[CR] ตัดสินใจไปหานักจิตวิทยา เพื่อรักษาซึมเศร้า

สวัสดีค่ะ ตั้งใจมานั่งเขียนกระทู้นี้อยู่หลายวันแล้ว เพราะอยากแชร์ให้คนที่กำลังอยู่ในจุดที่เราเคยอยู่ได้อ่านบ้าง ว่าการไปพบนักจิตวิทยามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกินยาเสมอไป เพราะยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่เรียกว่า "จิตบำบัด" ซึ่งเราได้ลองมาแล้ว และมันเปลี่ยนชีวิตเราไปเลยค่ะ
อะ เล่ายาวหน่อยนะคะ เตรียมใจไว้ 555

>>ก่อนตัดสินใจไปพบนักจิตวิทยา
เราทำงานออฟฟิศมาได้ประมาณสามปีค่ะ เป็นคนที่ดูจากภายนอกก็ปกติดี ไปทำงานทุกวัน ยิ้มหัวเราะกับเพื่อนร่วมงานได้ แต่ข้างในมันไม่โอเคมานานมากแล้ว เริ่มจากรู้สึกเหนื่อยแบบที่นอนเท่าไหร่ก็ไม่หาย ตื่นมาตอนเช้าไม่อยากลุก ไม่ใช่แบบขี้เกียจนะคะ แต่มันเป็นความรู้สึกว่า...จะลุกขึ้นมาทำไม ทุกอย่างมันไม่มีความหมาย วันๆก็ทำงาน กลับบ้าน นอน วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ
พอถึงจุดหนึ่ง เราเริ่มร้องไห้บ่อยขึ้น ร้องแบบไม่รู้สาเหตุ อยู่ดีๆก็จุกแน่นในอก น้ำตาไหล บางทีกำลังล้างจานอยู่ก็ร้อง กำลังขับรถอยู่ก็ร้อง คือมันควบคุมไม่ได้ค่ะ เพื่อนสนิทเริ่มสังเกตเห็นว่าเราเปลี่ยนไป ถามว่าเป็นอะไร เราก็บอกว่าไม่มีอะไร แค่เหนื่อย ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่แค่เหนื่อย มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นเยอะ
ความจริงแล้วเราก็พอจะรู้ตัวอยู่ลึกๆว่ามันน่าจะเป็นภาวะซึมเศร้า เพราะเคยอ่านเจอตามอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่ได้คิดจะไปหาหมอ เพราะกลัวสองอย่าง หนึ่งคือกลัวว่าไปแล้วจะต้องกินยา เราไม่อยากพึ่งยาค่ะ กลัวติด กลัวผลข้างเคียง กลัวว่ากินแล้วจะเป็นคนไม่เหมือนเดิม สองคือกลัวว่าตัวเองจะถูกตัดสินว่าอ่อนแอ ว่าแค่นี้ก็ทนไม่ได้เหรอ คนอื่นเขาก็เครียดเหมือนกัน ทำไมเขาไม่เป็นแบบเรา
จนมาวันหนึ่ง เราไม่ไหวจริงๆ เป็นช่วงวันหยุดยาว เราอยู่คอนโดคนเดียว ไม่กินข้าวมาสองวัน ไม่ได้อาบน้ำ นอนอยู่บนเตียงมองเพดาน หัวมันว่างเปล่าแต่ก็เจ็บปวดไปพร้อมกัน ตอนนั้นแหละที่เรารู้สึกว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปมันไม่ไหวแน่ แต่ก็ยังไม่กล้าไปหาหมอ ก็เลยลองเสิร์ชดูก่อนว่าเราเป็นอะไรกันแน่ ไปเจอแบบประเมินภาวะซึมเศร้าในเน็ต เป็นแบบที่ให้ตอบคำถามแล้วมันจะคำนวณคะแนนออกมา ก็ลองทำดู ตอบไปตามจริงทุกข้อ พอคะแนนออกมาก็...เรียกว่าไม่ได้ต่ำเลยค่ะ อยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง คือมันไม่ได้สูงสุดถึงขั้นรุนแรง แต่ก็ไม่ใช่แค่เครียดธรรมดาแน่ๆ
ตอนเห็นคะแนนนี่ค่ะ มันเหมือนได้คำยืนยันจากอะไรสักอย่างว่าสิ่งที่เรารู้สึกมันไม่ได้เป็นแค่ "คิดไปเอง" เราไม่ได้เว่อร์ ไม่ได้อ่อนแอ มันมีอะไรที่ต้องได้รับการดูแลจริงๆ พอรู้อย่างนี้แล้วก็เริ่มคิดจริงจังว่าเราควรไปพบคนที่เชี่ยวชาญได้แล้ว
ก็เลยเริ่มหาข้อมูลต่อว่าจะไปหาใครดี แล้วก็ไปเจอว่าการรักษาภาวะซึมเศร้ามันไม่ได้มีแค่กินยาอย่างเดียว มันมีอีกแบบหนึ่งคือ "จิตบำบัด" ที่เป็นการพูดคุยกับนักจิตวิทยาคลินิก โดยไม่ต้องใช้ยาเลย
เราก็หาข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ จนมาเจอ Happy Me Clinic ใน Social อ่านรีวิวดูก็มีคนเขียนไว้พอสมควรเลย ดูเหมือนเป็นคลินิกที่เน้นจิตบำบัดโดยเฉพาะ มีนักจิตวิทยาคลินิกที่ได้ใบอนุญาตจริงๆ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ชหรือคนที่เรียนมาไม่กี่คอร์ส ตอนนั้นก็ยังลังเลอยู่ค่ะ กดเข้าไปในเว็บ กดออก กดเข้าไปอีก ทำอย่างนี้อยู่สองสามวัน จนสุดท้ายก็ตัดสินใจกดจองคิว คือตอนกดส่งนี่มือสั่นเลยนะ 555

