.
พรรคประชาชนแถลงข้อเสนอต่อมาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ชี้ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป เพิ่มงบใหม่แค่ 3,000 ล้านบาท ยังไม่ครอบคลุมประมง-เม็ดพลาสติก จี้เปิดปริมาณกับราคาปุ๋ยทั่วประเทศ ป้องกันไอ้โม่งปุ๋ยหากิน ถ้าจะโอนงบขอให้ออก พ.ร.บ. ผ่านสภา เพื่อความโปร่งใส
.
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อเสนอของพรรคประชาชนต่อมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น ภายหลังคณะรัฐมนตรีประชุมนัดพิเศษหลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
.
โดยนายวีระยุทธ ระบุว่ามาตรการเพื่อบรรเทาสถานการณ์ความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนจากวิกฤตการณ์น้ำมัน เป็นสิ่งที่ประชาชนรอมานานและคาดหวังมาหลายสัปดาห์แล้ว ถึงแม้มติที่ออกมาวันนี้จะมีการใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,700 ล้านบาท แต่เมื่อลงไปดูในรายละเอียดแล้วพบว่าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงเพียงประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 4,700 ล้านบาท เป็นการเอาไปจัดการงบประมาณ ที่เดิมไม่ได้ตั้งงบเผื่อไว้สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีงบ 69
.
ในแง่ของกลุ่มที่จะได้รับความช่วยเหลือ ยังมีกลุ่มสำคัญที่ตกหล่นอยู่หลายกลุ่ม เช่น ชาวประมง ที่ยังไม่สามารถออกไปหาปลาได้ จนเริ่มเกิดปัญหาอาหารทะเลขาดแคลน รวมถึงกลุ่มที่เป็นต้นน้ำสินค้าหลายอย่างกลุ่มเม็ดพลาสติก และต่อเนื่องเป็นซัพพลายเชนไปถึงบรรจุภัณฑ์ สี การก่อสร้าง และอื่นๆ
.
ทั้งนี้ จากมาตรการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ทั้งหมด ที่มีการลงรายละเอียดมากที่สุดเป็นการช่วยเหลือกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐในเรื่องการก่อสร้าง เช่น การให้คู่สัญญาภาครัฐสามารถแก้สัญญาได้ ปรับตัวเลขได้ กำหนดวงเงินให้คิดค่าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นได้ถึง 69.99 บาท หรือสามารถยกเลิกสัญญาโดยสามารถขอคืนเงินประกันให้ได้ ซึ่งพรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นๆ อย่างละเอียดและสนใจในระดับเดียวกัน
.
ในส่วนของนายเดชรัต ระบุว่าต้นทุนที่เป็นหัวใจสำคัญของภาคเกษตรมีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่อง คือเรื่องปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ครอบคลุมประมาณ 40-50% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด โดยมาตรการที่ออกมาวันนี้ช่วยเหลือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
.
ในด้านราคาปุ๋ยที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจะมีการช่วยผ่านโครงการปุ๋ยธงเขียว จำกัดอยู่ที่ 5+1 กระสอบ โดยขยายวงเงินช่วยจาก 200 บาทต่อกระสอบเป็น 300 บาทต่อกระสอบ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วก็ถือว่าเป็นปริมาณที่ไม่มาก แต่ปัญหาของโครงการปุ๋ยธงเขียวคือจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมในอดีต สามารถเข้าร่วมในโครงการปัจจุบันได้น้อยมาก คือเพียงราว 1% ของความต้องการใช้ปุ๋ยเท่านั้น แม้รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ระบุว่าจะมีการขยายตัวเลขของโครงการปุ๋ยธงเขียวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ระบุว่าจะขยายเป็นจำนวนเท่าไหร่ พรรคประชาชนจึงเสนอว่าควรมีการขยายให้ครอบคลุมเกษตรกรทุกราย ให้สามารถใช้สิทธิในลักษณะเดียวกันกับที่รัฐบาลวางไว้ได้
.
