สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์หยุดใช้ IO คุกคามสื่อ หลังตั้งคำถามเหตุยิงถล่ม สส.นราธิวาส
.
.
สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ หลังสื่อมวลชนตั้งคำถามแม่ทัพภาคที่ 4 กรณีคนร้ายลอบยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส จี้ หยุดใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) คุกคามสื่อมวลชนและบิดเบือนข้อเท็จจริง
.
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า โดยฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่มีการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) คุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรงต่อ นางสาวฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว The Reporters หลังจากปฏิบัติหน้าที่ตั้งคำถามในที่แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 เกี่ยวกับเหตุลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตอบกลับด้วยประโยคว่า "ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก" ซึ่งเป็นท่าทีที่สร้างความตระหนกต่อสังคม โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ
.
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ หลังจากการตั้งคำถามดังกล่าว พบว่ามีเพจโซเชียลมีเดียจำนวนมากพากันเผยแพร่ข้อความใส่ร้าย นางสาวฐปนีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน ในลักษณะที่มีการประสานงานและมีเป้าหมายชัดเจน จนปรากฏเต็มหน้า
.
ฟีดของผู้ใช้งานทั่วไป พฤติการณ์ที่รวดเร็วผิดปกติเช่นนี้สะท้อนถึงลักษณะของปฏิบัติการข่าวสารที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง มิใช่การแสดงความคิดเห็นตามธรรมชาติของประชาชน
.
เราขอยืนยันว่า ผู้สื่อข่าวมีสิทธิและหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการตั้งคำถามในประเด็นที่ประชาชนสงสัย โดยเฉพาะการตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่แถลงข่าว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่สื่อมวลชน ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่ "คำถาม" ของผู้สื่อข่าว แต่อยู่ที่ท่าทีของผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการตอบโต้ โจมตี หรือสร้างกระแสความเกลียดชังเพื่อคุกคามความปลอดภัยของสื่อมวลชน
.
ปัญหาการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) โดยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางมาอย่างยาวนาน ทั้งในเวทีรัฐสภาและภาคประชาสังคม ในลักษณะการสร้าง "เรื่องเล่า" เพื่อปั่นกระแสและตีตราบุคคลหรือกลุ่มที่เห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน ปัจจุบันปฏิบัติการเหล่านี้ได้ยกระดับเป็นการคุกคามสื่อในรูปแบบใหม่ที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่ตั้งคำถามตรวจสอบอำนาจรัฐ ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างร้ายแรง และเป็นความพยายาม "ปิดปากสื่อ" ด้วยวิธีการที่ตรวจสอบได้ยากแต่สร้างความเสียหายแก่สังคม
.
สมาคมนักข่าวฯ จึงขอประณามพฤติกรรมที่ใช้ปฏิบัติการข่าวสารคุกคามสื่อมวลชน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและยุติการใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยก เนื่องจากสื่อมวลชนต้องสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างเสรีและปลอดภัย เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของสาธารณชนและระบอบประชาธิปไตย
.
.
รอมฎอน จับตา กอ.รมน. ตั้ง รองแม่ทัพชาคริต นั่งโฆษก สะท้อนการสื่อสาร แม่ทัพภาค 4 มีปัญหา
.
รอมฎอน ชี้กอ.รมน. แต่งตั้ง รองแม่ทัพชาคริต นั่งโฆษกสะท้อนการสื่อสาร แม่ทัพภาค 4 มีปัญหา
.
จากกรณี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ถูกลอบสังหารในพื้นที่ จ.นราธิวาส ถึงความเกี่ยวข้องของ กอ.รมน.กับการดำเนินการกับผู้เห็นต่าง โดย พล.ท.นรธิปกล่าวว่า ไม่มีแน่นอน อันนี้พูดส่วนตัว ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด ทั้งนี้ ตอน พล.ท.นรธิปกล่าวในท่อนดังกล่าวได้ปิดไมโครโฟนตอบนั้น
.
เมื่อวันที่ 15 เมษายน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้โพสต์แสดงความยินดี พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ในโอกาสรับหน้าที่เป็น โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แทน พลตรี ยุทธนาม เพชรม่วง เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 4 ที่ขยับไปรับหน้าที่ โฆษก กองทัพภาคที่ 4 พร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงหลัก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
.
