.
วิโรจน์ แนะท็อป ดูปัญหาเม็ดพลาสติก ไม่ใช่แค่ภาชนะ แต่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ
.
วันที่ 11 เมษายน นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.พรรคประชาชน โพสต์ขัอความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
เม็ดพลาสติกไม่ใช่แค่ “ภาชนะ” แต่เป็น วัตถุดิบต้นน้ำของทั้งระบบเศรษฐกิจ
.
ผมอยากให้ รมว.อุตสาหกรรม มีมุมมองต่อเม็ดพลาสติกที่กว้างกว่า “การเป็นภาชนะ” ครับ
.
ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าเม็ดพลาสติก คือ “วัตถุดิบตั้งต้น” ของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายประเภท
.
ผลกระทบที่น่ากังวลที่สุด คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากเม็ดพลาสติก ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ อยู่หลายรายการ เช่น เข็มฉีดยา (Syringe) ถุงน้ำเกลือ (IV bag) สายให้น้ำเกลือ สายสวน ถุงมือแพทย์บางประเภท กระบังป้องกันหน้า (Face shield PPE)
.
อุปกรณ์พวกนี้ต้อง ปลอดเชื้อ ใช้ครั้งเดียว พลาสติกจึงแทบไม่มีวัสดุอื่นทดแทนได้
.
บรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม (Packaging) ทั้งขวดน้ำ (PET) กล่องอาหาร ฟิล์มห่ออาหาร ซองบรรจุภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอุตตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคเคลื่อนไหวเร็ว (FMCG) ไม่ว่าจะเป็น
.
อาหารและเครื่องดื่ม อาทิ อาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม น้ำหวาน น้ำอัดลม นม ฯลฯ
.
ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน อาทิ ผงซักฟอก, น้ำยาทำความสะอาด, ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ฯลฯ
.
ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย อาทิ สบู่, ยาสีฟัน, แชมพู, โฟมล้างหน้า ฯลฯ
.
เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม (Beauty Products) อาทิ ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า ฯลฯ
.
อุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้ง กันชนรถ
คอนโซล แผงหน้าปัด ฉนวนสายไฟ
ตลอดจนชิ้นส่วนภายในรถจำนวนมาก
.
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสายไฟ ฉนวน ชิ้นส่วนวงจรบางประเภท
.
การก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ท่อ PVC ฉนวนกันความร้อน วัสดุปูพื้น หลังคาบางชนิด
.
สิ่งทอ ทั้ง Polyester, Nylon และใยสังเคราะห์
.
อยากให้ รมว.อุตสาหกรรม เข้าใจให้ถูกต้องว่า เม็ดพลาสติก คือ “วัตถุดิบต้นน้ำของทั้งระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรม” ไม่ใช่แค่ภาชนะใส่น้ำ ใส่อาหารครับ
.
เป็นรัฐมนตรี ต้องกำหนดโจทย์ให้ครอบคลุม เพื่อจะได้มุ่งมั่นทำงานให้ถูกทิศถูกทาง ไม่ใช่ตีโจทย์ให้แคบ แล้วผลักภาระให้กับประชาชนครับ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid02pUVoNNooC3Cn4b7pU8nBqLYeRKyZBydjFS81YoR7FjLCh9yR51GGuTVWyXGSYMeRl
.
.'
ราคาปาล์มร่วงรายวัน ล่าสุดเหลือ 7 บาท ชาวสวนจ่อนัดบุก กทม.พบ 'ศุภจี'
https://ch3plus.com/news/economy/weekend/460898
.
