JJNY : ฐปณีย์โดนไอโอถล่ม│รอมฎอนกังวล มทภ.4│ปชน.เกาะติดไฟไหม้บ่อฝังกลบขยะภูเก็ต│อินโดนีเซียมั่นใจรับมือวิกฤตได้ถึง 10 ด.

แยม ฐปณีย์ โดนไอโอถล่ม หลังสัมภาษณ์มทภ.4 ถามทำไมปล่อยใช้ภาษีประชาชน สร้างแตกแยก.
.

.
แยม ฐปณีย์ โดนไอโอถล่ม หลังสัมภาษณ์ มทภ.4 ถามทำไมปล่อยใช้ภาษีประชาชน สร้างแตกแยก
.
เมื่อวันที่ 14 เมษายน น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีชัย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวรีพอร์ตเตอร์ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับหลังการสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4!!!
.
นักข่าวโจร บ้างหล่ะ !! โฆษก BRN บ้างหล่ะ!!
.
ท่านคิดว่าเพจเหล่านี้จะเป็นเพจข่าวหรือเพจคนทั่วไปจริงเหรอคะ เพราะหลังแถลงข่าวจบไม่นาน เรายังเขียนข่าวที่แถลงยังไม่หมดเลย เพจเหล่านี้ก็ทำภาพกราฟิคเขียนข้อความใส่ร้ายเราได้รวดเร็วมาก และเป็นข้อความที่ไปในทิศทางเดียวกันหมด แล้วขึ้นมาเต็มฟีดแบบพร้อมเพรียงกัน
.
แน่นอนว่าเราทราบกันดีแล้วว่า เพจเหล่านี้เป็นเพจ IO และทำข้อความเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการข่าวสาร และไม่ใช่ครั้งแรกที่แยมเจอเรื่องแบบนี้
.
จริงๆ เราเป็นผู้มาก่อนกาล ถูกปฏิบัติการ IO เล่นงานมาตั้งแต่ข่าวที่เคยใช้คำว่า ปาตานี มารายงานข่าวครั้งแรก เมื่อครั้งรัฐบาลไทยเริ่มพูดคุยสันติภาพกับกลุ่ม มาราปาตานี เมื่อ 10 กว่าปีก่อน และหนักๆ ก็ช่วงทำข่าวโรฮิงญา จนกลายเป็นโรฮิงแยม ที่คนเกลียดชังทั้งประเทศมาแล้ว นั่นทำให้เราเข้าใจปฏิบัติการข่าวสาร IO ได้อย่างลึกซึ้ง และรู้เท่าทันในการรับมือกับการโจมตี ใส่ร้ายป้ายสี ทั้งในการแก้ไขวิกฤตข่าวสาร และการรับมือกับสภาพจิตใจ ที่ไม่ปฏิเสธหรอก ใครเจอใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้แล้วจะไม่รู้สึกหวั่นไหว
.
ถ้าท่านคิดว่าเพจที่มาใส่ร้ายกล่าวหาแยมอยู่นี้เป็นเพจจริง ที่มาจากความคิดเห็นของคนจริงๆ ท่านเข้าไปค้นหาในเพจได้เลย ว่ามีใครที่มีตัวตนจริงในเพจเหล่านี้บ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นเพจอวตาร ซึ่งถ้าจะให้สืบสวนสอบสวนเชิงลึก ค้นหากันไม่ยากเลยว่า เป็นฝีมือใคร !!
.
ที่ผ่านมาแยมเคยคิดจะฟ้องร้อง เพื่อลากตัวคนทำเพจเหล่านี้มาเปิดโปงว่า ใครอยู่เบื้องหลัง แต่ด้วยงานข่าวที่มามากมาย เลยไม่มีเวลาที่จะดำเนินการทางกฎหมาย เคยคิดจะทำหลายครั้ง แต่ไม่มีเวลาจริงๆ
.
