เช็งเม้ง (清明) ปีนี้ไม่ได้ไปสุสาน


เช็งเม้ง (清明) ปีที่ 58 (2569)

 “กิมนี้ เตียงสี่ ไอ๊คื้อ ก๊วยจั้ว”  (ปีนี้จะไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่สุสานเมื่อไหร่) ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เราพี่น้องต่างยิงประโยคนี้ถามกันเพื่อจัดวันเดินทางไปเช็งเม้งที่สุสานหงส์ซัว บ้านบึง

ปรากฏว่า “เช็งเม้ง”ปีที่ 58 ของครอบครัวแม่นัน มีอันต้องวางแผนมาจัดไหว้ที่บ้านแทนในวันที่ 5 เม.ย.69 เนื่องจากข่าวภาวะขาดแคลนน้ำมัน ทำให้พวกอาแจ้ตระหนกตกใจ ตัดสินใจไม่เดินทางไกล หลายๆบ้านไม่รู้ตกใจเหมือนอาแจ้ (สาวเหลือน้อย) ทั้งหลายของแม่นันรึเปล่า
"เช็งเม้ง" หมายถึงช่วงเวลาแห่งความแจ่มใสรื่นรมย์ ปีนี้บรรยากาศของสถานที่อาจขาดหายไป ไม่ได้ขึ้นไปโปรยดอกไม้บนเนินหลังเต่า ไม่ได้กินข้าวต้มในโรงเจเหมือนปีก่อนๆ  แต่พวกเราพี่น้องก็ยังตื่นเต้นที่จะได้รวมตัวกันมาไหว้พ่อแม่เหมือนเดิม

อาตั่วแจ้ตื่นแต่เช้าเตรียมจัดทำอาหารที่พ่อแม่ชอบ เช้านี้แม่นันมาถึงเห็นอาตั่วแจ้กำลังทำ "บุงโอ่วปึ่ง" (ขัาวอบเผือก) แม่นันอดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือมาถ่ายคลิปรัวๆเชฟใหญ่ประจำบ้าน เดินเข้าไปในครัว กลิ่นหอมของเมนูนี่นั่นตีกันยุ่ง ทั้งพะโล้ ผัดหมี่ แกงฟัก ผัดเต้าหู้ เยอะแยะไป แถมทำ "ปลาแห้ง" แสนอร่อยไว้ราดแตงโมเมนูโปรดคุณพ่ออีก น้องๆได้อานิสงฆ์ไปด้วย ทุกอย่างมีการแพ็คใส่ถุงแยกให้น้องๆต่างหาก หาอาตั่วแจ้แสนดีน่ารักเบอร์นี้หาไม่ได้อีกแล้ว บอกตรงๆว่าไม่รู้อาตั่วแจ้เอาพลังแฝงมาจากไหน แม่นันสู้ไม่ได้จริงๆ


แม้จะไม่ได้ไปไหว้ที่สาน เรายังคงติดต่อคนทำความสะอาดสุสานของที่นั่น แจ้งว่าปีนี้เราจะงดเดินทางไปแต่ขอให้ทำความสะอาดสุสาน (บ้านหลังสุดท้ายของพ่อแม่) และบริเวณโดยรอบให้สะอาดเหมือนทุกปี สองผัวเมียรับจ้างดูแลสุสานมาตลอดหลายสิบปี ทำความสะอาดเสร็จรีบถ่ายรูปส่งการบ้านมาให้ดู
น่ารักสมมืออาชีพจริงๆค่ะ


ตามแผ่นป้าย คุณพ่อกิมเฮง แซ่ลี่ (อาป๊ะของแม่นัน) มาจาก ตำบลเชียะกัง นครโผวเล้ง เมืองเก๊กเอี๊ย ในมณฑลกวางตุ้ง
( 廣東省揭陽市普寧市赤崗鎮赤崗山村 ) เป็นเขตที่มีคนแซ่ลี่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในแถบโผวเล้ง


