สวัสดีค่ะ
หลังจากผ่านมา 2ปีเเล้ว เราอยากมาแชร์ประสบการณ์การไปเรียนต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของเรา เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คน
เราเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยากไปต่างประเทศตั้งเเต่เด็ก
แต่สำหรับเราแล้วมันดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก
และเเทบ “เป็นไปไม่ได้” เลยก็ว่าได้
เเต่เเล้วความฝันวัยเด็กเราก็เป็นจริงตอนอายุ 25
เรายังวันที่เอเจนโทรมาบอกว่า วีซ่าผ่าน ได้อยู่เลย
ตอนนั้นเราดีใจมากๆน้ำตาแทบไหล
ความรู้สึกตอนนั้นมันแบบ “จริงหรอวะ” 555
ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาที่นิวซีเเลนด์🇳🇿📚
การไปนิวซีเเลนด์ครั้งนี้ของเรา
เราตั้งใจที่จะไปเรียนภาษา
ด้วยอายุเเละความตั้งใจที่จะพัฒนาภาษาของตัวเอง
เราจึงเลือกไปเรียน ในที่ที่เราสามารถใช้ภาษาได้ในทุกวัน
และก่อนหน้านี้เราได้อ่านรีวิวมาก่อน
ซึ่งประเทศนิวซีเเลนด์คืออันดับต้นๆที่มีการออกกฏและข้อกำหนดเพื่อคุมครองนร.ต่างชาติอีกด้วย
และขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัย
ทำให้เราคิดว่า นี้แหละ ประเทศที่เหมาะกับการไปเรียนตปท.ครั้งแรก
เราเลือกเรียนภาษาที่ LSI Auckland
เป็นเวลา 10 เดือน
ซึ่งเป็นสถาบันที่มีนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ
มีคลาสเรียนให้เลือกและกิจกรรมนอกห้องเรียน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและเป้าหมายที่ต้องการใช้ภาษาให้มากที่สุดของเราทำให้เราตัดสินใจเลือกที่นี้
เพราะจะได้บังคับตัวเองพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆ
🌎การเดินทางคนเดียวครั้งแรก โคตรกลัว
การเดินทางครั้งนี้ เราต้องไปคนเดียวก่อน เพราะพส.รอวีซ่า
ตอนแรกจากที่แค่ตื่นเต้นและอยากไปไวๆ
พอเอาเข้าจริง เราก็เริ่มกังวลมากๆ
มันเริ่มคิดละ ว่ากรูจะรอดไหม 5555
ด้วยความที่ภาษาเรางูๆปลาๆ
และกลัวจะสื่อสารไม่ได้
ถ้ามีปัญหาจะทำยังไง...
กว่า 16ชม. บนเครื่อง แทบไม่ได้นอน.....
🛬Auckland วันแรก
บอกก่อนว่าเราเลือกที่จะหาที่พักเอง ผ่านกลุ่ม คนไทยในออคแลนด์
ทำให้วันแรกท่มาถึงสนบ.เราต้องเดินทางไปที่พักด้วยตัวเอง
เรียกได้ว่ามาตายเอาดาบหน้า5555
แต่แล้วความโชคดีก็มาถึง
เราได้เจอเพื่อนคนไทยในไฟลต์เดียวกัน
และเพื่อนมีที่โรงเรียนมารับถึงสนามบิน
ตอนนั้นเราเลยขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนเพื่อนว่าให้ช่วยไปส่งเราได้ไหม
และเขาไปส่งเราจริงๆ แทบยังยกกระเป๋าให้เราอีกด้วย
ตอนนั้นโล่งใจมากๆ
แล้วก็รู้สึกว่า คนที่นี้ใจดีมากๆ ไนซ์
ที่สำคัญคือเขาพยายามเข้าใจเราทั้งๆที่ภาษาเราไม่ดีเลย
🌿ความประทับใจแรกของที่นี้
ก่อนเริ่มเรียน เรามีเวลาสำรวจเมืองประมาณหนึ่งอาทิตย์
สิ่งแรกเลยที่ทำให้เราประทับใจเลยคือ
“ความเรียบง่าย”
ผู้คนที่นี้ใช้ชีวิตกันสบายๆ ชิลๆ
และยังมีสวนสาธารณะอยู่ทั่วทั้งเมือง
อากาศเย็นสบาย สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน
มีสถานที่ให้คนออกไปทำกิจกรรมร่วมกันได้
เช่น สนามกีฬา และเตาปิ้งบาบีคิวที่ใครๆก็ใช้ได้
แต่ที่ทำให้เราชอบหลงรักนิวซีเเลนด์เลยคือ
“ผู้คน”
นอกจากจะเขาจะใช้ชีวิตกันสบายๆแล้ว
ที่นี่ เราสามารถทักทายคนแปลกหน้าได้
และพวกเขาจะตอบกลับด้วยความไนซ์เเละรอยยิ้มเสมอ
มันทำให้เรารู้สึกว่าที่นี้อบอุ่น และน่าอยู่มากขึ้นจริงๆ
วันแรกของการเรียน📚
วันแรกเราประหม่ามาก เพราะด้วยเรามาคนเดียว
และทุกคนคือต่างชาติ เราแทบไม่เจอคนไทยเลย 555
แต่ทุกคนไนซ์มากๆ
ถึงเเม้เราจะยังพูดไม่เก่ง ภาษางูๆปลาๆ
แต่ต่างคนต่างพยายามสื่อสารและเข้าใจกัน
เลยทำให้เรารู้สึกเกร็งน้อยลง
สำหรับการจัดคลาสเรียนของ LSI นั้น
ที่นี่ จะเเบ่งคลาสตามระดับภาษาของแต่ละคน
จะมีการเทสภาษา ทั้งฟัง พูด และแกรมม่าในวันแรก
เเต่ละคลาสนั้นจะมีการออกแบบการสอนให้เข้ากับเเต่ละระดับ
โดยจะมีทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และกิจกรรมในและนอกคลาส
ครูที่นี่จะไม่เน้นให้พูดถูกต้อง
แต่จะเน้น “ให้กล้าพูด”
คลาสนึงๆ จะมีนร. ไม่เกิน 20 คน
เพื่อที่ทีเชอจะได้โฟกัสและมีเวลาให้ทุกคนอย่างทั่วถึง
ของเราจะมีทั้งคลาสเช้าและบ่าย
ซึ่งตอนเช้านั้นจะเน้นการเรียนตามหลักสูตร
ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และแกรมม่า
แต่ก็มีกิจกรรมเข้ามาแทรก
ทำให้เราได้ใช้ภาษาจริงๆ
ส่วนคลาสบ่ายเป็นคลาสที่เราชอบมากที่สุด
จะไม่มีการจดหรือสอบใดๆ
จะเน้นการพูดคุย เเละเรียนรู้สิ่งรอบๆที่ไม่ใช้การเรียน
มันเลยทำให้เราสามารถพูดไปเรื่อยได้ 5555
พูดได้ว่าได้ใช้ภาษาในชีวิตจริง จริงๆ
สิ่งที่มากกว่าการเรียน🥰👯♀️
การมาที่นี่ ไม่ใช่แค่การมาเรียนภาษา
แต่มันคือการได้เรียนรู้ชีวิต
เราได้รู้จักกับเพื่อนๆที่มาจากหลายประเทศ
ซึ่งถ้าไม่ใช่ที่นี่ เราคงไม่มีโอกาสนี้
นอกจากภาษาที่เราได้เเล้ว
เรายังเจอ “bestie” จากที่นี้อีกด้วย
ด้วยความที่ต่างคนต่างเป็นนร.ต่างชาติที่มาใช้ชีวิตต่างแดนทั้งคู่
เราเลยได้มีเวลาร่วมกันในทุกๆวัน
เวลาเราจะเจออะไร เราก็จะมักมาแชร์ให้กันฟังเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน การทำงาน เพื่อน แม้กระทั่งเรื่องความรัก หรือ 18+ 55555
มันเลยทำให้พวกเราสนิทกันไวขึ้น เเละคอยช่วยเหลือกันเสมอ
อีกทั้งที่รร.จะมีกิจกรรมให้พวกเราทำร่วมกันเสมอเราเลยได้รู้จักกับเพื่อนๆในโรงเรียน
และทุกคนก็มักจะนัดกันไปทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนเสมอ
โดยเฉพาะ การดื่มเบียร์ 555555
โมเม้นที่ไม่เคยลืม
จริงๆเรามีเรื่องประทับใจหลายอย่างมากๆตั้งเเต่มาที่นี่
เเต่เรื่องที่เรายังนึกถึงอยู่ตลอดเลยคือ
วันที่เราเจอปัญหา และเราเลือกที่จะปรึกษาทีเชอร์ที่รร
เราจำความรุ้สึก “ปลอดภัยและอบอุ่น”นั้นได้ดี
ทีเชอ”กีวี่” คือคนที่ให้คำปรึกษาและรับฟังเราอย่างใจจริง
ทีเชอให้คำปรึกษาโดยที่ไม่ตัดสิน และถามความสบายใจของเรา
ตอนนั้นเรารู้สึกว่า เราได้เจอผู้ใหญ่ใจดีคนนึงที่นี้
