ยุบ รร.ปีล่ะ 150แห่งขึ้นไป วิกฤติประชากรเด็กไทยเกิดน้อยลงทุกปี ล่าสุด คาดการณ์ปี 69เหลือ 3.7 แสน จากที่เคยเกิด1ล้าน

กระทู้สนทนา
เครดิต THAI PESS



วิกฤตเด็กเกิดน้อย โรงเรียนปิดตัวปีละ 200 แห่ง แนะรัฐเร่งปฏิรูปแก้เหลื่อมล้ำ
.
.
วิกฤตประชากรเด็กเกิดน้อยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบการศึกษาไทย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนนักเรียนในสังกัด สพฐ. ลดลงเกือบ 1 ล้านคน หรือราวร้อยละ 10 จากเดิมที่มีกว่า 7 ล้านคน ปัจจุบันเหลือเพียง 6 ล้านคนเศษ ส่งผลให้โรงเรียนขนาดใหญ่ลดระดับลงเป็นโรงเรียนขนาดกลาง และสถานศึกษาขนาดเล็กต้องปิดตัวลงถาวรไปแล้วกว่า 2,000 แห่ง หรือเฉลี่ยปีละ 200 แห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาที่ไม่สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่องได้
.
รศ.ดร. มนสิการ กาญจนะจิตรา จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่การบริหารจัดการงบประมาณแบบ "รายหัว" เมื่อจำนวนเด็กลดลง งบประมาณอุดหนุนย่อมลดตาม แต่ต้นทุนคงที่ทั้งค่าบุคลากรและค่าสาธารณูปโภคกลับไม่ได้ลดลงตามสัดส่วน โรงเรียนขนาดเล็กจึงแบกรับภาระหนักจนเกิดภาวะขาดแคลนครู ไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชา ซ้ำร้ายครูยังต้องรับภาระงานนอกเหนือการสอน เช่น งานเอกสารหรืองานภารโรง บั่นทอนคุณภาพการเรียนการสอนและขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้กว้างขึ้นอย่างน่ากังวล ส่งผลให้เด็กบางส่วนเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา
.
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดวงจร "ยิ่งเกิดน้อย ยิ่งเหลื่อมล้ำ" เนื่องจากครอบครัวที่มีความพร้อมมักเลือกส่งบุตรหลานเข้าสู่โรงเรียนนานาชาติ ซึ่งมีอัตราการเติบโตร้อยละ 5 ต่อปี สวนทางกับจำนวนนักเรียนในโรงเรียนไทยที่ลดลง พ่อแม่ยุคใหม่มุ่งหวังให้บุตรหลานเป็น "พลเมืองโลก" (Global Citizen) จนโรงเรียนอินเตอร์กลายเป็นค่านิยมสูงสุด ขณะที่เด็กจากครอบครัวที่ขาดแคลนกลับต้องเผชิญกับคุณภาพการศึกษาที่ถดถอย กลายเป็นปัจจัยลบที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยิ่งไม่อยากมีบุตรเพราะกังวลเรื่องคุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคม
.
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าวิกฤตนี้คือโอกาสสำคัญในการ "ปฏิรูปการศึกษา" ครั้งใหญ่ เมื่อจำนวนเด็กน้อยลง รัฐควรปรับเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนต่อหัวให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนรายบุคคล ปรับปรุงสัดส่วนครูให้เหมาะสมและกระจายสู่พื้นที่ห่างไกลอย่างเป็นธรรม ส่วนระดับมหาวิทยาลัยต้องเร่งปรับตัวจากการเน้นปริมาณสู่การพัฒนาคุณภาพหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อหยุดวงจรความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนให้เด็กไทยเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคต แม้ในวันที่จำนวนประชากรจะลดน้อยลงก็ตาม
.
.
[Thai Press | ไทยเพรส]

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่