เกษตรกรชาวสวนปาล์ม จ.ตรัง ลุกฮือประท้วงรัฐบาล หลังมีคำสั่งห้ามส่งออก จนทำให้ราคาร่วง ยื่นหนังสือขอให้แก้ไขด่วน มิเช่นนั้นจะนัดชาวสวนปาล์มทุกจังหวัดบุก กทม. เพื่อพบ รมว.พาณิชย์
ตัวแทนสมาคม และเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง นำโดย นายชัยวัฒน์ โภคาวัฒนา นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ผ่านพันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อเรียกร้องให้หามาตรการกำกับควบคุมดูแลราคาผลทะลายปาล์มน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และจัดการความสมดุลของสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ หลังจากกระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่งห้ามมิให้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักรตั้งแต่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไปเป็นเวลา 1 ปี เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
อย่างไรก็ตาม จากคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ราคาผลผลิตปาล์มจากที่กำลังพุ่งสูงไปอยู่ที่ กก.ละ 9.10 บาท เนื่องจากผลผลิตยังออกน้อย ได้ตกลงมาทันที ล่าสุดวันนี้เกษตรกรขายได้ราคาประมาณ กก.ละ 7.20-7.30 บาทเท่านั้น โดยการประกาศดังกล่าวยังเกิดขึ้นขณะที่สต็อกน้ำมันปาล์มดิบยังอยู่ในระดับสูงกว่า 324,000 ตัน และในเดือนเมษายนนี้ ก็จะมีผลผลิตปาล์มทะลักออกมาประมาณ 2 ล้านตัน หรือตกวันละประมาณ 66,600 ตัน โดยนำไปผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 12,000 ตันต่อวัน และถ้านำไปทำน้ำมัน B10 จะใช้ประมาณวันละ 6,400 ตันต่อวันเท่านั้น แล้วน้ำมันที่เหลือจะเอาไปไหน ส่วนที่เปิดช่องว่าถ้าใครจะส่งออก ให้ขออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เท่ากับว่าเปิดช่องให้มีการหาผลประโยชน์ใช่หรือไม่
ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ออกมาให้ข่าวว่า ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปกติวันละ 80 ล้านลิตร เหลือแค่ 45-50 ล้านลิตร ก็จะยิ่งส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบบวมมากขึ้นอีก และส่วนที่บอกว่า จะนำน้ำมันปาล์มไปทำน้ำมัน B20 นั้น แล้วในความเป็นจริงปั๊มน้ำมันสำหรับเติม B20 อยู่ตรงไหน มีให้เติมจริงหรือไม่ นอกจากนั้น หน่วยงานที่กำกับด้านราคา มักจะออกมาให้ความเห็นตอนที่ปาล์มราคาดี และกลับทำให้ปาล์มราคาดิ่งลงทุกครั้ง ทั้งที่ตอนนี้ผลผลิตยังออกมาน้อยมาก เพราะปัญหาภัยแล้ง ขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับสูงขึ้นมาก เช่น ค่าปุ๋ย เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ค่าจ้างตัดผลทะลายปาล์ม เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 สวนทางกับความต้องการของตลาดโลกที่ยังคงเดิม
ดังนั้น สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง จึงขอให้รัฐหามาตรการกำกับควบคุมดูแลราคาผลทะลายปาล์มให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และหามาตรการรักษาความสมดุลสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ โดยการยืดหยุ่นตามสถานการณ์โดยคำนึงถึงราคาผลทะลายปาล์มที่เกษตรกรจะได้รับ หลังจากยื่นหนังสือวันนี้แล้ว จะรอดูท่าทีราคาต่อไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากราคาปาล์มยังดิ่งลงอีก จะนัดชาวสวนปาล์มทุกจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทันที
.
.
.
.
เกษตรกรอ่วม! ร้านเกษตรภัณฑ์พังงาโอด ปุ๋ย-ยาแพงพุ่ง ลูกค้าหด ยอดขายร่วงจากแสนเหลือหมื่น
https://www.matichon.co.th/region/news_5674169
.
เกษตรกรอ่วม! ร้านเกษตรภัณฑ์พังงาโอด ปุ๋ย-ยาราคาพุ่ง ลูกค้าหด ยอดขายร่วงจากแสนเหลือหมื่น
.
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิกฤตราคาน้ำมันและเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบลามถึงภาคการเกษตรในจังหวัดพังงา หลังผู้ประกอบการร้านเกษตรภัณฑ์เผยราคาปุ๋ย ยาบำรุง และอุปกรณ์ทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กำลังซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างชัดเจน
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านณัฐกิตติ์เกษตรภัณฑ์ บริเวณสามแยกบ้านตำตัว หมู่ 3 ตำบลตำตัว อำเภอตะกั่วป่า พบว่าบรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเงียบเหงา ต่างจากช่วงปกติที่มีลูกค้าเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
.
นาย
ณัฐกิตติ์ อายุ 28 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาปุ๋ย ยาบำรุง และอุปกรณ์การเกษตรต่าง ๆ ปรับขึ้นตามไปด้วย
.
นอกจากนี้ สินค้าบางรายการยังเริ่มขาดตลาด ทำให้ร้านต้องหาสินค้าทดแทนมาจำหน่ายให้ลูกค้าในระยะสั้น
.
ขณะเดียวกัน กำลังซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ลูกค้าเคยซื้อปุ๋ยครั้งละ 12 กระสอบ ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 10 กระสอบ เนื่องจากราคาที่สูงขึ้น
.
โดยราคาปุ๋ยหลายรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
.
ปุ๋ยสูตร 21-0-0 จาก 490 บาท เป็น 640 บาท
ปุ๋ยสูตร 0-0-60 จาก 770 บาท เป็น 845 บาท
ปุ๋ยสูตร 15-15-15 จาก 1,245 บาท เป็น 1,350 บาท
.
ส่งผลให้ยอดขายของร้าน จากเดิมที่เคยมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ลดลงเหลือเพียงหลักหมื่นบาท
.
นาย
ณัฐกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรในพื้นที่กำลังเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ทั้งราคาปุ๋ย ยา และอุปกรณ์ ขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
.