และอีกเหตุการณ์ที่เราประทับใจไม่เคยลืมจนทุกวันนี้
ทุกคนควมีวันที่เเย่ ซึ่งเราก็เช่นกัน
วันนั้นเราโดนเพื่อนร่วมงานด่าที่ร้าน
และมีลค.ประจำที่ร้านเห็น
วันนั้นแทบจะเป็น bad dayของเราเลย
แต่ก่อนออกจากร้านลค.คนนั้นเขาก้ยื่นกระดาษใบนึงให้ (เรายังเก็บมาจนทุกวันนี้)
ถ้ามีโอกาสเราก็ยังอยากกลับไปเจอพวกเขาอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนท่ีนู้น
ทีเชอที่โรงเรียน
พนักงานมินิมาทข้างๆที่ทักทายกันเสมอ
ลูกค้าประจำที่ทำให้วันนั้นของเราผ่านมาได้
จริงๆเรายังมีอีกหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นที่นั้นอยากเล่า
แต่อ่านมาถึงตรงนี้เเล้วอยากบอกทุกคนว่า
ถ้ามีโอกาสก็ไปเถอะ สักครั้งในชีวิต
นอกจากความสวยงามของประเทศ คุณจะเจอประสบการณ์ที่ไม่ลืมอีกเยอะมากๆจากที่นี้
และผู้คนที่คุณจะได้เจอจากที่นี้ มันคุ้มค่าจนประเมินไม่ได้ เเละบรรยายออกมาได้หมดจริงๆ
ไว้มีโอกาสจะเข้ามาอัปเดตอีกเรื่อยๆ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
ปล.ขอแถมรูปที่ไปเที่ยวhamilton และเกาะใต้ก่อนกลับให้เพื่อนๆชมค่ะ but photo just don’t cut it.
เรียนภาษาที่นิวซีแลนด์ ความฝันที่เป็นจริงตอนอายุ 25 ปี
เราเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยากไปต่างประเทศตั้งเเต่เด็ก
แต่สำหรับเราแล้วมันดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก
และเเทบ “เป็นไปไม่ได้” เลยก็ว่าได้
เเต่เเล้วความฝันวัยเด็กเราก็เป็นจริงตอนอายุ 25 เรายังวันที่เอเจนโทรมาบอกว่า วีซ่าผ่าน ได้อยู่เลย
ตอนนั้นเราดีใจมากๆน้ำตาแทบไหล ความรู้สึกตอนนั้นมันแบบ “จริงหรอวะ” 555 ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาที่นิวซีเเลนด์🇳🇿📚 การไปนิวซีเเลนด์ครั้งนี้ของเรา
เราตั้งใจที่จะไปเรียนภาษา ด้วยอายุเเละความตั้งใจที่จะพัฒนาภาษาของตัวเอง
เราจึงเลือกไปเรียน ในที่ที่เราสามารถใช้ภาษาได้ในทุกวัน และก่อนหน้านี้เราได้อ่านรีวิวมาก่อน
ซึ่งประเทศนิวซีเเลนด์คืออันดับต้นๆที่มีการออกกฏและข้อกำหนดเพื่อคุมครองนร.ต่างชาติอีกด้วย
และขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัย
ทำให้เราคิดว่า นี้แหละ ประเทศที่เหมาะกับการไปเรียนตปท.ครั้งแรก
เราเลือกเรียนภาษาที่ LSI Auckland
เป็นเวลา 10 เดือน
ซึ่งเป็นสถาบันที่มีนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ
มีคลาสเรียนให้เลือกและกิจกรรมนอกห้องเรียน
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและเป้าหมายที่ต้องการใช้ภาษาให้มากที่สุดของเราทำให้เราตัดสินใจเลือกที่นี้
เพราะจะได้บังคับตัวเองพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆ 🌎การเดินทางคนเดียวครั้งแรก โคตรกลัว
การเดินทางครั้งนี้ เราต้องไปคนเดียวก่อน เพราะพส.รอวีซ่า
ตอนแรกจากที่แค่ตื่นเต้นและอยากไปไวๆ
พอเอาเข้าจริง เราก็เริ่มกังวลมากๆ มันเริ่มคิดละ ว่ากรูจะรอดไหม 5555
ด้วยความที่ภาษาเรางูๆปลาๆ
และกลัวจะสื่อสารไม่ได้ ถ้ามีปัญหาจะทำยังไง...