ซึ่งต่อมา นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมระบุว่า
.
“ดูเหมือนการสื่อสารของท่านแม่ทัพ/ผอ.รมน.ภาค 4 สน. จะได้รับการยอมรับแล้วว่ามีปัญหา จึงจำเป็นต้องตั้งรองแม่ทัพ/รอง ผอ.ชาคริต หรือ รองคิ้ว มารับหน้าที่โฆษกครับ
.
ในอดีตบางช่วงเวลา ตำแหน่งโฆษกนี้จะรับผิดชอบทั้งการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การปฏิบัติการข่าวสาร และปฏิบัติการจิตวิทยา (ปชส/ปจว) ไปพร้อม ๆ กัน เพราะถือเป็นมาตรการสำคัญของยุทธศาสตร์ป้องกันและพัฒนาภายใน (IDAD) ในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ (ปปส.)
.
ในขณะนี้ งานปฏิบัติการข่าวสารถือว่าบานปลายขยายตัวไปไกลมาก ท่านโฆษกคนใหม่จะมีส่วนจัดการด้วยหรือไม่ ต้องจับตาครับ”
.
.
.
IMF และ World Bank หั่นคาดการณ์การเติบโต ‘เศรษฐกิจไทย’ เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง ส่องหน่วยงานต่างๆ มอง GDP ไทยกระทบแค่ไหน
.
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook: WEO) ฉบับเมษายน 2569 พบว่า IMF ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ลงเล็กน้อยเหลือ 1.5% จาก 1.6% ที่ประมาณการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยอัตราการเติบโตที่ 1.5% นี้สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างมากจากปีก่อนหน้าปี 2568 ที่ขยายตัวได้ราว 2.4%
.
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2570 IMF คาดการณ์ว่า จะขยายตัวได้ 2.1% ปรับลดลงเล็กน้อยเช่นกันจาก 2.2% ที่ประมาณการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ ประมาณการณ์ดังกล่าวคือ Reference Forecast ของ IMF หมายถึง คาดการณ์อ้างอิง ที่มีสมมติฐานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบนี้เกิดขึ้นในระยะสั้นและขอบเขตค่อนข้างจำกัด โดยคาดว่า จะสามารถหาข้อยุติได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปี
.
โดยภายใต้ Reference Forecast ของ IMF ยังประเมินว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นในระดับปานกลางที่ 19% ในปี 2026 โดยราคาน้ำมันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ และคาดว่า ราคาพลังงานจะเริ่มปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปีและต่อเนื่องไปจนถึงปีถัดไป
.
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อก็จะยังคงอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation) จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4.4% ในปีนี้ และจะค่อยๆ ลดลงในปีหน้า ก่อนที่จะกลับเข้าสู่เส้นทางที่เงินเฟ้อชะลอตัว (Disinflation path) ในปี 2027
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ Reference Scenario จะเป็นกรณีที่ความขัดแย้งคลี่คลายอย่างรวดเร็ว แต่เศรษฐกิจโลกก็ยังคงหลีกเลี่ยงความเสียหายไม่ได้ โดยคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (Global growth) จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.1% ในปีนี้
.
ทั้งนี้ IMF ได้จัดทำ Reference Scenario ขึ้นมาเพื่อเป็นภาพหลัก ควบคู่ไปกับการประเมินฉากทัศน์อื่นๆ ที่เลวร้ายกว่า ได้แก่ Adverse Scenario และ Severe Scenario เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบหากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นหรือความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในสถานการณ์หลัก
.
คาดการณ์ดังกล่าวของ IMF ใกล้เคียงกับประมาณการเศรษฐกิจไทยล่าสุดของ ธนาคารโลก (World Bank) เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ที่คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยจะลดลงจาก 2.4% ในปี 2568 เหลือเพียง 1.3% ในปี 2569 (ปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมที่เคยให้ไว้ที่ 2.0%) ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.3% ในปี 2570
.
โดยการชะลอตัวในปี 2569 นี้ ธนาคารโลกมองว่า เป็นผลมาจากปัจจัยช็อกภายนอกที่เข้ามาซ้ำเติมข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้า นอกจากนี้ ‘ไทย’ ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตราคาพลังงานหนักสุด เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่สูง ไทยเป็นประเทศที่มีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันสูงมาก และไทยยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลัง เป็นต้น
.