นายเดชรัตกล่าวต่อไปว่าส่วนเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง จะเห็นได้ชัดว่าไม่มีมาตรการที่เกี่ยวกับน้ำมันในภาคการประมงและภาคเกษตรเลย มีเฉพาะของภาคขนส่งและขนส่งสาธารณะเท่านั้น พรรคประชาชนอยากเห็นมาตรการการช่วยเหลือเรื่องน้ำมันที่มีความชัดเจนทั้งในส่วนของประมงและเกษตรกร รวมถึงผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการไถเตรียมดิน ซึ่งจะเริ่มสำหรับข้าวนาปีในปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่จะเกิดขึ้นต่อไป
.
สำหรับความขาดแคลนปุ๋ย แม้นางศุภจีจะพยายามอธิบายเหตุผลที่ตัวเลขไม่ตรงกัน ระหว่างเดือนสิงหาคม เมษายน และพฤษภาคม ว่าเกิดมาจากอะไร แต่ก็ยังไม่มีการชี้แจงข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุม ตัวเลขปริมาณปุ๋ยเคมีอยู่ในมือของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ควรจะนำตัวเลขปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในประเทศ ที่อยู่ในขั้นตอนการนำเข้า รวมถึงที่อยู่ในคลังหรือร้านค้าปลีกในประเทศ มาเปิดเผยให้ประชาชนทราบ อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ย่อมทราบราคาปุ๋ยอยู่แล้ว ควรแจ้งราคาที่กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้ผู้ค้าขายได้ ประชาชนจะได้ช่วยกันแจ้งถ้ามีการขายเกินราคานั้น ความชัดเจนในเรื่องของข้อมูลจะช่วยทำให้ความค้างคาใจที่เคยเกิดขึ้นในกรณีน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกิดขึ้นในกรณีปุ๋ยเคมีซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนเช่นกัน
.
นายเดชรัตกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ แม้จะมีความช่วยเหลือ 100 บาทต่อเดือนที่เพิ่มขึ้นในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ทุกคนทราบดีว่ากระทั่งกลุ่มคนจนที่สุด 20% ของประเทศ ก็มีราว 40-50% ที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และรัฐบาลควรมีการออกรายละเอียดเพิ่มขึ้น เช่น สำหรับเด็กนักเรียนที่หลายคนมีข้อจำกัดในเรื่องค่าเทอม หากมีวงเงินฉุกเฉินสำหรับการศึกษาในช่วงเวลาวิกฤตก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รวมถึงวงเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับครัวเรือนเปราะบาง ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการโดยเร่งด่วนและชัดเจนเช่นกัน
.
ทางด้านน.ส.ศิริกัญญา ระบุว่าส่วนใหญ่ที่สุดของแหล่งเงินงบประมาณและวงเงินที่ใช้ในมาตรการรอบนี้ ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลเอง ที่มีการตั้งงบประมาณของกองทุนประชารัฐเอาไว้ไม่เพียงพอในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งโดยปกติแล้วกองทุนประชารัฐจะต้องต้องใช้งบประมาณปีละราว 50,000 ล้านบาท แต่ในปี 2569 รัฐบาลตั้งไว้เพียงแค่ 30,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผ่านมาครึ่งปีงบประมาณ เงินในกองทุนเริ่มขาดแคลน และจำเป็นต้องนำงบกลางมาใช้ถึง 4,700 ล้านบาทมาเติมเข้าไปในกองทุนประชารัฐ เพราะหากไม่เติมก้อนนี้ 300 บาทแรกที่จะช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพก็จะไม่มี ยังไม่ต้องพูดถึงว่าอีก 100 บาทจะเติมเข้ามาในภายหลังได้อย่างไร
.
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปัญหาแหล่งงบประมาณและการคลังของรัฐบาลในเวลานี้ ที่เป็นที่ชัดเจนว่ามีปัญหา เพียงแค่จะใช้จ่ายกับรายจ่ายประจำก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเฉพาะหน้ามีแต่มาตรการที่จำกัดจำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ครอบคลุมถึงต้นทุนการใช้ชีวิตหรือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่ารองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีการพูดถึงว่าแหล่งงบประมาณใหม่ที่จะเกิดขึ้นคืองบประมาณปี 2570 ที่ได้มีการอนุมัติปฏิทินงบประมาณไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่มีคือแผนการหาเงินมาใช้สำหรับปี 2569 ที่เหลือ ก่อนหน้านี้ทั้งในการแถลงนโยบายและการแถลงข่าวแต่ละครั้ง มีการพูดถึงการออก พ.ร.บ.งบประมาณ หรืออาจจะออกเป็น พ.ร.ก. เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งตนได้อภิปรายเรื่องนี้ไปแล้ว และได้ข้อสรุปจากการชี้แจงของรัฐบาลแล้ว ว่าจะไม่มีการออกเป็น พ.ร.ก. แต่จะออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบประมาณแทน
.
ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปตนคาดหวังว่ามติคณะรัฐมนตรีจะต้องมีการออกหลักเกณฑ์ ว่างบประมาณใดที่จะถูกตัดหรือได้ไปต่อ เพราะระยะเวลางบประมาณเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ก่อนหน้านี้กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือออกมาเร่งรัดให้หน่วยราชการต่างๆ เบิกจ่ายงบประมาณให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 เมษายน แปลว่างบประมาณที่ยังไม่ได้ถูกใช้ก่อนวันที่ 30 เมษายน จะถูกนำมาใช้เป็นเงินสำหรับกองกลางที่จะถูกตัดหรือโอนเพื่อมาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า รัฐบาลต้องมีมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้เงินที่จะเหลือให้นำมาตัดโอนจะน้อยลงไปเรื่อยๆ เป้าหมายที่จะทำให้ได้ 50,000 ล้านบาทก็ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องมองหาแหล่งงบประมาณอื่น ที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนได้แล้ว ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะต้องทนอยู่กับมาตรการเยียวยาที่ไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชนแบบทุกวันนี้ต่อไป
.
.
“สส.ตี๋ ปชน.” ซัด “อนุทิน” โกหกหน้าตาย เหน็บรัฐบาลมลพิษ หลังไม่มีใครตอบเรื่อง PM 2.5
.
“ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” ซัดแรง “รัฐบาลมลพิษ” ไม่มี รมต. ลุกขึ้นตอบเรื่อง PM 2.5 สักคนเดียว อัด “อนุทิน” โกหกหน้าตาย มองข้ามประชาชนอย่างหน้าไม่อาย
.
วันที่ 11 เม.ย. 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คำว่า “รัฐบาลมลพิษ” ไม่เกินจริง ไม่มีรัฐมนตรีแม้แต่คนเดียวที่ลุกขึ้นมาตอบเรื่องการจัดการฝุ่นพิษ PM2.5 หรือ แม่น้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านแม้แต่คนเดียว การแก้ปัญหาที่โครงสร้าง เท่ากับ ไร้คำตอบ การเปิดให้ชุมชนในพื้นที่ป่ามีส่วนร่วมในการดูแลป่า เท่ากับไม่พูด การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เผาทุกวันนี้ปล่อยให้ผู้นำเข้าสามารถรับรองตนเองได้ ด้วยวิธีที่กลุ่มทุนเป็นผู้ออกแบบ เท่ากับ ไม่ตอบ แต่รัฐมนตรีพาณิชย์ดันมาตอบว่าถ้าฝุ่นเยอะก็ไปเที่ยวอื่น
.
พ.ร.บ.อากาศสะอาด เท่ากับ ก็ไม่มีใครกล้าออกมายืนยัน ไม่ตอบอะไรเลยไม่พอ กระทรวงมหาดไทยมาออกหนังสือให้ท้องถิ่นช่วยกันระดมฉีดน้ำ น้ำพิษ น้ำกก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน ตอนนี้ผลตรวจต่างๆชี้ชัด ไม่ใช่แค่น้ำเป็นพิษ ยังพบการปนเปื้อนสารหนูในข้าว ผักสลัดปนเปื้อนแคดเมียมและตะกั่ว ฟักทอง มะเขือเปราะปนเปื้อนแคดเมียม
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ คือ การเจรจา ไทย-จีน-เมียนมา-ลาว ไม่มีความคืบหน้า และก็ยังคงไร้คำตอบจากรัฐบาลมลพิษ การแถลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลนี้ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องมลพิษเลยแม้แต่น้อย ยังคงความ “เขลา” มองปัญหานี้เป็นแค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ได้มองถึงมิติสุขภาพและชีวิตของประชาชน นายอนุทินพูดไว้เมื่อคืนว่า “ตนเป็นคนสั่งการเก่ง สั่งใครไปก็ทำสำเร็จตลอด“ นี่เป็นการโกหกหน้าตายที่มองข้ามประชาชนอย่างหน้าไม่อาย ผมลุยเรื่องนี้หนักแน่นอนครับ
.
https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/pfbid02asTL3LVDZbH6WdytzMAL9GGTBu7VjfV6fnvAfbWDqRU2KKzRCbBiMWMPu2hcXGA8l
.