กว่า 16ชม. บนเครื่อง แทบไม่ได้นอน..... 🛬Auckland วันแรก บอกก่อนว่าเราเลือกที่จะหาที่พักเอง ผ่านกลุ่ม คนไทยในออคแลนด์
ทำให้วันแรกท่มาถึงสนบ.เราต้องเดินทางไปที่พักด้วยตัวเอง เรียกได้ว่ามาตายเอาดาบหน้า5555 แต่แล้วความโชคดีก็มาถึง
เราได้เจอเพื่อนคนไทยในไฟลต์เดียวกัน
และเพื่อนมีที่โรงเรียนมารับถึงสนามบิน
ตอนนั้นเราเลยขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนเพื่อนว่าให้ช่วยไปส่งเราได้ไหม
และเขาไปส่งเราจริงๆ แทบยังยกกระเป๋าให้เราอีกด้วย
ตอนนั้นโล่งใจมากๆ
แล้วก็รู้สึกว่า คนที่นี้ใจดีมากๆ ไนซ์
ที่สำคัญคือเขาพยายามเข้าใจเราทั้งๆที่ภาษาเราไม่ดีเลย
🌿ความประทับใจแรกของที่นี้ ก่อนเริ่มเรียน เรามีเวลาสำรวจเมืองประมาณหนึ่งอาทิตย์
สิ่งแรกเลยที่ทำให้เราประทับใจเลยคือ “ความเรียบง่าย” ผู้คนที่นี้ใช้ชีวิตกันสบายๆ ชิลๆ และยังมีสวนสาธารณะอยู่ทั่วทั้งเมือง
อากาศเย็นสบาย สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน
มีสถานที่ให้คนออกไปทำกิจกรรมร่วมกันได้
เช่น สนามกีฬา และเตาปิ้งบาบีคิวที่ใครๆก็ใช้ได้
แต่ที่ทำให้เราชอบหลงรักนิวซีเเลนด์เลยคือ
“ผู้คน”
นอกจากจะเขาจะใช้ชีวิตกันสบายๆแล้ว
ที่นี่ เราสามารถทักทายคนแปลกหน้าได้
และพวกเขาจะตอบกลับด้วยความไนซ์เเละรอยยิ้มเสมอ
มันทำให้เรารู้สึกว่าที่นี้อบอุ่น และน่าอยู่มากขึ้นจริงๆ
วันแรกของการเรียน📚
วันแรกเราประหม่ามาก เพราะด้วยเรามาคนเดียว
และทุกคนคือต่างชาติ เราแทบไม่เจอคนไทยเลย 555
แต่ทุกคนไนซ์มากๆ
ถึงเเม้เราจะยังพูดไม่เก่ง ภาษางูๆปลาๆ
แต่ต่างคนต่างพยายามสื่อสารและเข้าใจกัน
เลยทำให้เรารู้สึกเกร็งน้อยลง
สำหรับการจัดคลาสเรียนของ LSI นั้น
ที่นี่ จะเเบ่งคลาสตามระดับภาษาของแต่ละคน
จะมีการเทสภาษา ทั้งฟัง พูด และแกรมม่าในวันแรก
เเต่ละคลาสนั้นจะมีการออกแบบการสอนให้เข้ากับเเต่ละระดับ
โดยจะมีทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และกิจกรรมในและนอกคลาส
ครูที่นี่จะไม่เน้นให้พูดถูกต้อง
แต่จะเน้น “ให้กล้าพูด”
คลาสนึงๆ จะมีนร. ไม่เกิน 20 คน
เพื่อที่ทีเชอจะได้โฟกัสและมีเวลาให้ทุกคนอย่างทั่วถึง
ของเราจะมีทั้งคลาสเช้าและบ่าย
ซึ่งตอนเช้านั้นจะเน้นการเรียนตามหลักสูตร
ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และแกรมม่า
แต่ก็มีกิจกรรมเข้ามาแทรก
ทำให้เราได้ใช้ภาษาจริงๆ
ส่วนคลาสบ่ายเป็นคลาสที่เราชอบมากที่สุด
จะไม่มีการจดหรือสอบใดๆ
จะเน้นการพูดคุย เเละเรียนรู้สิ่งรอบๆที่ไม่ใช้การเรียน
มันเลยทำให้เราสามารถพูดไปเรื่อยได้ 5555
