สำคัญ​มาก​ ​หลวงพ่อ​ชา​ สอน​พิจารณา​ ​เห็น​ตามความเป็นจริง​

ให้พิจารณาเห็นตามที่เป็นจริง
  
"ถ้าเราพิจารณาเห็นได้ตามจริงดังนี้
ใจเรา จะอยู่เหนือ มีลูก จะอยู่เหนือลูก  มีหลาน จะอยู่เหนือหลาน มียศ จะอยู่เหนือยศ  มีลาภ จะอยู่เหนือลาภ
เราจะได้เป็นใหญ่ ในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น...

มันมีมา ก็ให้มีมา  มันเสียไป ก็ให้เสียไป  
มันเสีย ก็เสีย  มันมา ก็มา  
เหมือนกับรถคันมันมา ก็มา  คันมันไป ก็ไป
ร่างกายของเรา ก็เหมือนกัน
เวลาดี ก็ดี  เวลาเจ็บ ก็เจ็บ มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ  

เวลาเจ็บ เวลาป่วย ก็ตัวของเราเอง
คนเดียว คนอื่น...ไม่ได้สนใจ
มีแต่เรารักเขา แต่เขา...ไม่รักเราเลย  
ตาเราดีๆ มันอยากเจ็บมันก็เจ็บ  
อยากปวด มันก็ปวด  ไม่มี...ค่ามีราคา
อะไรเลย  เราจะมาเฝ้า อะไรอยู่แถวนี้
กระดูกแขวนคอไป แขวนคอมา  
เนื้อ ไม่ได้กิน  หนัง ไม่ได้รองนั่ง  
แล้วลองพิจารณา
ดังนั้น...แล้วใจเราจะได้ละ ได้ปล่อยวาง
  
  
คำว่า ปล่อยวาง...
ไม่ใช่ว่า จะขนไปทิ้งลงแม่น้ำมูลหมด
เอาไว้ที่เดิมมันนั่นแหละ บางคนบอกว่า...
ตัดไม่ได้  ก็ไม่รู้ว่า จะตัดจะฟันมันไปทำไม
ก็เก็บมันไว้นั่นแหละ  เงิน ก็เอาไว้อย่างเก่า  
ลูกเต้า เล้าหลาน  ก็เอาไว้นั่นแหละ!
ให้มาเปลี่ยน แต่ความเห็น
ไก่ ก็ให้เป็นไก่  เป็ด ก็ให้เป็นเป็ด  
หมู ก็ให้เป็นหมู  หมา ก็ให้มันเป็นหมา  
ควาย ก็ให้เป็นควาย  วัว ก็ให้เป็นวัว
เหมือนเดิม  จะไปตัดมันทำไม  

เห็นตามสภาวะอย่างนี้ เขาเรียกว่า...
เห็นธรรม ตรัสรู้ธรรม  ผู้หญิงเห็น ก็ได้  
คนแก่เห็น ก็ได้  คนหนุ่ม ก็เห็นได้  
นักบวชเห็น ก็ได้  อันนี้เรียกว่า...ความเห็นธรรม ครั้นเป็นความเห็น ของธรรมะแล้ว  ไม่มี...ที่ติพอดี

ธรรมอันนี้ไม่สูง ไม่ต่ำ  ธรรมนี้ ไม่จาง  
ธรรมนี้ ไม่เค็ม  ธรรมนี้ พอดี  
ใจ เรานี้! ถ้าเห็นธรรม...ก็จะพอดี ไม่หัวเราะ
ไม่ร้องไห้  
ไม่มี...อะไร จะร้องไห้  
ไม่มี...อะไรจะหัวเราะ  
ไม่มี...อะไรที่จะดีใจ  
ไม่มี...อะไรที่จะเสียใจ
  
  
สภาวธรรมนี้เป็นปกติ เที่ยงตรงสบาย
ท่านว่าธรรมนี่เป็นของเที่ยง มันเป็นอนิจจัง
เมื่อเห็นอนิจจังแล้ว...นิจจังเลยเกิด  
มันเลยเป็นของเที่ยง มันเลย ไม่ได้หวั่น
หมดเวทนาสุข  หมดเวทนาทุกข์  
ไม่มี...ใครจะโกหก ไม่ได้  เหมือนแกงของเราอร่อย พอดีทุกอย่าง แม่ครัวก็หมดวิชาไม่รู้จะเอาอะไรใส่อีก จะเติมน้ำปลาใส่อีก มันก็พอดี

แล้ว จะเอาพริกใส่ มันก็พอดีแล้ว
ไม่มี...อะไรจะใส่ ไม่มี...อะไรจะเอาออก  ไม่มี...อะไรเอาเข้าเสร็จแล้ว จะทำยังไงอีก
เสร็จแล้วก็กิน เรียกลูกเรียกหลานมากิน
มันอร่อยแล้ว ไม่มี...อะไรเอาออก ไม่มี...
อะไรเอาเข้า พากันมากิน ฉันใด

“สูทั้งหลายจงมาดูโลกนี้...
อันน่าตระการดุจราชรถ อันพวกคนเขลา
ทั้งหลายหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่”
(พุทธพจน์) มากิน มาดู นั่นมันเข้าถึงธรรมะแล้ว นั่นแหละ! ศาสนา."
  
หลวงพ่อชา สุภัทโท  จาก มรดกธรรม
เล่มที่ ๑๐ “ภาวนาคือพิจารณาให้รู้ตามเป็นจริง”
หน้า ๘๗-๘๙
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่