@@ สงกรานต์2569....แบบกระชับๆ ^^ @@




สวัสดีครับ วันนี้มารีวิว ชีวิตในช่วงวันสงกรานต์แบบกระชับๆ ครับ
ปีนี้ไม่ได้หยุดสงกรานต์ครับ อยู่ทำงานรับแอร์ฉ่ำๆที่ออฟฟิศยาวๆไป 13-15 เมษายน เลยครับ
วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน มีเวลาว่าง 1 วัน เลยชวนเพื่อนออกไปหาอะไรกินกันครับ
จบที่ โบนัส สุกี้ แถวๆนิคมลาดกระบัง แล้วแวะไหว้พระ ทำบุญ ที่วัดสุทธาโภชน์ ซอยฉลองกรุง 8 ลาดกระบัง ครับ

11 โมงครึ่ง ออกจากบ้าน ขับไปทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง
รถราโล่งมากกกกกก ช่วงวันหยุดยาวมันดีอย่างนี้นี่เอง



ข้ามทางรถไฟที่คุ้นเคย คิดถึงสมัยเรียนเลยครับ



ขับรถมาจนถึงซอยฉลองกรุง31 ก็คือตรงทางเข้านิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นั่นแหล่ะครับ
แต่ก่อนตรงนี้เป็นห้างไอเพลส แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชื่อตามที่เห็นครับ



ป้ายโบนัส สุกี้ เด่นๆเลย
เพิ่งเคยมาลองกินสุกี้แบรนด์นี้ครั้งแรกครับ
คนละ 219 บาท บวกรีฟีลน้ำ 39 บาท และรีฟีลกุ้งแก้วอีก 49 บาท
ระยะเวลาในการกิน 2ชั่วโมง15นาที
สรุปรวมจ่ายคนละ 307 บาท ครับ



ขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2 ครับ
ขึ้นไปถึงเลือกน้ำซุป ได้โต๊ะนั่งเลยครับ
คนไม่ค่อยเยอะ อาจจะเป็นเพราะช่วงหยุดยาว



เลือกน้ำซุปเป็นน้ำดำและน้ำก๋วยเตี๋ยวเรือ
น้ำก๋วยเตี๋ยวเรือ รสชาติดีเลยครับ เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวเรือแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
เสียดายไม่มีเส้นเล็ก เส้นหมี่ ให้เลือก เลยเอาหมี่หยกมาเป็นเส้นแทน ก็อร่อยดีครับ
มีเซตชุดผักสำหรับก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างถั่วงก ผักบุ้ง ผักชีใบเลื่อย ให้ด้วยนะครับ
ผมเอาตับหมูกับเนื้อสไลด์มาจุ่มกิน โหวววว อร่อยเลยครับ เข้ากับน้ำก๋วยเตี๋ยวเรือมากๆ

อาหารกินเล่นมีพอประมาณ ชอบกุยช่ายทอดครับ ซาลาเปามีหลายไส้ ขนมจีบหมู ขนมจีบกุ้งก็มีครับ
มียำผักบุ้งทอดกรอบด้วยครับ เพื่อนบอกว่าอร่อยดี หมูมะนาว เนื้อมะนาว ก็มีครับ
แต่ไม่ได้ตักมากกินกัน กลัวจะตัดกำลัง ฮ่าๆ



มาโบนัส สุกี้ ใครๆก็ต้องลอง สลัชชี่ ชาไทย ผมลองเอามา1แก้ว ก็ใช้ได้ครับ
แต่พวกชาไทยแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับการกินชาบู สุกี้เท่าไหร่ ต้องน้ำอัดลมเท่านั้นครับ ฮ่าๆ

เอ็นจอยกับการกินแบบว่าไม่ได้ถ่ายรูปอะไรไว้เยอะเลยครับ ผมเน้นสั่งแต่ประเภทเนื้อ ก็ดีครับคุณภาพดีเลย
ใช้การส่งเมนูที่เราสั่งด้วยหุ่นยนต์ครับ อาหารกดสั่งผ่านคิวอาร์โค้ด รอไม่นาน น้องหุ่นยนต์มาเสิร์ฟเร็วเลยครับ