การเตรียมของไหว้ก็เหมือนเดิมค่ะ อาหารมงคลเต็มโต๊ะ ชุงฉ่ายและไช้เถ่าก้วย ต้องฝีมืออาหมวยเล็กคนนี้เท่านั้น วันนี้ทำถาดใหญ่กว่าเดิม จะได้แบ่งให้พวกอาแจ้ทั่วๆและชิ้นใหญ่ๆ ซาแซ ซาลาเปา ชาหมี่เตี๊ยว พะโล้ เป็ดไก่ ผลไม้ ขนมนมเนย และที่ขาดไม่ได้เลย ขนมไฮไลท์ของเทศกาลเช็งเม้งคือ “จูชังเปี้ย หรือจือชังเปี้ย” ซึ่งจะทำเพียงปีละครั้ง รสชาติอร่อย เค็มๆหวานๆ อร่อยจนแม่นันเองยังต้องรอที่จะได้กินทุกเช็งเม้ง (เจ็กนี้เจ็กฉื่อ = ปีละหนึ่งครั้ง)
ส่วนกระดาษเงินกระดาษทอง คนจีนสมัยก่อนถือเป็นของไหว้ที่จำเป็นมาก  เรียกว่ายิ่งเยอะยิ่งดี แสดงถึงการกินดีอยู่ดีของลูกหลาน (เป็นการแสดงความกตัญญูสูงสุดแด่บรรพบุรุษ) ปัจจุบันยิ่งน้อยยิ่งดีค่ะ เพราะภาวะอากาศแย่มากๆ


มีการอธิฐาน ขอพร ขอความโชคดีให้แก่ลูกหลาน ให้ถูกล็อตเตอรี่ชุดใหญ่ๆ ขอพรเป็นภาษาจีนกันเสียงดัง สนุกสนาน ต้องบอกว่าพวกเราพี่น้องสนุกกันได้ทุกที่ทุกเวลา หลายๆบ้านคงเป็นเหมือนกัน เค้าถึงเรียกว่าวันแห่งความแจ่มใสรื่นรมย์ไงคะ

เมื่อพิธีไหว้เสร็จสิ้น ลูกหลานจะยกกระดาษเงินกระดาษทอง ยกอาหารทุกจาน หรือแตะบนขอบจานอาหารแต่ละจานต่อๆกัน พร้อมบอกลา และแน่นอนขอพรอีกไม่รู้จบ “หนูทำจานนี้มา หนูทำจานนั้นมา อาป๊ะอาอึ้มต้องให้หนูเยอะๆนะคะ”  ขำขำค่ะ อาหารที่ถูกลาแล้วลูกหลานจะนำมาทานต่อเพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อลาอาหารของไหว้แล้ว ปีนี้แม่นันขอมีส่วนในเผากระดาษเงินกระดาษทอง เพราะคิดถึงสมัยเด็กๆ ยืนล้อมวงอวดร่ำอวดรวยกับแบ็งค์พันล้านหมื่นล้านที่เผาส่งให้บรรพบุรุษไปใช้

พิธีเสร็จสิ้น พี่น้องนั่งล้อมวงทานข้าวกัน อาโหง่วแจ้มือแบ่งอาหาร/ขนม ให้พี่น้องกลับบ้าน แม่นันแอบดีใจลึกๆว่า "ไช้เถ่าก้วย" รสมืออาอึ้ม (คุณแม่) ยังคงเป็นขนมแห่งความคิดถึงของทุกคนเหมือนเดิม  แต่ก็รู้สึกเหงานิดๆ ว่าวันหนึ่งพวกเราก็ต้องทยอยจากกัน  วันนี้พี่น้องยังอยู่ รักกันเยอะๆนะคะ

ช่วยกันรักษาประเพณี วัฒนธรรมที่สวยงามตราบนานเท่านานนะคะ

ภาพประกอบ: เช็งเม้งปี 2569 ที่บ้านอาตั่วเฮีย หลังๆมาจะเห็นแม่นันใส่แว่นดำบ่อยๆ เพราะเป็นต้อลมค่ะ โดนฝุ่นโดนลม แม้แต่พัดลมก็น้ำตาไหล
"เหลาเหลี่ยวบ่อมิไก่ฮ่อ" (แก่แล้วไม่มีอะไรดีเลย) เฮ่อ!
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่