.
คนขับสี่ล้อรับจ้างฟ้า สายเชียงใหม่-ลำพูน วอนขอนายกรัฐมนตรีช่วยด้วย
https://www.chiangmainews.co.th/news/lamphun/3916670/
.
คนขับสี่ล้อรับจ้างฟ้า สายเชียงใหม่-ลำพูน วอนขอนายกรัฐมนตรีช่วยด้วย รีบแก้ปัญหาน้ำมันแพง วันสงกรายนต์ นักท่องเที่ยวเงียบ ลูกค้าหาย จากได้วันละ 1 พัน เหลือวัน 750 บาท เติมน้ำมัน 550 บาท กินข้าว 1 ร้อย เหลือกลับบ้าน 1 ร้อย ยื่นเรื่องเสนอปัญหาไปที่ขนส่ง เรื่องยังเงียบ
.
เมื่อวันที่ 11 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์สี่ล้อรับจ้าง สายเชียงใหม่-ลำพูน บริษัทลำพูนเดินรถจำกัด (สี่ล้อฟ้า) ที่มีคิวรถที่เชิงสะพานขัวเหล็ก ติดกับสะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อตรวจสอบดูเงียบเหงามาก
.
นายมนตรี สายตามล อายุ 66 ปี กล่าวว่า ขับรถสายเชียงใหม่-ลำพูน คิวรถอยู่ขัว มานาน 25 ปี ก่อนที่น้ำมันไม่แพงก็พออยู่ได้ ตอนนี้น้ำมันแพง คนก็ไม่มีหายหมด ทุกวันนี้วิ่งรถได้เงินประมาณ 750 บาท เอาไปเติมน้ำมัน 550 บาท เหลือแค่สองร้อย กินข้าวกินปลาไปอีก เหลือเงินเข้าบ้านเพียงร้อยเดียว
JJNY : 5in1 ปชน.ชี้ช่วยแค่เฉพาะหน้า│สส.ตี๋ ปชน.ซัดโกหกหน้าตาย│คนขับรับจ้างวอนช่วย│ปีนี้เงียบมาก!│“สหรัฐ-อิหร่าน”ยังระแวง
.
พรรคประชาชนแถลงข้อเสนอต่อมาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ชี้ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป เพิ่มงบใหม่แค่ 3,000 ล้านบาท ยังไม่ครอบคลุมประมง-เม็ดพลาสติก จี้เปิดปริมาณกับราคาปุ๋ยทั่วประเทศ ป้องกันไอ้โม่งปุ๋ยหากิน ถ้าจะโอนงบขอให้ออก พ.ร.บ. ผ่านสภา เพื่อความโปร่งใส
.
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อเสนอของพรรคประชาชนต่อมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น ภายหลังคณะรัฐมนตรีประชุมนัดพิเศษหลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
.
โดยนายวีระยุทธ ระบุว่ามาตรการเพื่อบรรเทาสถานการณ์ความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนจากวิกฤตการณ์น้ำมัน เป็นสิ่งที่ประชาชนรอมานานและคาดหวังมาหลายสัปดาห์แล้ว ถึงแม้มติที่ออกมาวันนี้จะมีการใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,700 ล้านบาท แต่เมื่อลงไปดูในรายละเอียดแล้วพบว่าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงเพียงประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 4,700 ล้านบาท เป็นการเอาไปจัดการงบประมาณ ที่เดิมไม่ได้ตั้งงบเผื่อไว้สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีงบ 69
.
ในแง่ของกลุ่มที่จะได้รับความช่วยเหลือ ยังมีกลุ่มสำคัญที่ตกหล่นอยู่หลายกลุ่ม เช่น ชาวประมง ที่ยังไม่สามารถออกไปหาปลาได้ จนเริ่มเกิดปัญหาอาหารทะเลขาดแคลน รวมถึงกลุ่มที่เป็นต้นน้ำสินค้าหลายอย่างกลุ่มเม็ดพลาสติก และต่อเนื่องเป็นซัพพลายเชนไปถึงบรรจุภัณฑ์ สี การก่อสร้าง และอื่นๆ
.