และอีกเหตุผล เราก็เห็นตัวอย่างที่หลายคนเคยฟ้องร้องปฏิบัติการ IO ก็เห็นกันอยู่ว่าสุดท้ายก็สาวไปไม่ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ที่เราก็รู้ว่าใคร !!!
.
สำหรับเราไม่ได้หวั่นไหวใดๆ กับการมากล่าวหาเป็นโฆษก BRN เพราะความจริงใครที่ติดตามข่าวแยมมายาวนาน ก็รู้ว่า แยมเป็นนักข่าวแบบไหน คงไม่ต้องมาอธิบายกันในชั้นนี้ แต่อยากชวนทุกท่านคิดแบบนี้ค่ะ
.
เราจะปล่อยให้ปฏิบัติการ IO และสงครามข่าวสารแบบนี้ เติบโตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงเหรอ !!
.
เราจะปล่อยให้ปฏิบัติการ IO ที่ใช้เงินภาษีของประชาชน มาทำร้ายประชาชน สร้างความแตกแยก สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนแบบนี้จริงเหรอ
.
และคำถามสำคัญคือ รัฐ ต้องการให้เกิดสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้จริงเหรอ !!!
.
แล้วใครกันแน่ที่ยุยง ปลุกปั่น สนับสนุนให้เกิดการแบ่งแยกดินแดน ถ้าไม่ใช่รัฐ ที่กำลังผลักไส ให้ประชาชนและสื่อกลายเป็นฝ่ายตรงข้าม ทั้งๆ ที่เราไม่เคยพูดหรือกระทำการอย่างที่ถูกกล่าวหาเลย
.
ในฐานะนักข่าวที่ทำข่าวในพื้นที่ความขัดแย้ง และกระบวนการสันติภาพ หลักการสำคัญของแยมในการทำข่าวคือการเป็น Peace Media ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิดแนวทางในการทำข่าวในรายการ ข่าว 3 มิติ และใน The Reporters เรามีหลักการของการเป็น สื่อเพื่อสันติภาพ
.
– สื่อเพื่อสันติภาพ – Peace Media
.
ในหลักการของเราคืออะไร คือการเป็นพื้นที่กลางให้คู่ขัดแย้งได้มาสื่อสาร ถกเถียง เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้สองฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น และนำเสนอปัญหา เพื่อหาทางออกร่วมกัน
.
การทำงานของเราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เอาเฉพาะที่ทำข่าว 3 มิติมา 18 ปี เราไม่ใช่แค่ทำข่าว แต่ได้ศึกษาหาความรู้ เพื่อหาให้ได้ว่าที่มาของปัญหาคืออะไร จนเราพบว่า มากไปกว่าอุดมการณ์ความคิดแบ่งแยกดินแดน คือการไม่ได้รับความยุติธรรม การถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การถูกกดทับให้ไร้ตัวตน การไม่ยอมรับในอัตลักษณ์​ภาษา วัฒนธรรมการแต่งกาย หรือแม้แต่ว่าคำว่า ปาตานี
.
ในฐานะสื่อเราทำอะไรมาบ้าง เราเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเยาวชน ประชาชนที่อยากให้สังคมไทยเข้าใจว่าพวกเขามีอัตลักษณ์ตัวตน การได้ภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ในประวัติศาสตร์ และเหนือสิ่งอื่นใดคือการได้รับความยุติธรรม รวมถึงการสัมภาษณ์แกนนำ BRN ก็เพื่อให้รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร และอะไรบ้างที่จะนำไปสู่สันติภาพได้อย่างแท้จริง นั่นคือหน้าที่นักข่าว ไม่ใช่โฆษกใคร !!
.
ในขณะเดียวกันไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐที่สูญเสีย พี่น้องชาวพุทธ เราก็เป็นนักข่าวคนแรกที่ทำให้เสียงของพี่น้องชาวพุทธ ที่เคยเรียกตัวเองว่าเป็นชนกลุ่มน้อยในสามจังหวัดให้เสียงดังขึ้นมา จนกลายเป็นเครือข่ายชาวพุทธชายแดนได้ เราก็ทำข่าวเพื่อให้เห็นว่า ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก เราตามข่าวกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ เพราะเชื่อว่า สุดท้ายทุกความขัดแย้งจบที่การเจรจา !!
.
จริงๆ มีอีกหลายเหตุผลที่ต้องอธิบาย แต่มันคงยาวเกินไปในโอกาสนี้ที่อยากจะชวนทุกท่านคิดว่า เราจะยอมรับแนวทางการจัดการความขัดแย้งแบบนี้จริงเหรอคะ
.
ซึ่งในการแถลงข่าวของท่านแม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อวานนี้ เราก็ทำหน้าที่นักข่าวในการตั้งคำถาม ซึ่งเป็นคำถามที่ธรรมดามากๆ เพราะมาจากการตั้งคำถามของ ส.ส.และประชาชนที่ไม่เชื่อมั่นในการดำเนินคดี ส.ส.กมลศักดิ์ และคำถามที่ถามว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคงหรือกองทัพหรือไม่ เป็นคำถามที่ดีกับกองทัพเสียด้วยซ้ำ เพื่อสร้างความกระจ่างกับประชาชนว่าไม่เกี่ยวจริงๆ แต่ท่านเลือกปิดไมค์ที่จะตอบคำถาม และท่านก็พูดคำนั้นมาเองว่า “ถ้าเป็นผมทำ คงไม่ปล่อยให้รอดแน่นอน” จนกลายเป็นประเด็นคำถามของสังคมตามมา
.
ส่วนที่ท่านและเพจ IO กล่าวหาว่า ทำไม่สื่อไม่ไปทำข่าวปลัด ทหารที่ถูกยิง เราได้ตอบในการแถลงข่าวไปแล้วด้วยว่า เราให้ความสำคัญกับทุกชีวิตที่สูญเสียจากความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คดียิง ส.ส.กมลศักดิ์ เป็นสิ่งสะท้อนสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐและกระบวนการสันติภาพ ท่านแม่ทัพในฐานะผู้นำองค์กรที่ดูแลความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหน้าที่โดยตรงที่ต้องค้นหาความจริง และตอบคำถาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนค่ะ
.
จริงๆ สิ่งที่ท่านตอบก็ดีมากๆ ที่ทำให้ประชาชนได้ยินได้ฟังว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ซึ่งถ้าหากกองทัพเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้คนก็จะเข้าใจ
.
แต่การให้ปฏิบัติการ IO มาเล่นงานโจมตีสื่อ และประชาชนเหมือนที่ทำมาตลอดนั้น มันสวนทางกับแนวนโยบายของรัฐที่ต้องการเห็นสันติสุข และสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีคำถามตามมาดังๆ จากหลายฝ่ายว่า ผู้นำองค์กรที่ต้องการเห็นสันติสุขและสันติภาพที่แท้จริง ต้องเป็นแบบไหน !!
.
ส่วนตำแหน่งที่ IO มอบหมายให้เป็น โฆษก BRN นั้น จริงๆ ต้องถามไปที่ BRN บ้างเหมือนกันว่า ใช่เหรอ พวกคุณเคยแต่งตั้ง ฐปณีย์ เหรอ!! ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ แล้วใครล่ะที่แต่งตั้งให้ ซึ่งเป็นใครอยากรู้จริงๆ ค่ะ
.
และสุดท้ายวิธีการใส่ร้ายป้ายสีด้วยปฏิบัติการข่าวสาร IO มันคือการ #ปิดปากสื่อ ด้วยกระสุนคีย์บอร์ด ที่สุดท้ายแล้ว เราไม่รู้เลยว่า วันหนึ่งอาจจะกลายเป็น #กระสุนจริง แบบที่ ส.ส.กมลศักดิ์ เจอมาแล้วก็ได้ เพราะในชีวิตนักข่าวเราก็เคยเจอแบบนี้มาแล้วถึงขั้นการจ้างมือปืน ตั้งค่าหัว หมายเอาชีวิตกันมาแล้ว เพราะการปลิดชีวิต มันดีกว่าแค่ ปิดปาก อย่างแน่นอน เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้จริงเหรอ ชวนมาคิดกันอย่างมีเหตุมีผลค่ะ
.
