เอเซีย พลัส ส่องหุ้นกลุ่มแบงก์ อิงหุ้นปันผลสูง แนะหาจังหวะสะสมรอการฟื้นตัว

กระทู้ข่าว


#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากลยุทธ์ Barbell strategy ให้ธนาคารพาณิชย์ อยู่ฝั่งหุ้นปันผลสูง เลือก KTB หากราคาหุ้นวันนี้ปรับฐานมากกว่า XD (2.24 บาทต่อหุ้น) มองเป็นจังหวะสะสม เพื่อรอการฟื้นตัวของราคาหุ้นรอบปันผลระหว่างกาล ในขณะที่ BBL กับ KBANKเป็น Catch-up play เพราะ PBV ที่ 0.5 – 0.8 เท่า ยังถูกกว่าธนาคารอื่นที่เกิน 0.9 เท่า

ฝ่ายวิจัย ระบุว่า ธปท. เตรียมเปิดเฮียริ่ง “เรื่องมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่” (ต่อเนื่องจากข่าวปลาย ก.พ.) ตั้งแต่ 10 เม.ย. คาดเริ่มใช้ปลาย พ.ค. นี้ ครอบคลุม 17 –19รายการ (อาทิ ค่ารักษาบัญชี, BAHTNET และ Loan related fees) แม้อาจกดดัน sentiment ระยะสั้น แต่โครงสร้างค่าธรรมเนียมกลุ่มฯ ปรับตัวมาตั้งแต่ยุคฟรีค่าโอนในปี 2561ไปยังกลุ่ม Wealthช่วยจำกัดผลต่อประมาณการ

ขณะเดียวกัน ธปท. ยังส่งสัญญาณคงเกณฑ์ชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8%(ตามแผนกลับไป 10% ปีหน้า) สะท้อนแนวทางผ่อนคลายภาระลูกหนี้ช่วยให้ Credit risk ของพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตสูงขึ้นในปีหน้า มองเอื้อต่อ BAY, KBANK และ SCB อย่างละ 4% ของพอร์ตสินเชื่อ (รวมถึง AEONTS กับ KTC)

แม้ KKP กับ TISCO จะมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ต่อรายได้รวมที่ 23%- 25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ 17% (VS Pre-COVID ที่ 20%) แต่ส่วนใหญ่มาจาก Capital market (TISCO ฝั่ง Capital market รวม Banca ที่ 83% ของค่าธรรมเนียม KKP ราว 68% ของค่าธรรมเนียม) ทำให้ผลกระทบจะอยู่ที่ธนาคารใหญ่ มากกว่า(สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมต่อรายได้ที่ 15% -18%)

โดย KBANK ที่มีสัดส่วนค่าธรรมเนียมต่อรายได้สูงสุดใน ธนาคารใหญ่ ที่ 18%จะมีความอ่อนไหวมากสุด และ KTB ที่ 14% จะรับผลรกะทบน้อยกว่าธนาคารใหญ่อื่นๆ อย่างไรก็ดีคาดผลกระทบต่อกลุ่มฯ ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการหลังค่าธรรมเนียมกลุ่มธุรกรรมทางการเงิน ทยอยลดความสำคัญ (ค่าบริการโอนเงินฯ ต่อรายได้รวม ทั้งระบบ 1Q63 ที่ 2.6% เหลือ 1.9% ในงวด 4Q68)

ขณะที่ Loan related fees ในฝั่งของธนาคารที่มีลูกค้าธุรกิจสูงอย่าง KBANKกับ BBL อยู่ที่ 16% และ 9% ของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ตามลำดับ แต่ด้วยสินเชื่อที่ไม่ได้เติบโตมาก ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนการเติบโต ซึ่งทั้ง 2 ธ.พ. มีการปรับกลยุทธ์การเติบโตมายังกลุ่มฯ Wealthแทน

กล่าวโดยสรุป ภายใต้มุมมองสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ข้างต้นและ Sensitivity Analysis พบว่า ทุก 2% ของค่าธรรมเนียมฯ ที่เปลี่ยนแปลงจากสมมติฐาน จะส่งผลให้กำไรฯ เปลียนแปลงไม่เกิน 1% ดังนั้นหากราคาหุ้นในกลุ่มฯ ปรับฐานมากกว่า Sensitivity มองเป็นจังหวะ Trading ระยะสั้น

เพี้ยนเผือกศึกษา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่