นาย
ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า อยากวิงวอนให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งด้านราคาปุ๋ย และการประกันราคาพืชผล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงวิกฤตนี้
JJNY : วิโรจน์แนะดูปัญหาเม็ดพลาสติก│ราคาปาล์มร่วงรายวัน จ่อนัดพบศุภจี│ปุ๋ย-ยาแพงพุ่ง ลูกค้าหด│จับตาเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5674413
.
วิโรจน์ แนะท็อป ดูปัญหาเม็ดพลาสติก ไม่ใช่แค่ภาชนะ แต่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ
.
วันที่ 11 เมษายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.พรรคประชาชน โพสต์ขัอความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
เม็ดพลาสติกไม่ใช่แค่ “ภาชนะ” แต่เป็น วัตถุดิบต้นน้ำของทั้งระบบเศรษฐกิจ
.
ผมอยากให้ รมว.อุตสาหกรรม มีมุมมองต่อเม็ดพลาสติกที่กว้างกว่า “การเป็นภาชนะ” ครับ
.
ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าเม็ดพลาสติก คือ “วัตถุดิบตั้งต้น” ของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายประเภท
.
ผลกระทบที่น่ากังวลที่สุด คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากเม็ดพลาสติก ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ อยู่หลายรายการ เช่น เข็มฉีดยา (Syringe) ถุงน้ำเกลือ (IV bag) สายให้น้ำเกลือ สายสวน ถุงมือแพทย์บางประเภท กระบังป้องกันหน้า (Face shield PPE)
.
อุปกรณ์พวกนี้ต้อง ปลอดเชื้อ ใช้ครั้งเดียว พลาสติกจึงแทบไม่มีวัสดุอื่นทดแทนได้
.
บรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม (Packaging) ทั้งขวดน้ำ (PET) กล่องอาหาร ฟิล์มห่ออาหาร ซองบรรจุภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอุตตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคเคลื่อนไหวเร็ว (FMCG) ไม่ว่าจะเป็น
.
อาหารและเครื่องดื่ม อาทิ อาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม น้ำหวาน น้ำอัดลม นม ฯลฯ
.
ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน อาทิ ผงซักฟอก, น้ำยาทำความสะอาด, ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ฯลฯ
.
ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย อาทิ สบู่, ยาสีฟัน, แชมพู, โฟมล้างหน้า ฯลฯ
.
เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม (Beauty Products) อาทิ ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า ฯลฯ
.
อุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้ง กันชนรถ
คอนโซล แผงหน้าปัด ฉนวนสายไฟ
ตลอดจนชิ้นส่วนภายในรถจำนวนมาก
.
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสายไฟ ฉนวน ชิ้นส่วนวงจรบางประเภท
.
การก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ท่อ PVC ฉนวนกันความร้อน วัสดุปูพื้น หลังคาบางชนิด
.
สิ่งทอ ทั้ง Polyester, Nylon และใยสังเคราะห์
.
อยากให้ รมว.อุตสาหกรรม เข้าใจให้ถูกต้องว่า เม็ดพลาสติก คือ “วัตถุดิบต้นน้ำของทั้งระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรม” ไม่ใช่แค่ภาชนะใส่น้ำ ใส่อาหารครับ
.
เป็นรัฐมนตรี ต้องกำหนดโจทย์ให้ครอบคลุม เพื่อจะได้มุ่งมั่นทำงานให้ถูกทิศถูกทาง ไม่ใช่ตีโจทย์ให้แคบ แล้วผลักภาระให้กับประชาชนครับ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid02pUVoNNooC3Cn4b7pU8nBqLYeRKyZBydjFS81YoR7FjLCh9yR51GGuTVWyXGSYMeRl
.
.'
.