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย
14 เมษายน 2569
.
.

.
รอมฎอน กังวล มทภ.4 ลั่นไม่ปล่อยให้รอด มีปฏิบัติการอื่นอีกหรือไม่ จี้นายกฯทบทวนการทำงาน พล.ท.นรธิป
https://www.matichon.co.th/politics/news_5677266
.
รอมฎอน กังวล มทภ.4 ลั่นแนวทางส่วนตัว/วาจา ไม่ปล่อยให้รอด มีปฏิบัติการอื่นนอกจากลอบยิง กมลศักดิ์ หรือไม่ วอนนายกฯทบทวนการทำหน้าที่ พล.ท.นรธิป ไม่เข้าใจสถานการณ์แก้ปัญหาไฟใต้
.
จากกรณี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตอบคำถามสื่อมวลชลกรณีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ถูกลอบสังหารในพื้นที่ จ.นราธิวาส ถึงความเกี่ยวข้องของ กอ.รมน.กับการดำเนินการกับผู้เห็นต่าง โดย พล.ท.นรธิป กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน อันนี้พูดส่วนตัว ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด ทั้งนี้ ตอน พล.ท.นรธิปกล่าวในท่อนดังกล่าวได้ปิดไมโครโฟนตอบนั้น
.
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงทรรศนะทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ระบุดังนี้
.
ทำความเข้าใจความน่ากลัวในคำพูดปิดไมค์ของแม่ทัพภาคที่ 4
.
หากต้องการเข้าใจคำพูดสองสามประโยคของท่านแม่ทัพภาค 4 วันนี้ที่ขอปิดไมค์พูดในระหว่างแถลงข่าวมีความหมายว่าอย่างไร? เราคงต้องมานั่งฟังกันดีๆ ครับ
.
การแถลงข่าวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 หรืออีกหมวกนึงคือ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยต่อสื่อมวลชนกรณีเหตุการณ์ลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จากพรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยปรากฏข้อเท็จจริงของคดีว่ามีส่วนเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. และกองทัพหลายคน รวมไปถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นรถยนต์ของ กอ.รมน. แต่ในระหว่างที่ไล่เรียงเนื้อหาในการแถลงนั้น ท่านขอตอบคำถามผู้สื่อข่าวแบบปิดไมค์ ซึ่งกลายเป็นหัวใจของการแถลงข่าวครั้งนี้ไป
.
ท่านพูดว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”
.
ฟังด้วยใจเป็นธรรม รูปประโยคนั้นเหมือนจะเป็นการปฏิเสธว่ากองทัพเข้าไปมีส่วนในเหตุสังหาร ซึ่งถ้าพูดตรงๆ ก็พอจะเข้าใจได้ แต่การบอกปัดด้วยท่าทีเช่นนี้เหมือนเป็นการท้าทายมากกว่า ไม่ใช่ท้าทายอะไรไปมากกว่าระบบตรวจสอบการใช้กำลังของรัฐเอง — ประเด็นเลยกลายเป็นถ้าจะทำ ก็ต้องทั้งบรรลุเป้าหมายและแนบเนียนกว่านั่นเอง
.
ประโยคนี้ ทำให้สาระสำคัญของการแถลงข่าวทั้งหมดแทบจะไม่มีความหมายอะไร ที่จริงแล้ว มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ อยู่พอสมควร แต่ต้องบอกว่าคนอยากจะฟังและเห็นการเปิดปากครั้งแรกของผู้นำหน่วย กอ.รมน.มากกว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่