ทั้งนี้ จากมาตรการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ทั้งหมด ที่มีการลงรายละเอียดมากที่สุดเป็นการช่วยเหลือกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐในเรื่องการก่อสร้าง เช่น การให้คู่สัญญาภาครัฐสามารถแก้สัญญาได้ ปรับตัวเลขได้ กำหนดวงเงินให้คิดค่าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นได้ถึง 69.99 บาท หรือสามารถยกเลิกสัญญาโดยสามารถขอคืนเงินประกันให้ได้ ซึ่งพรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นๆ อย่างละเอียดและสนใจในระดับเดียวกัน
.
ในส่วนของนายเดชรัต ระบุว่าต้นทุนที่เป็นหัวใจสำคัญของภาคเกษตรมีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่อง คือเรื่องปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ครอบคลุมประมาณ 40-50% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด โดยมาตรการที่ออกมาวันนี้ช่วยเหลือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
.
ในด้านราคาปุ๋ยที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจะมีการช่วยผ่านโครงการปุ๋ยธงเขียว จำกัดอยู่ที่ 5+1 กระสอบ โดยขยายวงเงินช่วยจาก 200 บาทต่อกระสอบเป็น 300 บาทต่อกระสอบ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วก็ถือว่าเป็นปริมาณที่ไม่มาก แต่ปัญหาของโครงการปุ๋ยธงเขียวคือจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมในอดีต สามารถเข้าร่วมในโครงการปัจจุบันได้น้อยมาก คือเพียงราว 1% ของความต้องการใช้ปุ๋ยเท่านั้น แม้รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ระบุว่าจะมีการขยายตัวเลขของโครงการปุ๋ยธงเขียวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ระบุว่าจะขยายเป็นจำนวนเท่าไหร่ พรรคประชาชนจึงเสนอว่าควรมีการขยายให้ครอบคลุมเกษตรกรทุกราย ให้สามารถใช้สิทธิในลักษณะเดียวกันกับที่รัฐบาลวางไว้ได้
.
นายเดชรัตกล่าวต่อไปว่าส่วนเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง จะเห็นได้ชัดว่าไม่มีมาตรการที่เกี่ยวกับน้ำมันในภาคการประมงและภาคเกษตรเลย มีเฉพาะของภาคขนส่งและขนส่งสาธารณะเท่านั้น พรรคประชาชนอยากเห็นมาตรการการช่วยเหลือเรื่องน้ำมันที่มีความชัดเจนทั้งในส่วนของประมงและเกษตรกร รวมถึงผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการไถเตรียมดิน ซึ่งจะเริ่มสำหรับข้าวนาปีในปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่จะเกิดขึ้นต่อไป
.
สำหรับความขาดแคลนปุ๋ย แม้นางศุภจีจะพยายามอธิบายเหตุผลที่ตัวเลขไม่ตรงกัน ระหว่างเดือนสิงหาคม เมษายน และพฤษภาคม ว่าเกิดมาจากอะไร แต่ก็ยังไม่มีการชี้แจงข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุม ตัวเลขปริมาณปุ๋ยเคมีอยู่ในมือของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ควรจะนำตัวเลขปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในประเทศ ที่อยู่ในขั้นตอนการนำเข้า รวมถึงที่อยู่ในคลังหรือร้านค้าปลีกในประเทศ มาเปิดเผยให้ประชาชนทราบ อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ย่อมทราบราคาปุ๋ยอยู่แล้ว ควรแจ้งราคาที่กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้ผู้ค้าขายได้ ประชาชนจะได้ช่วยกันแจ้งถ้ามีการขายเกินราคานั้น ความชัดเจนในเรื่องของข้อมูลจะช่วยทำให้ความค้างคาใจที่เคยเกิดขึ้นในกรณีน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกิดขึ้นในกรณีปุ๋ยเคมีซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนเช่นกัน
.
