สำหรับผมแล้วประสบการณ์ในอดีตเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่อนชัางมืดมน พยายามลาออกจากการมีชีวิตไป 10 กวารอบ ถามว่าผมกลัวตายไหมในตอนนั้น……ไม่เลยครับ ผมในตอนนั้นแค่ต้องการรู้ว่าถ้าตายจะมีความสุขไหมโดยการแลกกับทุกแอย่างที่มีในชีวิต……..ครับ ผมยังไม่ตายอยู่มานานกว่าที่จินตนาการไว้ตอนนั้นด้วยครับ
ตอนนั้นผม 19 ตอนนี้ 22 ใน 3 ปีที่ผ่านมา ผมพยายามตามหาความหมายของการมีชีวิตครับเพราะผมเคยสูญเสียเป้าหมายการมีชีวิตไปแล้ว จนผ่านมา 3 ปี ผมได้รับรู้ว่า ความหมายของชีวิตเป็นแค่สิ่งที่คนเรานั้นอุปโลกขึ้นมาเอง เป็นเรื่องแต่งที่ทำให้คนเราไม่ต้องอยู่อย่างไร้ความหมายโดยแท้ ตอนนี้ผมไม่สนใจว่าจะตายตอนไหนเพราะสำหรับผม ตายตอนนี้กับตอน 70 ก็อาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่
ตอนนี้ผมไม่คิดจะลาออกจากการมีชีวิตอีกแล้วแม้ว่าผมจะคิดแบบนี้ แต่ความรู้สึกที่มีต่อความตายก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ผมไม่กลัวมะนแม้แต่น้อย แต่ผมกลับรู้สึกพยายามคิดว่า ความตายให้อะไรผมและโลกบ้าง
ความตายของ 1 ชีวิตเปลี่ยนโลกไป 1 แบบ
สมมุติว่า นาย A อายุ 32 ปี ทำอาชีพเป็นเชฟชื่อดัง และ นาย A เริ่มเรียนทำอาหารตอนอายุ 8 ขวบด้วยความตั้งใจที่จะเป็นเชฟ ซึ่งแรงจุงใจในการเป็นเชฟคือ พ่อเปิดร้านอาหารที่อิตาลี ซึ่งนาย A ตายตอนอายุ 5 ขวบจากอุบติเหตุทางรถยนต์
สิ่งที่เกิดขึ้นยกตัวอย่างได้ไม่เยอะประมาณนี้ครับ
คนที่รู้จักใน A ตอนอายุมากกว่า 5 ขวบก็จะไม่รู้จัก นาย A
ทรัพยากรที่นาย A บริโภคไปก็จะน้อยลงตามจำนวนปีจะมีอายุต่อไปถ้าไม่ตายในตอน 5 ขวบ
ความสุขและทุกข์ที่นาย A มีกับบุคคลอื่นๆ ก็จะลดลง
การที่นาย A ไม่ได้มีชีวิตต่ออาจจะมีผลกระทบทางด้านบวกหรือลบกับคนบางคนด้วย
หมายความว่า โลกก็จะไม่เหมือนเดิมแม้จะแค่ 0.00000000000000000000000000000000001% แต่มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วครับ
หมายความว่า ความตายของคนๆนึงนั้นสร้างผลกระทบเล็กๆให้กับโลกแน่นอนครับ แม้จะเล็กมากๆแต่มันก็มีค่าครับ ไอเดียของเราคือ ชีวิตของคุณมีค่าเสมอครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่หรือไม่ชีวิตของคุณก็มีค่าพอจะเปลี่ยนโลกได้ครับ
ขอให้ทุกคนมีความสุขนะครับผม ในตอนนี้ผมเคยคิดว่าตอน 17 คือช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดครับ แต่ไม่ใข่เลยครับ ตอนนี้คือปัจจุบันอ่ะครับคือตอนที่ผมสามารถมีความสุขได้มากที่สุดครับ
เพลงที่ฟังตอนเขียน
ความรู้สึกของผมที่มีต่อความตาย
ตอนนั้นผม 19 ตอนนี้ 22 ใน 3 ปีที่ผ่านมา ผมพยายามตามหาความหมายของการมีชีวิตครับเพราะผมเคยสูญเสียเป้าหมายการมีชีวิตไปแล้ว จนผ่านมา 3 ปี ผมได้รับรู้ว่า ความหมายของชีวิตเป็นแค่สิ่งที่คนเรานั้นอุปโลกขึ้นมาเอง เป็นเรื่องแต่งที่ทำให้คนเราไม่ต้องอยู่อย่างไร้ความหมายโดยแท้ ตอนนี้ผมไม่สนใจว่าจะตายตอนไหนเพราะสำหรับผม ตายตอนนี้กับตอน 70 ก็อาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่
ตอนนี้ผมไม่คิดจะลาออกจากการมีชีวิตอีกแล้วแม้ว่าผมจะคิดแบบนี้ แต่ความรู้สึกที่มีต่อความตายก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ผมไม่กลัวมะนแม้แต่น้อย แต่ผมกลับรู้สึกพยายามคิดว่า ความตายให้อะไรผมและโลกบ้าง
ความตายของ 1 ชีวิตเปลี่ยนโลกไป 1 แบบ
สมมุติว่า นาย A อายุ 32 ปี ทำอาชีพเป็นเชฟชื่อดัง และ นาย A เริ่มเรียนทำอาหารตอนอายุ 8 ขวบด้วยความตั้งใจที่จะเป็นเชฟ ซึ่งแรงจุงใจในการเป็นเชฟคือ พ่อเปิดร้านอาหารที่อิตาลี ซึ่งนาย A ตายตอนอายุ 5 ขวบจากอุบติเหตุทางรถยนต์
สิ่งที่เกิดขึ้นยกตัวอย่างได้ไม่เยอะประมาณนี้ครับ
คนที่รู้จักใน A ตอนอายุมากกว่า 5 ขวบก็จะไม่รู้จัก นาย A
ทรัพยากรที่นาย A บริโภคไปก็จะน้อยลงตามจำนวนปีจะมีอายุต่อไปถ้าไม่ตายในตอน 5 ขวบ
ความสุขและทุกข์ที่นาย A มีกับบุคคลอื่นๆ ก็จะลดลง
การที่นาย A ไม่ได้มีชีวิตต่ออาจจะมีผลกระทบทางด้านบวกหรือลบกับคนบางคนด้วย
หมายความว่า โลกก็จะไม่เหมือนเดิมแม้จะแค่ 0.00000000000000000000000000000000001% แต่มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วครับ
หมายความว่า ความตายของคนๆนึงนั้นสร้างผลกระทบเล็กๆให้กับโลกแน่นอนครับ แม้จะเล็กมากๆแต่มันก็มีค่าครับ ไอเดียของเราคือ ชีวิตของคุณมีค่าเสมอครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่หรือไม่ชีวิตของคุณก็มีค่าพอจะเปลี่ยนโลกได้ครับ
ขอให้ทุกคนมีความสุขนะครับผม ในตอนนี้ผมเคยคิดว่าตอน 17 คือช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดครับ แต่ไม่ใข่เลยครับ ตอนนี้คือปัจจุบันอ่ะครับคือตอนที่ผมสามารถมีความสุขได้มากที่สุดครับ
เพลงที่ฟังตอนเขียน