ตัวแทนสมาคม และเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง นำโดย นายชัยวัฒน์ โภคาวัฒนา นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ผ่านพันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อเรียกร้องให้หามาตรการกำกับควบคุมดูแลราคาผลทะลายปาล์มน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และจัดการความสมดุลของสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ หลังจากกระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่งห้ามมิให้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักรตั้งแต่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไปเป็นเวลา 1 ปี เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
อย่างไรก็ตาม จากคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ราคาผลผลิตปาล์มจากที่กำลังพุ่งสูงไปอยู่ที่ กก.ละ 9.10 บาท เนื่องจากผลผลิตยังออกน้อย ได้ตกลงมาทันที ล่าสุดวันนี้เกษตรกรขายได้ราคาประมาณ กก.ละ 7.20-7.30 บาทเท่านั้น โดยการประกาศดังกล่าวยังเกิดขึ้นขณะที่สต็อกน้ำมันปาล์มดิบยังอยู่ในระดับสูงกว่า 324,000 ตัน และในเดือนเมษายนนี้ ก็จะมีผลผลิตปาล์มทะลักออกมาประมาณ 2 ล้านตัน หรือตกวันละประมาณ 66,600 ตัน โดยนำไปผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 12,000 ตันต่อวัน และถ้านำไปทำน้ำมัน B10 จะใช้ประมาณวันละ 6,400 ตันต่อวันเท่านั้น แล้วน้ำมันที่เหลือจะเอาไปไหน ส่วนที่เปิดช่องว่าถ้าใครจะส่งออก ให้ขออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เท่ากับว่าเปิดช่องให้มีการหาผลประโยชน์ใช่หรือไม่
ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ออกมาให้ข่าวว่า ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปกติวันละ 80 ล้านลิตร เหลือแค่ 45-50 ล้านลิตร ก็จะยิ่งส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบบวมมากขึ้นอีก และส่วนที่บอกว่า จะนำน้ำมันปาล์มไปทำน้ำมัน B20 นั้น แล้วในความเป็นจริงปั๊มน้ำมันสำหรับเติม B20 อยู่ตรงไหน มีให้เติมจริงหรือไม่ นอกจากนั้น หน่วยงานที่กำกับด้านราคา มักจะออกมาให้ความเห็นตอนที่ปาล์มราคาดี และกลับทำให้ปาล์มราคาดิ่งลงทุกครั้ง ทั้งที่ตอนนี้ผลผลิตยังออกมาน้อยมาก เพราะปัญหาภัยแล้ง ขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับสูงขึ้นมาก เช่น ค่าปุ๋ย เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ค่าจ้างตัดผลทะลายปาล์ม เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 สวนทางกับความต้องการของตลาดโลกที่ยังคงเดิม
ดังนั้น สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง จึงขอให้รัฐหามาตรการกำกับควบคุมดูแลราคาผลทะลายปาล์มให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และหามาตรการรักษาความสมดุลสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ โดยการยืดหยุ่นตามสถานการณ์โดยคำนึงถึงราคาผลทะลายปาล์มที่เกษตรกรจะได้รับ หลังจากยื่นหนังสือวันนี้แล้ว จะรอดูท่าทีราคาต่อไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากราคาปาล์มยังดิ่งลงอีก จะนัดชาวสวนปาล์มทุกจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทันที
.
เกษตรกรอ่วม! ร้านเกษตรภัณฑ์พังงาโอด ปุ๋ย-ยาแพงพุ่ง ลูกค้าหด ยอดขายร่วงจากแสนเหลือหมื่น
https://www.matichon.co.th/region/news_5674169
.
เกษตรกรอ่วม! ร้านเกษตรภัณฑ์พังงาโอด ปุ๋ย-ยาราคาพุ่ง ลูกค้าหด ยอดขายร่วงจากแสนเหลือหมื่น
.
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิกฤตราคาน้ำมันและเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบลามถึงภาคการเกษตรในจังหวัดพังงา หลังผู้ประกอบการร้านเกษตรภัณฑ์เผยราคาปุ๋ย ยาบำรุง และอุปกรณ์ทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กำลังซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างชัดเจน
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านณัฐกิตติ์เกษตรภัณฑ์ บริเวณสามแยกบ้านตำตัว หมู่ 3 ตำบลตำตัว อำเภอตะกั่วป่า พบว่าบรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเงียบเหงา ต่างจากช่วงปกติที่มีลูกค้าเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
.
นายณัฐกิตติ์ อายุ 28 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาปุ๋ย ยาบำรุง และอุปกรณ์การเกษตรต่าง ๆ ปรับขึ้นตามไปด้วย
.
นอกจากนี้ สินค้าบางรายการยังเริ่มขาดตลาด ทำให้ร้านต้องหาสินค้าทดแทนมาจำหน่ายให้ลูกค้าในระยะสั้น
.
ขณะเดียวกัน กำลังซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ลูกค้าเคยซื้อปุ๋ยครั้งละ 12 กระสอบ ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 10 กระสอบ เนื่องจากราคาที่สูงขึ้น
.
โดยราคาปุ๋ยหลายรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
.
ปุ๋ยสูตร 21-0-0 จาก 490 บาท เป็น 640 บาท
ปุ๋ยสูตร 0-0-60 จาก 770 บาท เป็น 845 บาท
ปุ๋ยสูตร 15-15-15 จาก 1,245 บาท เป็น 1,350 บาท
.
ส่งผลให้ยอดขายของร้าน จากเดิมที่เคยมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ลดลงเหลือเพียงหลักหมื่นบาท
.
นายณัฐกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรในพื้นที่กำลังเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ทั้งราคาปุ๋ย ยา และอุปกรณ์ ขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
.
นายณัฐกิตติ์ กล่าวว่า อยากวิงวอนให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งด้านราคาปุ๋ย และการประกันราคาพืชผล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงวิกฤตนี้