องทำ โดยเริ่มจากการส่องความคิดเห็นของคนในออนไลน์ ซึ่งในหลายๆคำกล่าวจะประมาณว่า
เพื่อแสดงความรักชาติ เพื่อแสดงความเคารพต่อคนที่เสียสละเพื่อประเทศไทย ในวัยเด็กก็ทำครับ แต่พอมาตั้งคำถามว่า เราได้อะไร กลายเป็นว่า เราไม่เห็นถึงประโยชน์ต่อตนเองทางด้านไหนเลย แม้กระทั่งความรู้สึก เราจึงไม่ทำและไปโฟกัสกับสิ่งทืเราได้ประโยชน์มากกว่าในสวนสาธารณะเช่น การวิ่ง ชกลม เป็นต้น
การใข้ชีวิตแบบ intentional living คือการถามว่าตนเองต้องการอะไรและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งด้วยเจตนาดีต่อตนเอง เรียกง่ายๆว่า ให้ความสำคัญกับตนเองเป็นที่ 1 โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เลือกตนเอง
ตอนนี้เราสามารถปฏิเสธได้แทบทุกอย่างที่เราไม่อยากทำโดยไม่สนใจว่าคนในสังคมจะว่าอะไร
อีกความสามารถที่ได้มาคือการแยกแยะว่าอะไรคือเรื่องของตัวเองหรือไม่ ยกตัวอย่างเข่น ในตอนที่มีการใส่เสื้อดำไว้อาลัย เราคือคนที่ไม่ใส่เพราะไม่เห็นถึงประโยชน์ที่ตนเองจะได้แค่นั้นเลย เราจึงใส่ชุดแบบที่เราอยากใส่ คำถามคือ อันไหนคือเรื่องของใครล่ะ
เวลาที่มีคนมาเห็นผมทำแบบนั้นเขาอาจจะไม่ชอบซึ่งความไม่ชอบนั้นไม่ได้เกี่ยวกับผม แต่เป็นแค่ความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อผม หมายความว่าไม่ว่าเขาจะโกรธ หรืออะไร ถ้าผมไม่ได้ไปละเมิดขอบเขตปลอดภัยของเขา มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม สิ่งที่เขาควรจะทำคือ จัดการตัวเองแบบที่ไม่ไปเดือดร้อนถึงใครแทนที่จะมาห้ามผมไม่ให้เป็นตัวเอง
ตอนที่ผมได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ทำให้ผมเห็นสิ่งที่เรียกว่า อิสระ ผมทำทุกสิ่งที่อยากทำโดยไม่สนว่าใครจะชอบหรือไม่ ในขอบเขตที่ต้องไม่ละเมิดใคร ผมกินเนื้อทั้งๆที่ที่บ้านไม่ชอบ ผมสักเพราะผมชอบ ผมปฏิเสธการบวชเพราะไม่เชื่อในศาสนา ผมเขียนกระทู้ลงในพันทิปเพราะสำหรับผมมันคือศิลปะ ผมเลิกสนใจศีลธรรมเพราะมองว่าเป็นแค่เรื่องแต่ง ตอนนี้ผมรัสึกเหมือนกำลังเดินบนเมฆเลยล่ะครับ เพราะว่าผมเลือกทุกอย่างมาเอง
ขอบคุณสำหรับการอ่านครับ ตอนเขียนอยู่พูดตามตรงว่ามีความสุขมากๆเลย เหมือนได้ Recap ชีวิตตัวเอง