นายเดชรัตกล่าวต่อไปว่านอกจากนี้ แม้จะมีความช่วยเหลือ 100 บาทต่อเดือนที่เพิ่มขึ้นในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ทุกคนทราบดีว่ากระทั่งกลุ่มคนจนที่สุด 20% ของประเทศ ก็มีราว 40-50% ที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และรัฐบาลควรมีการออกรายละเอียดเพิ่มขึ้น เช่น สำหรับเด็กนักเรียนที่หลายคนมีข้อจำกัดในเรื่องค่าเทอม หากมีวงเงินฉุกเฉินสำหรับการศึกษาในช่วงเวลาวิกฤตก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รวมถึงวงเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับครัวเรือนเปราะบาง ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการโดยเร่งด่วนและชัดเจนเช่นกัน
.
ทางด้านน.ส.ศิริกัญญา ระบุว่าส่วนใหญ่ที่สุดของแหล่งเงินงบประมาณและวงเงินที่ใช้ในมาตรการรอบนี้ ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลเอง ที่มีการตั้งงบประมาณของกองทุนประชารัฐเอาไว้ไม่เพียงพอในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งโดยปกติแล้วกองทุนประชารัฐจะต้องต้องใช้งบประมาณปีละราว 50,000 ล้านบาท แต่ในปี 2569 รัฐบาลตั้งไว้เพียงแค่ 30,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผ่านมาครึ่งปีงบประมาณ เงินในกองทุนเริ่มขาดแคลน และจำเป็นต้องนำงบกลางมาใช้ถึง 4,700 ล้านบาทมาเติมเข้าไปในกองทุนประชารัฐ เพราะหากไม่เติมก้อนนี้ 300 บาทแรกที่จะช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพก็จะไม่มี ยังไม่ต้องพูดถึงว่าอีก 100 บาทจะเติมเข้ามาในภายหลังได้อย่างไร
.
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปัญหาแหล่งงบประมาณและการคลังของรัฐบาลในเวลานี้ ที่เป็นที่ชัดเจนว่ามีปัญหา เพียงแค่จะใช้จ่ายกับรายจ่ายประจำก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเฉพาะหน้ามีแต่มาตรการที่จำกัดจำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ครอบคลุมถึงต้นทุนการใช้ชีวิตหรือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่ารองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีการพูดถึงว่าแหล่งงบประมาณใหม่ที่จะเกิดขึ้นคืองบประมาณปี 2570 ที่ได้มีการอนุมัติปฏิทินงบประมาณไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่มีคือแผนการหาเงินมาใช้สำหรับปี 2569 ที่เหลือ ก่อนหน้านี้ทั้งในการแถลงนโยบายและการแถลงข่าวแต่ละครั้ง มีการพูดถึงการออก พ.ร.บ.งบประมาณ หรืออาจจะออกเป็น พ.ร.ก. เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งตนได้อภิปรายเรื่องนี้ไปแล้ว และได้ข้อสรุปจากการชี้แจงของรัฐบาลแล้ว ว่าจะไม่มีการออกเป็น พ.ร.ก. แต่จะออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบประมาณแทน
.
ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปตนคาดหวังว่ามติคณะรัฐมนตรีจะต้องมีการออกหลักเกณฑ์ ว่างบประมาณใดที่จะถูกตัดหรือได้ไปต่อ เพราะระยะเวลางบประมาณเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ก่อนหน้านี้กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือออกมาเร่งรัดให้หน่วยราชการต่างๆ เบิกจ่ายงบประมาณให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 เมษายน แปลว่างบประมาณที่ยังไม่ได้ถูกใช้ก่อนวันที่ 30 เมษายน จะถูกนำมาใช้เป็นเงินสำหรับกองกลางที่จะถูกตัดหรือโอนเพื่อมาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า รัฐบาลต้องมีมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้เงินที่จะเหลือให้นำมาตัดโอนจะน้อยลงไปเรื่อยๆ เป้าหมายที่จะทำให้ได้ 50,000 ล้านบาทก็ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องมองหาแหล่งงบประมาณอื่น ที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนได้แล้ว ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะต้องทนอยู่กับมาตรการเยียวยาที่ไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชนแบบทุกวันนี้ต่อไป
.
.
https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/pfbid02asTL3LVDZbH6WdytzMAL9GGTBu7VjfV6fnvAfbWDqRU2KKzRCbBiMWMPu2hcXGA8l
.
.
.