นักเศรษฐศาสตร์แบงก์ไทยมองเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไรจากสงคราม
.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.4% ในกรณีฐาน (Base case) ซึ่งลดลงจากเดิมประมาณการเดิมที่ 1.8% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงก่อนสงคราม โดยสาเหตุที่ทำให้ SCB EIC ตัดสินใจหั่นคาดการณ์ GDP ลง ได้แก่ ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ SCB EICอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไทยเฉลี่ยทั้งปีจะเร่งตัวขึ้นมากเกินกรอบเป้าหมายของ ธปท. อยู่ที่ 3.2% ขณะที่การบริโภคที่มีแนวโน้มจะถูกกระทบจากกำลังซื้อครัวเรือนและความเชื่อมั่นที่ลดลงตามราคาพลังงานและอาหารที่ปรับสูงขึ้น และจากรายได้แรงงานที่แท้จริงที่หดตัว นอกจากนี้ภาคธุรกิจจะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอัตรากำไรที่ลดลง อาจทำให้ธุรกิจจะชะลอการลงทุนจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น
.
ขณะที่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ยังมองสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า จะกระทบ GDP ไทย 0.2-0.7% โดยอธิบายต่อว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนาน 1-3 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นานเกิน 3 เดือน จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปน่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 3% ในขณะที่ GDP ทั้งปี 2569 มีแนวโน้มไม่เติบโต
JJNY : ส.นักข่าวฯ แถลงหยุดใช้ “ไอโอ”คุกคามสื่อ│รอมฎอนจับตากอ.รมน.│IMF และ World Bank หั่น‘ศก.ไทย’│โฆษกฮุนเซน ปฏิเสธข่าว
.
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า โดยฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่มีการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) คุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรงต่อ นางสาวฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว The Reporters หลังจากปฏิบัติหน้าที่ตั้งคำถามในที่แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 เกี่ยวกับเหตุลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตอบกลับด้วยประโยคว่า "ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก" ซึ่งเป็นท่าทีที่สร้างความตระหนกต่อสังคม โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ
.
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ หลังจากการตั้งคำถามดังกล่าว พบว่ามีเพจโซเชียลมีเดียจำนวนมากพากันเผยแพร่ข้อความใส่ร้าย นางสาวฐปนีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน ในลักษณะที่มีการประสานงานและมีเป้าหมายชัดเจน จนปรากฏเต็มหน้า
.
ฟีดของผู้ใช้งานทั่วไป พฤติการณ์ที่รวดเร็วผิดปกติเช่นนี้สะท้อนถึงลักษณะของปฏิบัติการข่าวสารที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง มิใช่การแสดงความคิดเห็นตามธรรมชาติของประชาชน
.
เราขอยืนยันว่า ผู้สื่อข่าวมีสิทธิและหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการตั้งคำถามในประเด็นที่ประชาชนสงสัย โดยเฉพาะการตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่แถลงข่าว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่สื่อมวลชน ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่ "คำถาม" ของผู้สื่อข่าว แต่อยู่ที่ท่าทีของผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการตอบโต้ โจมตี หรือสร้างกระแสความเกลียดชังเพื่อคุกคามความปลอดภัยของสื่อมวลชน
.
ปัญหาการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) โดยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางมาอย่างยาวนาน ทั้งในเวทีรัฐสภาและภาคประชาสังคม ในลักษณะการสร้าง "เรื่องเล่า" เพื่อปั่นกระแสและตีตราบุคคลหรือกลุ่มที่เห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน ปัจจุบันปฏิบัติการเหล่านี้ได้ยกระดับเป็นการคุกคามสื่อในรูปแบบใหม่ที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่ตั้งคำถามตรวจสอบอำนาจรัฐ ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างร้ายแรง และเป็นความพยายาม "ปิดปากสื่อ" ด้วยวิธีการที่ตรวจสอบได้ยากแต่สร้างความเสียหายแก่สังคม
.
สมาคมนักข่าวฯ จึงขอประณามพฤติกรรมที่ใช้ปฏิบัติการข่าวสารคุกคามสื่อมวลชน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและยุติการใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยก เนื่องจากสื่อมวลชนต้องสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างเสรีและปลอดภัย เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของสาธารณชนและระบอบประชาธิปไตย
.
.