เมื่อกลุ่มเพื่อน 7 คนที่บังเอิญเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง BTS มาสร้างประวัติศาสตร์ในรายการ 'Hot Ones'

จากรายการที่เพิ่งออกเมื่อวานนี้เป็นวันแรก หนุ่ม ๆ บังทันก็ทำให้ EP นี้ของรายการ Hot Ones กลายรายการบอกว่าเป็น EP ที่ "ร้อนแรง" ที่สุดบนอินเทอร์เน็ต

ต้องชมรายการว่า ค้นข้อมูลมาอย่างดีมากเลย ตั้งคำถามได้สร้างสรรค์มาก จนหนุ่ม ๆ ต้องชมเลยว่า คำถามดีมาก และทำให้พวกเขาผ่อนคลายและบรรยากาศก็ดูเป็นกันเองมาก พวกเขาสนิทกันและรู้ใจกันมาก จนนึกถึงคำที่ Hamilton ผู้กำกับชื่อดังหลังจากที่เขาได้ร่วมงานกับ BTS ที่เขาบอกว่า 'เห็นได้ชัดเลยว่า พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มเพื่อน 7 คน ที่บังเอิญเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่โด่งดังที่สุดในโลกเท่านั้นเอง'


มาดูความเห็นของกลุ่มคนทั่วไปที่มาดูรายการนี้กัน

@99rick66: "เอาจริงนะ ผมไม่เคยเห็นแขกรับเชิญคนไหนวนกลับไปจิ้มซอสแล้วกินต่อ 'หลังจาก' จบรายการมาก่อนเลย นี่มันคือการขิงแบบไม่ได้ตั้งใจชัดๆ"

@ledgrg: "ผมไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับ BTS หรอกนะ แต่ไอ้คนที่ตะโกนโวยวายนั่นน่ะ ตลกที่สุดเท่าที่ผมเคยดูรายการนี้มาเลย"

@lanamaarten7316: "ฉันว่าช็อตที่ฉันชอบที่สุดใน Hot Ones คือตอนที่พวกเขาร้องเพลงเปิดอนิเมะ 15 เพลงพร้อมกันเป็นนาที โดยที่มี Sean นั่งรออย่างอดทนให้พวกเขาร้องให้หนำใจ... สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ยอมตอบคำถาม 555"

@JaniceMcKay: "สารภาพเลยว่าตอนแรกจะไม่ดูเพราะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ BTS เลย แต่ดีใจที่ตัดสินใจดู เพราะอีพีนี้มันดีต่อใจมาก พวกเขาเป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์กันทุกคนเลย 😊"

@prognozprognoz9145: "ไอ้หนุ่มพวกที่นั่งริมโต๊ะที่ยังนั่งกินปีกไก่ต่อจนจบรายการเนี่ยแหละ พวกเดียวกับฉันเลย"

@notthemccaskeys: "ไม่ใช่แฟนคลับ BTS นะ แต่ดูแล้วบันเทิงมาก 555"

@JohnnyBNerdy: "ผมไม่ได้ฟังเพลงของพวกเขานะ แต่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงดังขนาดนี้"

@misterjersey54: "เห้ย ไม่นึกเลยว่าวง BTS จะชิลกันขนาดนี้"

@Rob_S_Z06: "ในฐานะ 'มนุษย์ป้า/ลุง' วัย 50 ผมเคยได้ยินชื่อ BTS นะ แต่ถ้าเดินสวนกันก็คงจำไม่ได้ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วล่ะ พวกเขาเท่ ตลก ติดดิน และดูเป็นเด็กหนุ่มที่นิสัยดีจริงๆ!"

@mm_13_23: "คนในชุดสีแดงนั่นหล่อสุดๆ ไปเลย..."




BTS สร้างประวัติศาสตร์ใน 'Hot Ones' ในฐานะวง K-Pop วงแรกที่มาออกรายการแบบครบทีม
Just Jared

BTS กำลังเผชิญหน้ากับปีกไก่มรณะรสเผ็ดร้อน! บอยแบนด์ K-pop ชื่อดังระดับโลกได้ปรากฏตัวในตอนพิเศษส่งท้ายซีซั่น 29 ของรายการ Hot Ones ร่วมกับพิธีกร Sean Evans โดยการมาเยือนครั้งนี้ พวกเขาได้กลายเป็นวง K-pop วงแรกที่มาออกรายการแบบครบทั้งวง และยังเป็นกลุ่มศิลปินที่มีสมาชิกจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการ Hot Ones อีกด้วย

สมาชิกในวงได้เปิดใจพูดคุยเกี่ยวกับ Arirang (อารีรัง) ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังอัลบั้มใหม่ของพวกเขา และประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย

