“พระราชพิธีสงกรานต์”
พระราชพิธีสงกรานต์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ – ๗
สงกรานต์ คือ เทศกาลเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งกำหนดตามสุริยคติ ปกติตกระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๔ – ๑๕ เมษายน
วันที่ ๑๓ เมษายน คือ
วันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เมษายน คือ
วันเนา และ
วันที่ ๑๕ เมษายน คือ
วันเถลิงศก ซึ่งพุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลเป็นประเพณีสืบต่อกันมา
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนด
วันที่ ๑ เมษายน เป็น
วันขึ้นปีใหม่ ส่วนประเพณีการบำเพ็ญกุศลวันสงกรานต์ยังคงมีอยู่ตามเดิม
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวมพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ (วันสิ้นปี) พระราชพิธีเถลิงศกสงกรานต์ (ขึ้นปีใหม่) และพระราชพิธีศรีสัจจปานกาล (ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา) เข้าด้วยกัน เรียกว่า
พระราชพิธีตะรุษะสงกรานต์ เริ่มงานตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ถึงวันที่ ๒ เมษายน และ
ถือวันที่ ๑ เมษายน เป็น
วันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นพระราชพิธีสงกรานต์ที่เคยมีในวันที่ ๑๓ เมษายน จึงงดไป
พระราชพิธีขึ้นปีใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๘
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ รัฐบาลได้เปลี่ยน
วันขึ้นปีใหม่จากวันที่ ๑ เมษายน เป็น
วันที่ ๑ มกราคม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๔ การพระราชพิธีตะรุษะสงกรานต์จึงเปลี่ยนชื่อเรียกว่า
พระราชพิธีขึ้นปีใหม่ มีกำหนดพระราชพิธี ๓ วัน คือ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๑ มกราคม และ ๒ มกราคม
พระราชพิธีสงกรานต์ในสมัยรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๙ แต่ยังทรงพระเยาว์ และยังต้องประทับศึกษาวิชาการ ณ ต่างประเทศ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ให้ฟื้นฟูราชประเพณีบำเพ็ญพระราชกุศลเทศกาลสงกรานต์ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า
พระราชพิธีสงกรานต์ มีรายการบำเพ็ญพระราชกุศล ๔ วัน คือ วันที่ ๑๓ – ๑๔ – ๑๕ – ๑๖ เมษายน
ครั้นถึงพุทธศักราช ๒๕๑๑ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ลดจำนวนวันบำเพ็ญพระราชกุศลในพระราชพิธีสงกรานต์ โดยรวมการพระราชกุศลที่จะทรงปฏิบัติในการพระราชพิธีสงกรานต์ทั้ง ๔ วัน คงเหลือเพียงวันที่ ๑๕ เมษายน วันเดียว ด้วยมีพระราชดำริว่า วันที่ ๑๓ เมษายน พระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์มาในการพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง อาจจะติดกิจนิมนต์ของราษฎร ทั้งนี้ ยังคงเรียกว่า
พระราชพิธีสงกรานต์ โดยถือธรรมเนียมปฏิบัติพระราชพิธีตามเดิม
ที่มา : หน่วยราชการในพระองค์
#พระราชพิธีสงกรานต์
#สงกรานต์ไทย
#ประเพณีไทย
#ราชประเพณี
#วัฒนธรรมไทย
#ประวัติศาสตร์ไทย
#สงกรานต์๒๕๖๙
เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ โดยมีกิจกรรมที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน อย่างการสรงน้ำพระที่มี ๒ แบบ คือ
การสรงน้ำพระพุทธรูปและสรงน้ำภิกษุสงฆ์ เพื่อแสดงความเคารพต่อปูชนียบุคคลที่ดำรงสืบทอดพระพุทธศาสนาและความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเมื่อเริ่มศักราชใหม่ พระมหากษัตริย์ไทยทรงยึดถือความกตัญญูกตเวทีเป็นที่ตั้งมาทุกยุคทุกสมัย ครั้นถึงเทศกาลสงกรานต์นอกจากจะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีสงกรานต์ ทรงพระราชอุทิศถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบุพการีแล้วยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญน้ำสงกรานต์ไปพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ผู้ใหญ่ และสมเด็จพระสังฆราช ตามธรรมเนียมโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามโบราณราชประเพณี
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญเครื่องสรงน้ำสงกรานต์พระราชทานไปถวายสมเด็จพระสังฆราช ประกอบด้วย น้ำสรงพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผ้าไตรจีวร ๑ ชุด
ที่มา :
https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230418102850949/
#พระราชพิธีสงกรานต์
#การพระราชทานเครื่องสรงน้ำ
#การพระราชทานเครื่องรดน้ำสงกรานต์
วันที่ 13 -15 เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงเทศกาลสำคัญของชาวไทย คือ
วันสงกรานต์ เดิมถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งคนไทยมีความผูกพันธ์เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ดังนั้นวัดจึงเป็นศูนย์รวมจัดกิจกรรมต่างๆ โดยจะมีการทำบุญตักบาตร บังสุกุลอัฐิ อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ และเป็นการทำบุญเพื่อเริ่มต้นปีใหม่, การก่อพระเจดีย์ทราย เป็นการขนทรายเข้าถวายวัดและเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์, การสรงน้ำพระ เป็นการสรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด รวมถึงสรงน้ำพระสงฆ์, การรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่, และการรดน้ำอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน
น้ำ จึงเป็นสัญลักษณ์องค์ประกอบหลักของพิธีต่างๆ ในวันสงกรานต์ เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่นคล้ายร้อน ในช่วงฤดูร้อน
ทั้งนี้วันที่ 13 เมษายน เป็น
วันผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกหลาน เอาใจใส่ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญคนใกล้ตัว และตอบแทนพระคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูลูกหลาน
และวันที่ 14 เมษายน ของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้ เป็น
วันครอบครัว เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว ให้ความรัก ความอบอุ่น ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สร้างความเข้มแข็งเป็นเกราะป้องกันการเกิดปัญหาในสังคม
เทศกาลสงกรานต์ จึงถือว่าเป็นวันรวมญาติ ได้มาพบเจอ ร่วมกันทำสิ่งดีๆเป็นศิริมงคล เป็นการสืบสานประเพณีสำคัญของคนไทย
#สืบสานรักษาต่อยอด
#วันสงกรานต์
#วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
#รักประเทศไทย
#เราภาคภูมิใจเมืองไทยนี้ดี
ประกาศสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ปีมะเมีย (เทวดาผู้หญิง ธาตุไฟ) อัฐศก จุลศักราช ๑๓๘๘ ทางจันทรคติ เป็นอธิกมาส ทางสุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน
วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติ ตรงกับวันอังคาร แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๔ นาที ๓๕ วินาที
นางสงกรานต์ ทรงนามว่า “รากษสเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จยืนมาเหนือหลังวราหะเป็นพาหนะ ตามคติความเชื่อโบราณ นางสงกรานต์สะท้อนลักษณะพลังของปีนั้น ๆ ซึ่งปีนี้ถูกตีความว่าเป็นปีที่มีพลังรุนแรงและต้องระวังปัจจัยด้านธรรมชาติ
วันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๔ นาฬิกา ๔๐ นาที ๑๒ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๘๘ ปีนี้ วันจันทร์ เป็น ธงชัย, วันเสาร์ เป็น อธิบดี, วันอาทิตย์ เป็น อุบาทว์, วันจันทร์ เป็นโลกาวินาศ
ที่มา : ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง
#ประกาศสงกรานต์พุทธศักราช๒๕๖๙
#กองพระราชพิธี #สำนักพระราชวัง
💙🔵 “พระราชพิธีสงกรานต์” 💦✨
“พระราชพิธีสงกรานต์”
พระราชพิธีสงกรานต์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ – ๗
สงกรานต์ คือ เทศกาลเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งกำหนดตามสุริยคติ ปกติตกระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๔ – ๑๕ เมษายน วันที่ ๑๓ เมษายน คือ วันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เมษายน คือวันเนา และวันที่ ๑๕ เมษายน คือ วันเถลิงศก ซึ่งพุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลเป็นประเพณีสืบต่อกันมา
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ส่วนประเพณีการบำเพ็ญกุศลวันสงกรานต์ยังคงมีอยู่ตามเดิม
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวมพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ (วันสิ้นปี) พระราชพิธีเถลิงศกสงกรานต์ (ขึ้นปีใหม่) และพระราชพิธีศรีสัจจปานกาล (ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา) เข้าด้วยกัน เรียกว่า พระราชพิธีตะรุษะสงกรานต์ เริ่มงานตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ถึงวันที่ ๒ เมษายน และถือวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นพระราชพิธีสงกรานต์ที่เคยมีในวันที่ ๑๓ เมษายน จึงงดไป
พระราชพิธีขึ้นปีใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๘
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ รัฐบาลได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันที่ ๑ มกราคม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๔ การพระราชพิธีตะรุษะสงกรานต์จึงเปลี่ยนชื่อเรียกว่า พระราชพิธีขึ้นปีใหม่ มีกำหนดพระราชพิธี ๓ วัน คือ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๑ มกราคม และ ๒ มกราคม
พระราชพิธีสงกรานต์ในสมัยรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๙ แต่ยังทรงพระเยาว์ และยังต้องประทับศึกษาวิชาการ ณ ต่างประเทศ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ให้ฟื้นฟูราชประเพณีบำเพ็ญพระราชกุศลเทศกาลสงกรานต์ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า พระราชพิธีสงกรานต์ มีรายการบำเพ็ญพระราชกุศล ๔ วัน คือ วันที่ ๑๓ – ๑๔ – ๑๕ – ๑๖ เมษายน
ครั้นถึงพุทธศักราช ๒๕๑๑ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ลดจำนวนวันบำเพ็ญพระราชกุศลในพระราชพิธีสงกรานต์ โดยรวมการพระราชกุศลที่จะทรงปฏิบัติในการพระราชพิธีสงกรานต์ทั้ง ๔ วัน คงเหลือเพียงวันที่ ๑๕ เมษายน วันเดียว ด้วยมีพระราชดำริว่า วันที่ ๑๓ เมษายน พระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์มาในการพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง อาจจะติดกิจนิมนต์ของราษฎร ทั้งนี้ ยังคงเรียกว่า พระราชพิธีสงกรานต์ โดยถือธรรมเนียมปฏิบัติพระราชพิธีตามเดิม
ที่มา : หน่วยราชการในพระองค์
#พระราชพิธีสงกรานต์
#สงกรานต์ไทย
#ประเพณีไทย
#ราชประเพณี
#วัฒนธรรมไทย
#ประวัติศาสตร์ไทย
#สงกรานต์๒๕๖๙
เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ โดยมีกิจกรรมที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน อย่างการสรงน้ำพระที่มี ๒ แบบ คือ การสรงน้ำพระพุทธรูปและสรงน้ำภิกษุสงฆ์ เพื่อแสดงความเคารพต่อปูชนียบุคคลที่ดำรงสืบทอดพระพุทธศาสนาและความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเมื่อเริ่มศักราชใหม่ พระมหากษัตริย์ไทยทรงยึดถือความกตัญญูกตเวทีเป็นที่ตั้งมาทุกยุคทุกสมัย ครั้นถึงเทศกาลสงกรานต์นอกจากจะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีสงกรานต์ ทรงพระราชอุทิศถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบุพการีแล้วยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญน้ำสงกรานต์ไปพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ผู้ใหญ่ และสมเด็จพระสังฆราช ตามธรรมเนียมโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามโบราณราชประเพณี
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญเครื่องสรงน้ำสงกรานต์พระราชทานไปถวายสมเด็จพระสังฆราช ประกอบด้วย น้ำสรงพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผ้าไตรจีวร ๑ ชุด
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230418102850949/
#พระราชพิธีสงกรานต์
#การพระราชทานเครื่องสรงน้ำ
#การพระราชทานเครื่องรดน้ำสงกรานต์
วันที่ 13 -15 เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงเทศกาลสำคัญของชาวไทย คือ วันสงกรานต์ เดิมถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งคนไทยมีความผูกพันธ์เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ดังนั้นวัดจึงเป็นศูนย์รวมจัดกิจกรรมต่างๆ โดยจะมีการทำบุญตักบาตร บังสุกุลอัฐิ อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ และเป็นการทำบุญเพื่อเริ่มต้นปีใหม่, การก่อพระเจดีย์ทราย เป็นการขนทรายเข้าถวายวัดและเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์, การสรงน้ำพระ เป็นการสรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด รวมถึงสรงน้ำพระสงฆ์, การรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่, และการรดน้ำอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน น้ำ จึงเป็นสัญลักษณ์องค์ประกอบหลักของพิธีต่างๆ ในวันสงกรานต์ เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่นคล้ายร้อน ในช่วงฤดูร้อน
ทั้งนี้วันที่ 13 เมษายน เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกหลาน เอาใจใส่ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญคนใกล้ตัว และตอบแทนพระคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูลูกหลาน
และวันที่ 14 เมษายน ของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้ เป็นวันครอบครัว เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว ให้ความรัก ความอบอุ่น ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สร้างความเข้มแข็งเป็นเกราะป้องกันการเกิดปัญหาในสังคม
เทศกาลสงกรานต์ จึงถือว่าเป็นวันรวมญาติ ได้มาพบเจอ ร่วมกันทำสิ่งดีๆเป็นศิริมงคล เป็นการสืบสานประเพณีสำคัญของคนไทย
#สืบสานรักษาต่อยอด
#วันสงกรานต์
#วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
#รักประเทศไทย
#เราภาคภูมิใจเมืองไทยนี้ดี
ประกาศสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
ปีมะเมีย (เทวดาผู้หญิง ธาตุไฟ) อัฐศก จุลศักราช ๑๓๘๘ ทางจันทรคติ เป็นอธิกมาส ทางสุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน
วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติ ตรงกับวันอังคาร แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๔ นาที ๓๕ วินาที
นางสงกรานต์ ทรงนามว่า “รากษสเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จยืนมาเหนือหลังวราหะเป็นพาหนะ ตามคติความเชื่อโบราณ นางสงกรานต์สะท้อนลักษณะพลังของปีนั้น ๆ ซึ่งปีนี้ถูกตีความว่าเป็นปีที่มีพลังรุนแรงและต้องระวังปัจจัยด้านธรรมชาติ
วันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๔ นาฬิกา ๔๐ นาที ๑๒ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๘๘ ปีนี้ วันจันทร์ เป็น ธงชัย, วันเสาร์ เป็น อธิบดี, วันอาทิตย์ เป็น อุบาทว์, วันจันทร์ เป็นโลกาวินาศ
ที่มา : ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง
#ประกาศสงกรานต์พุทธศักราช๒๕๖๙
#กองพระราชพิธี #สำนักพระราชวัง