>>ครั้งแรกที่เข้าพบนักจิตวิทยา
วันนัดมาถึง เราไปถึงคลินิกก่อนเวลาประมาณสิบนาที บรรยากาศคลินิกไม่ได้เป็นแบบที่คิดไว้เลยค่ะ คิดว่ามันจะเป็นแบบห้องหมอทั่วไป แสงขาวจ้า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แต่มันไม่ใช่ มันดูอบอุ่น เหมือนนั่งอยู่ห้องนั่งเล่นของบ้านคนมากกว่า พี่ๆเคาเตอร์น่ารักมากก  แค่ให้กรอกข้อมูลก็นั่งรอเมื่อถึงเวลา
ระหว่างนั่งรอ ใจมันสั่นมากค่ะ คิดในหัวร้อยแปดพันเก้า จะพูดอะไรดี จะเริ่มยังไง ถ้าร้องไห้จะอายไหม คือกังวลไปหมดเลย คนมันไม่เคยอะเนอะ
จนได้เข้าไปพบนักจิตวิทยา พอนั่งลง เขาทักเราแค่ว่า "มีอะไรเล่าให้ฟังไหม" แค่นั้นค่ะ เราร้องไห้เลย ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ น้ำตามันไหลออกมาเองเลย คือมันเหมือนทุกอย่างที่กดเก็บไว้มานาน พอมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย มันก็ทะลักออกมาหมด
นักจิตวิทยาก็ไม่ได้รีบปลอบ ไม่ได้บอกว่า "ไม่เป็นไรนะคะ" แบบสักแต่พูด เขาแค่นั่งอยู่ตรงนั้น รอให้เราพร้อม ไม่เร่ง ไม่กดดัน แค่นั้นมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รับอนุญาตให้ร้องไห้ ไม่ต้องรีบเก็บ ไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็ง
พอเริ่มพูดได้ มันก็ไหลออกมาเองค่ะ เล่าไปร้องไป ร้องไปเล่าไป สลับกันอย่างนี้ตลอด บางทีพูดไปได้สองสามประโยคก็ต้องหยุด เพราะมันจุกในคอจนพูดต่อไม่ได้ พูดคุยตั้งแต่ตอนเด็ก ครอบครัว ความสัมพันธ์ เรื่องงาน ทุกอย่างที่มันหมักหมมอยู่ข้างใน ปนกันไปหมด
ครั้งแรกใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ เดินออกมาจากห้องนี่ตาบวมเลย 555 แต่ข้างในมันโล่งมากค่ะ โล่งแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เหมือนแบกของหนักมาตลอดหลายปี แล้ววันนี้ได้วางลงสักที ปัญหามันไม่ได้หายไปนะคะ แต่มันรู้สึกว่าเราไม่ได้แบกมันคนเดียวอีกแล้ว มีคนที่รับฟัง มีคนที่เข้าใจ มีคนที่ไม่ตัดสิน แค่นั้นมันก็เบาขึ้นเยอะมากแล้ว 

>>หาครั้งเดียวแล้วหายไหม?
พูดตรงๆว่าถ้าถามว่าหายไหมตอบเลยว่าไม่ แต่ถ้าถามดีขึ้นไหม ส่วนตัวเราดีขึ้นนะ  มันเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป มีบางสัปดาห์ที่เรารู้สึกดีขึ้นมาก แต่ก็มีบางสัปดาห์ที่ดิ่งกลับลงไปใหม่ แต่มันดิ่งไม่ลึกเหมือนเดิมและกลับมาได้เร็วขึ้น นักจิตวิทยาก็บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ การฟื้นตัวมันไม่ได้เป็นเส้นตรงขึ้นไปเรื่อยๆ มันจะมีขึ้นมีลง แต่ถ้ามองภาพรวมแล้ว แนวโน้มมันจะดีขึ้น 

>>สิ่งที่อยากบอก
ถ้าใครกำลังอยู่ในจุดที่เราเคยอยู่ อยากบอกว่า
การไปพบนักจิตวิทยาไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ มันหมายความว่าเรากล้าพอที่จะยอมรับว่าเราต้องการความช่วยเหลือ แล้วก็การรักษาภาวะซึมเศร้ามันไม่ได้มีแค่กินยาอย่างเดียว จิตบำบัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลจริงๆ โดยเฉพาะถ้าเราเจอนักจิตวิทยาที่ใช่ ที่เข้าใจ ที่ไม่ตัดสิน
สำหรับ Happy Me Clinic เราก็ประทับใจมากค่ะ นักจิตวิทยาเก่ง ใส่ใจ ตั้งใจฟังทุกอย่างที่เราพูด ไม่ได้รู้สึกเหมือนเราเป็นแค่คนไข้อีกคน แต่รู้สึกเหมือนเรามีคนที่อยู่ข้างเราจริงๆ ระหว่างที่เราค่อยๆเดินออกจากหลุมมืดๆนั้น
ตอนนี้เราดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ ไม่ได้จะบอกว่าหายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ชีวิตมันกลับมามีสีสันอีกครั้ง กลับมารู้สึกอะไรได้อีกครั้ง แค่นั้นก็เพียงพอแล้วค่ะสำหรับเรา 
เพื่อๆที่สู้อยู่เราเป็นกำลังใจสู้ไปด้วยกันนะคะ


ชื่อสินค้า:   Happy Me Clinic
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่