รัสเซียพยายามใช้เวทีพหุภาคี (เช่น UN, BRICS, SCO) เพื่อสร้าง "สถาปัตยกรรมความมั่นคงใหม่"ลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ท่าทีจากทางการรัสเซียเกี่ยวกับการปิดล้อม ช่องแคบฮอร์มุซ

นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน วิจารณ์การสั่งปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (ที่มีผลเมื่อ 13 เมษายน) ว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลเสียต่อตลาดการค้านานาชาติ

รัสเซียแสดงความพร้อมที่จะรับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจากอิหร่านมาดูแล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพในอนาคต และยืนยันว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาปกติได้ก็ต่อเมื่อมีการยุติการรุกรานอิหร่าน และคำนึงถึงจุดยืนของเตหะรานอย่างจริงจัง

นายดมิทรี เมดเวเดฟ) ยังได้เปรียบเปรยว่า ช่องแคบฮอร์มุซคืออาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่มีศักยภาพในการทำลายล้างเศรษฐกิจโลกได้มหาศาลหากถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรอง


ปูตินขู่จะระงับการส่งก๊าซธรรมชาติให้ยุโรปถาวร เพื่อตอบโต้ที่สหภาพยุโรปเตรียมแบนน้ำมันรัสเซียในวันที่ 15 เมษายน และหันไปหาตลาดใหม่ที่ให้ราคาสูงกว่าแทน



หวัง อี้ ยืนยันว่าจีนสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และศักดิ์ศรีของชาติ รวมถึงสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย
การคัดค้านการปิดล้อมทางทะเล: ทั้งสองฝ่ายแสดงความกังวลและคัดค้านการที่สหรัฐฯ สั่งปิดกั้น ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งกระทบต่อการขนส่งพลังงานโลก โดยจีนเรียกการกระทำนี้ว่า "อันตรายและขาดความรับผิดชอบ"

การสกัดกั้นมติใน UN: จีนและรัสเซียได้ใช้สิทธิ วีโต้ (Veto) ร่างมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เสนอโดยสหรัฐฯ ซึ่งพยายามจะสร้างมาตรการ "ป้องกัน" ในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาทางการทูตแทนการใช้กำลัง

https://english.news.cn/20260415/f88aaaf38f5a4e7fa317dd63522f75a0/c.html
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่