ระบายเรื่องที่ผ่านมาและปมต่างๆ

ทั้งหมดนี้ขอระบายเรื่องต่างๆในชีวิตนะคะจากเด็ก011

ต้องท้าวความก่อนนะคะ คือเข้าใจหัวอกพ่อแม่ว่าอยากให้เรียนเก่งๆทำงานดีๆแต่บางทีการกดดันก็เยอะเกินค่ะ พ่อแม่ลุงป้าน้าอา อยากให้เราเป็นหมอ รู้ๆกันดีค่ะว่ามันเรียนยาก ปัจจุบันกำลังขึ้น ม3 ตอน ม2 เปิดเทอมเรียนพิเศษทุกวัน จ-อา พอปิดเทอมเราก็หวังจะพักผ่อนเป็นธรรมดา เราเป็นคนเลือกอะไรเองหมดเลยค่ะ เรื่องครู แต่ว่าเรื่องเวลาแม่เป็นคนบังคับทั้งหมด ในวันนึงที่เรียนก็ คณิต 3 ชมติดไม่มีพักตัวต่อตัว ไบโอแบบวิดีโอ 3ชม หมดไปแล้วสำหรับช่วงบ่าย ส่วนช่วงเช้าตื่นประมาณ8:30 จัดการอะไรให้เสร็จก็ 10:00 และก็เอาไบโอมาเรียนจนกว่าจะถึงคาบคณิต รวมๆแล้วไม่ได้พักเลย เลยต้องเอาเวลาพักไปอยู่กลางคืน เล่นเกมพักผ่อนกับเพื่อน แค่4ทุ่มก็โดนตำหนิว่าคุยบ้าคุยบออะไรบอกให้เรียนทำไมไม่เรียน เราก็ได้แค่เงียบค่ะ ไม่อยากไปเถียงเขา แต่พอโดนว่าทุกวันก็หมดไฟค่ะ เรียนๆไปก็เบื่อ เราพยายามหาอะไรก็ได้มาทำให้การเรียนตื่นเต้นตลอดค่ะแต่ก็สักแปปก็เบื่อ
อย่าพึ่งเข้าใจผิดนะคะว่าเรียนไม่เก่ง คือเกรดไม่เคยต่ำกว่า 3.87 บางเทอมก็4 บางเทอมก็3.97 แต่ว่ามองว่าแม่บังคับเรื่องเวลาไปหน่อยอะค่ะ บางทีมันก็เครียดมากเลยค่ะ จะออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างก็โดนบังคับให้ปฏิเสธ(สถานที่ที่จะไปเที่ยวห่างจากบ้าน2-3นาที อยู่ในเขตเดียวกัน) จะไปดูหนังที่อยู่ห่างจากบ้าน 4นาที (เขตเดียวกับบ้าน) ก็โดนปฏิเสธตลอด เขาก็มัวแต่พูด “อะไรนักหนาเรียนก็เรียนไปสิจะไปดูหนังอะไร เกมก็ด้วยบอกให้เลิกเล่นทำไมไม่เลิกเล่นสักที” แต่ก่อนตอนอายุ 10-13 โดนเขาตำหนิทุกวันจนด้อยค่าตัวเอง ตอนไปร้านหนังสือ แม่เห็นน้องม1 2คนซื้อหนังสือเรียนกันเขาก็พูดว่าดูสิน้องๆเขายังใฝ่เรียนเลย คำพูกนี้ดูธรรมดามากเหมือนไปทางชมน้องๆเขา แต่ว่าเราตอนนั้นไม่แน่ใจทำไมแต่รีบพูดไปว่า จะเปรียบเทียบใช่ไหมหล่ะ ว่าน้องเขาตั้งใจเรียนกว่า แม่ก็พูดว่า ไม่ได้จะเปรียบเทียบสักหน่อย แต่ก็ยังพูดกับเรา ไปด้านชมน้องๆ แต่กลับกัน ตอนเราไปแข่งได้เหรียญทองตลอด ทั้งพ่อและแม่ไม่เคยชมเลย ตอนถามไปว่าทำไมไม่เคยชมเลย เขาก็ถามว่าจะให้ชมอะไร ชมแบบนี้หรอ แล้วแม่ก็ชมว่าเก่งมาก เราควรที่จะดีใจแต่ว่าทำไมเราดันรู้สึกว่ามันไม่จริงใจ หลังจากนั้นก็ไม่ขอคำชมอีกเลย และก็เป็นปมมาตลอดว่าเราดีไม่พอ พอคนอื่นมาชมเราก็ได้แค่รับไว้ แต่ในใจลึกๆรู้อยู่แก่ใจว่าพยายามแค่ไหนก็ไม่ดีพอ แม่ก็เคยพาเราแยกออกจากสังคม บอกว่าเราเนี่ยอย่าไปมั่วแต่เกม เพื่อนเขาก็แค่จะชวนไปเล่นเกม ด้วยความที่โดนแบบนี้ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ทำให้เราโตมาเข้าสังคมยาก สื่อสารไม่รู้เรื่อง แถมเพื่อนแต่ละคนไม่ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร เขาจะเมินเราทั้งนั้น ตอน ป6 เป็นช่วงที่ค้นหาตัวเอง ช่วงนั้นชอบฟังเพลงเลยเอาหูฟังใส่ที่คอ ตลอดทั้งปีไม่มีครูมาเตือนว่าใส่ได้หรือใส่ไม่ได้เพราะไม่มีกฏตรงนั้น เราด้วยความที่ตัวใหญ่แต่สุขภาพไม่ได้ดีมากเลยต้องใส่เสื้อกันหนาวไปโรงเรียน(ใส่แค่ตอนอยู่ในห้อง) ด้วยความที่เรารู้ว่านิสัยเราออกไปทางอินโทรเวิร์ด เลยบอกเพื่อนไปว่าเป็นอินโทนเวิร์ด กลับกลายเป็นว่าเพื่อนทั้งห้อง ด่าเราทั้งที่เรานั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำใครเดือดร้อน ครูประจำชั้นก็ควรเป็นคนหยุดเรื่องพวกนี้กวลายเป็นว่าเขาก็บูลลี่เราลับหลังว่า “เด็กอะไรโวยวายทั้งวัน ใส่หูฟังทั้งวันหูหนวกรึไง สติยังดีอยู่ไหม” เราจำฝังใจเลยค่ะ เจ็บมาก เหมือนสังคมบีบให้เราระแวงทุกคน ไม่เชื่อใจใครอีกเลย ด้วยสภาวะนี้ก็เหมือนจะทำให้เรากลายมาเป็นคนคิดแต่ด้านลบ พยายามนั่งสังเกตเจตนาในการเข้ามาเป็นเพื่อน ถึงแม้เราจะได้คะแนนต้นๆในวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อนก็แค่มาใช้เรา ให้แปลนู้นแปลนี่ พอหมดวิชาไป วิชาอื่นๆเมื่อมีงานกลุ่มก็ไม่มีใครอยากให้อยู่ในกลุ่มเลยสักคนทั้งที่เราเป็นคนทำงานเองทั้งหมด

ขอระบายเพียงเท่านี้ค่ะและขอบคุณที่มาอ่านเรื่องราวของคนๆนึงนะคะ ถ้ามีการเรียงเกตุการผิดต้องขอโทษด้วยค่ะ ปกติไม่ค่อยสื่อสารพูดคุยกับใครเลย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่