พูดได้ว่าได้ใช้ภาษาในชีวิตจริง จริงๆ
สิ่งที่มากกว่าการเรียน🥰👯♀️
การมาที่นี่ ไม่ใช่แค่การมาเรียนภาษา
แต่มันคือการได้เรียนรู้ชีวิต
เราได้รู้จักกับเพื่อนๆที่มาจากหลายประเทศ
ซึ่งถ้าไม่ใช่ที่นี่ เราคงไม่มีโอกาสนี้
นอกจากภาษาที่เราได้เเล้ว
เรายังเจอ “bestie” จากที่นี้อีกด้วย
ด้วยความที่ต่างคนต่างเป็นนร.ต่างชาติที่มาใช้ชีวิตต่างแดนทั้งคู่
เราเลยได้มีเวลาร่วมกันในทุกๆวัน
เวลาเราจะเจออะไร เราก็จะมักมาแชร์ให้กันฟังเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน การทำงาน เพื่อน แม้กระทั่งเรื่องความรัก หรือ 18+ 55555
มันเลยทำให้พวกเราสนิทกันไวขึ้น เเละคอยช่วยเหลือกันเสมอ
อีกทั้งที่รร.จะมีกิจกรรมให้พวกเราทำร่วมกันเสมอเราเลยได้รู้จักกับเพื่อนๆในโรงเรียน
และทุกคนก็มักจะนัดกันไปทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนเสมอ
โดยเฉพาะ การดื่มเบียร์ 555555
โมเม้นที่ไม่เคยลืม
จริงๆเรามีเรื่องประทับใจหลายอย่างมากๆตั้งเเต่มาที่นี่
เเต่เรื่องที่เรายังนึกถึงอยู่ตลอดเลยคือ
วันที่เราเจอปัญหา และเราเลือกที่จะปรึกษาทีเชอร์ที่รร
เราจำความรุ้สึก “ปลอดภัยและอบอุ่น”นั้นได้ดี
ทีเชอ”กีวี่” คือคนที่ให้คำปรึกษาและรับฟังเราอย่างใจจริง
ทีเชอให้คำปรึกษาโดยที่ไม่ตัดสิน และถามความสบายใจของเรา
ตอนนั้นเรารู้สึกว่า เราได้เจอผู้ใหญ่ใจดีคนนึงที่นี้
และอีกเหตุการณ์ที่เราประทับใจไม่เคยลืมจนทุกวันนี้
ทุกคนควมีวันที่เเย่ ซึ่งเราก็เช่นกัน
วันนั้นเราโดนเพื่อนร่วมงานด่าที่ร้าน
และมีลค.ประจำที่ร้านเห็น
วันนั้นแทบจะเป็น bad dayของเราเลย
แต่ก่อนออกจากร้านลค.คนนั้นเขาก้ยื่นกระดาษใบนึงให้ (เรายังเก็บมาจนทุกวันนี้)
ถ้ามีโอกาสเราก็ยังอยากกลับไปเจอพวกเขาอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนท่ีนู้น
ทีเชอที่โรงเรียน
พนักงานมินิมาทข้างๆที่ทักทายกันเสมอ
ลูกค้าประจำที่ทำให้วันนั้นของเราผ่านมาได้
จริงๆเรายังมีอีกหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นที่นั้นอยากเล่า
แต่อ่านมาถึงตรงนี้เเล้วอยากบอกทุกคนว่า
ถ้ามีโอกาสก็ไปเถอะ สักครั้งในชีวิต
นอกจากความสวยงามของประเทศ คุณจะเจอประสบการณ์ที่ไม่ลืมอีกเยอะมากๆจากที่นี้
และผู้คนที่คุณจะได้เจอจากที่นี้ มันคุ้มค่าจนประเมินไม่ได้ เเละบรรยายออกมาได้หมดจริงๆ
ไว้มีโอกาสจะเข้ามาอัปเดตอีกเรื่อยๆ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
ปล.ขอแถมรูปที่ไปเที่ยวhamilton และเกาะใต้ก่อนกลับให้เพื่อนๆชมค่ะ but photo just don’t cut it.