แรงบันดาลใจจากเพลง "Hand in Hand" ในโอลิมปิกฤดูร้อนกรุงโซล 1988 สู่อัลบั้มใหม่ Arirang
SUGA: "พูดตามตรงนะครับ ในปี 1988 เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิกที่กรุงโซล ตอนนั้นมีเพลงที่ชื่อว่า 'Hand in Hand' ซึ่งเป็นเพลงทางการของงานครับ พวกเราเลยคิดอยากจะทำเพลงเวอร์ชันปี 2026 ขึ้นมา แล้วก็เริ่มจากจุดนั้นครับ จากนั้นพวกเราก็คิดถึงการสุ่มตัวอย่าง (sampling) ดนตรีอื่นๆ ที่มีความเฉพาะตัวในวัฒนธรรมเกาหลี ในขณะที่กำลังไล่ดูรายชื่อเพลง เราก็มาลงตัวที่เพลง 'Arirang' ครับ เราคิดว่ามันเข้ากับเพลงได้ดีมาก"

ช่วงเวลาที่เกือบจะ "พังทลาย" ตอนอัดอัลบั้มเต็มชุดแรก
RM: "คุณเคยได้ยินไหมครับที่เขาว่ากันว่า นักร้องหรือนักดนตรีมักจะมีชีวิตตามชื่อเพลงของตัวเอง? ตอนนั้นพวกเราอยู่ในสภาวะ 'Danger' (อันตราย) จริงๆ ครับ พวกเราเกือบจะพังทลายกันอยู่แล้ว"

Jin: "แต่เพราะพวกเราเคยผ่านอันตรายในตอนนั้นมาแล้ว พอเจอเรื่องที่ยากลำบากในตอนนี้ เราแค่จำสิ่งที่เคยผ่านมาได้ มันเลยรู้สึกว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้นครับ ผมคิดว่าเพราะช่วงเวลานั้นและเพลงนั้นแท้ๆ ที่พาเรามาถึงจุดนี้ได้ ผมมองแบบนั้นนะ"

Jung Kook: "นั่นถูกต้องที่สุดเลยครับ"

ความเหนื่อยล้า อาการหูอื้อ และใบหน้าที่บวมเป่งหลังคอนเสิร์ตยาว 3 ชั่วโมง
Jimin: "เช้าวันต่อมา..."
SUGA: "มันหมดแรงเลยครับ"
j-hope: "จริงๆ นะครับ มันไม่ง่ายเลย"
Jimin: "หลังจากนั้นคือแทบตายเลยครับ"
Jung Kook: "เช้าวันหลังจากจบคอนเสิร์ตเหรอ?"
V: "สำหรับผม ผมยังตื่นมาพร้อมกับอาการหูอื้อ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย มันไม่ยอมหยุดครับ"
SUGA: "ผมด้วยครับ มันไม่ได้หายไปทันที"
Jin: "เขาว่ากันว่าร่างกายจะบวมขึ้นเมื่อเราเหนื่อยล้า หลังจากตื่นนอนเราก็ต้องมาซ้อมกันต่อ และนั่นคือตอนที่ผมจะเห็นทุกคนหน้าบวมกันหมดเลยครับ แต่ก็นั่นแหละครับ พอใกล้จะเริ่มคอนเสิร์ตรอบถัดไป หน้าพวกเราก็กลับมาเป็นปกติ แล้วเราก็กลับมาดูดีเหมือนเดิม! แต่ตอนเช้านี่บวมเป่งเลยล่ะ"
j-hope: "เหมือนผมไปกินอะไรเผ็ดๆ มาเลย" Jin: "ถูกต้อง"

จากแร็ปเปอร์ใต้ดินในแทกู สู่การตัดสินใจเข้ากรุงโซล
SUGA: "ผมรู้สึกเขินนิดหน่อยที่จะเรียกตัวเองว่าแร็ปเปอร์ใต้ดินครับ คือตอนที่ผมยังเด็กและทำเพลงอยู่ที่แทกู ผมมักจะมองหาโอกาสที่จะไปแสดงที่โซลเสมอ เพราะที่แทกูแทบไม่มีสถานที่จัดงานเลย และไม่มีทางที่จะหาเงินได้จริงๆ ผมเลยตระหนักได้ว่าถ้าอยากทำเพลงต่อไป ผมต้องมุ่งหน้าสู่โซลครับ"

การทำเพลงกว่า 100 เพลงสำหรับอัลบั้ม Arirang และระบบ "การให้คะแนน" เพื่อเลือกเพลงโปรด
V: "พวกเราแต่ละคนมีความเห็นเยอะมากครับ"
Jung Kook: "พูดง่ายๆ คือ พวกเราทุกคนมารวมตัวกันที่เดียวและฟังเพลงทั้งหมด ตั้งแต่แทร็กที่ 1 ถึงแทร็กที่ 100 ฟังทั้งหมดเลยครับ ในขณะที่ฟังเราก็จะคุยกันว่า 'เพลงนี้เป็นยังไงบ้าง' หรือ 'มีความเห็นยังไง' คุยกันแบบตรงไปตรงมาเลย"
V: "ใช่ครับ"
Jung Kook: "แล้วเราก็เลือกเพลงจากตรงนั้น"
V: "และถ้าผมจำไม่ผิด พวกเรามีระบบการให้คะแนนด้วยครับ"
Jung Kook: "ใช่ๆ ถูกต้องเลย"
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่