กินเสร็จอิ่มท้อง ก็ไปอิ่มบุญกันต่อ ที่วัดสุทธาโภชน์ ซอยฉลองกรุง8 ครับ

วัดสุทธาโภชน์ เดิมมีชื่อว่า วัดสุทธาวาส สร้างโดย เจ้าจอมมารดากลิ่น ในรัชกาลที่4 ในที่ดินของท่านตั้งแต่ปี พ.ศ. 2437
เมื่อเจ้าจอมมารดากลิ่นได้ถวายบังคมลาออกจากพระบรมมหาราชวังมาอยู่กับพระโอรสภายนอก
ท่านก็ชอบเดินทางไปตามหัวเมืองเพื่อพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์อยู่เนือง ๆ รวมถึงย่านลาดกระบังนี้ด้วย
ท่านได้มาทำบุญไหว้พระที่วัดสุทธาวาสอยู่บ่อยครั้ง แต่ในหน้าแล้งน้ำในคลองแห้งจนไม่สามารถพายเรือเข้ามาที่วัดได้
ท่านจึงมีดำริให้ย้ายวัดมาสร้างใหม่ในที่ดินของท่าน โดยในปี พ.ศ. 2455 เจ้าจอมมารดากลิ่นพร้อมด้วยพระมหาอ่อน มหากัณยาโณ
และมรรคนายกอ๊อต ไชยนุต ได้ดำเนินการย้ายวัดมาตั้งอยู่บริเวณปากคลองมอญฝั่งเหนือ ริมคลองลำปลาทิวฝั่งตะวันออก
และเปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น "วัดสุทธาโภชน์"

วัดสุทธาโภชน์เป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชุมชนมอญลาดกระบัง เป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของชุมชน ประกอบด้วยอนุสรณ์สถานเจ้าจอมมารดากลิ่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครเขตลาดกระบัง
พิพิธภัณฑ์เรือท้องถิ่น ภายในวัดยังมีเรือนไม้สักทองอายุกว่า 100 ปี และสวนปลาธรรมชาติ

วัดยังมีประเพณีที่สำคัญทางวัดจะนำเรือออกมาใช้เป็นประจำทุกปีหลังวันออกพรรษา ในงานประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ
ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์แรกหลังวันออกพรรษาของทุกปี ถือเป็นวัฒนธรรมของชาวมอญที่สืบทอดกันมายาวนาน
กิจกรรมประกอบด้วยพิธีตักบาตรพระสงฆ์มารับบิณฑบาตทางเรือ ลักษณะเป็นการตักบาตรคล้ายกับการตักลาตรเทโวแต่ใช้ เรือมาด เป็นพาหนะมารับบิณฑบาต ซึ่งเป็นเรือที่เก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยประชาชนจะนั่งคอยใส่บาตรพระเรียงรายอยู่ริมตลิ่งตามแนวคลองลำปลาทิว พิธีถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ด้วยชุดสำรับคาวหวานและการแข่งขันเรือภายในท้องถิ่น

**ขอบคุณข้อมูลจากวิกิพิเดีย ครับ**
-----------------------------------------------------------------

ไหว้พระขอพรกันก่อนครับ


เสี่ยงเซียมซีไม่สนคำทำนาย ขอเลขเด็ดเท่านั้นครับ ฮ่าๆ



ไหว้พระ หยอดตู้บริจาค สรงน้ำพระพุทรูปเสร็จเรียบร้อย
ก็เดินออกมาบริเวณริมของหน้าวัดครับ จะมีวังปลาสวาย
ซื้อขนมปัง 20 บาทได้มาถังใหญ่แบบนี้เลยครับ


หาที่นั่งเหมาะๆแล้วบิขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ โยนให้ปลากิน
ตอนเรียนพระจอมฯ ผมมาให้อาหารปลากับเพื่อนๆบ่อยๆครับ
จะพากันมองหาปลาสวายเผือก ถ้าเจอแสดงว่าจะโชคดี แต่วันนี้มองหาแล้วไม่เจอปลาสวายเผือกครับ
คงไปหลบร้อนอยู่ที่ไหนซักที่ ^^



ปลาสวายผลัดเปลี่ยนเวรกันขึ้นมาฮุบกินขนมปัง อิ่มอร่อยเลยครับ
เราอิ่มท้องแล้ว ปลาสวายก็ต้องอิ่มท้องด้วยครับ
ช่วงเวลาบ่ายโมง แดดเปรี้ยงๆเลยครับ แต่ตรงท่าน้ำให้อาหารปลา ลมพัดเย็นสบายมาก
เพี้ยนชนแก้ว




ให้อาหารปลา นั่งพักผ่อน ซักพักก็ได้เวลากลับครับ
ก่อนกลับขอน้ำอัดลมเย็นๆซักแก้ว ชื่นใจสุดๆ
พรุ่งนี้ เตรียมตัวไปทำงานยาวๆไป 13-15 เมษายน เลยครับ
เพี้ยนแคปเจอร์



เป็นอันจบวันหยุดก่อนสงกรานต์
ที่มีเวลาอันน้อยนิด แต่ก็ยังดีที่ได้เข้าวัด ไหว้พระ ทำบุญ สรงน้ำพระ
เนื่องในวันสงกรานต์ ครับ

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ
เพี้ยนยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่