ทำไมไทยและเอเชียถึง 'ซวย' ที่สุด? เปิดแผนผังทางน้ำมันที่กำลังจะกลายเป็นถนนร้าง



​ลองจินตนาการว่า "ช่องแคบฮอร์มุซ" คือถนนเส้นเดียวที่รถส่งน้ำมันเกือบทั้งโลกต้องวิ่งผ่าน แต่วันนี้ถนนเส้นนี้ "โดนปิด" จนรถวิ่งแทบไม่ได้ จากที่เคยวิ่งได้วันละ 100 คัน ตอนนี้เหลือแค่ 7-8 คันเท่านั้น!
​นี่ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่มันคือวิกฤตที่กำลังทำให้ "ราคาน้ำมัน" และ "เงินในกระเป๋า" ของคนทั้งโลกสั่นสะเทือน มาดูกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

น้ำมันหายไปไหนหมด?
​ปกติโลกเราใช้น้ำมันเยอะมาก เหมือนคนต้องกินข้าวทุกวัน พอถนนหลักโดนปิด น้ำมันก็ส่งมาไม่ถึงเรา แม้จะพยายามเปลี่ยนไปใช้ทางอ้อม หรือขุดเอา "น้ำมันสำรอง" ที่เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินออกมาใช้ แต่มันก็ยัง "ไม่พอ"
1.​ น้ำมันหายไปจากระบบมหาศาล จนเหมือนเราหิวข้าว 10 จาน แต่มีให้กินแค่ 2-3 จาน
2. ​ของยิ่งน้อย คนยิ่งแย่งกันซื้อ ราคาก็เลยพุ่งกระฉูด

ตลาดหุ้นและ "เกมการเงิน" (พวกเศรษฐีรวยบนความทุกข์)
​ในขณะที่คนทั่วไปเดือดร้อนเพราะน้ำมันแพง แต่พวกนักลงทุนรายใหญ่หรือกองทุนระดับโลก เขามองเห็น "โอกาส"
1. ​เขาไม่ได้ซื้อน้ำมันไปเติมรถจริงๆ แต่เขาเล่น "พนันราคาน้ำมัน" ในตลาดล่วงหน้า
2. ​ยิ่งสถานการณ์น่ากลัว ราคายิ่งเหวี่ยง แรงเก็งกำไรก็ยิ่งเยอะ ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงเกินความจริงไปอีก
3. ​ผลที่ตามมาคือของทุกอย่างแพงขึ้น (เงินเฟ้อ) เพราะค่าขนส่งแพงขึ้นนั่นเอง

คลังสำรองน้ำมันกำลัง "ถังแตก"
​ตอนนี้หลายประเทศทั่วโลกต้องควักเอา "เงินออม" (ซึ่งก็คือน้ำมันที่เก็บไว้ใช้ยามสงคราม) ออกมาใช้จนเกือบหมด
1.​ น้ำมันในคลังทั่วโลกลดลงเร็วมากเป็นประวัติการณ์
2.​ ถ้าน้ำมันสำรองหมด แล้วถนนยังปิดอยู่... โลกจะไม่มีน้ำมันเหลือสำรองไว้ใช้ในอนาคตเลย

ใครซวยที่สุด?
​คำตอบคือ "คนเอเชีย" อย่างเรานี่แหละ!
1. ​ประเทศอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึง ไทยและเพื่อนบ้าน พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
2. ​ในขณะที่พี่ใหญ่อย่าง จีน หรือ อินเดีย เขายังพอมีเส้นทางพิเศษหรือมีคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่คอยช่วย แต่ประเทศขนาดกลางและเล็กจะโดนผลกระทบเต็มๆ เพราะน้ำมันสำรองบนบกกำลังจะหมดลงเรื่อยๆ

บท​สรุป
​ตอนนี้โลกเหมือน "คนที่กำลังอดตาย แต่ไม่มีเงินซื้อข้าว แถมเงินเก็บในบัญชีก็กำลังจะหมด" เพราะเส้นทางส่งข้าวโดนปิดตาย ผลกระทบนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม แต่มันลามไปถึงค่ากับข้าว ค่าไฟ และเศรษฐกิจทั้งระบบที่กำลังจะพังเพราะ "คอขวด" เพียงจุดเดียวครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่