พึ่งจะพอมีเวลาและคุณพิพัฒน์ก็ยังเป็นกระแสอยู่ ไม่เบาด้วย และก็คงมีต่อไป มันเกี่ยวกับวิธีคิดของเขาและกลุ่มคนพวกนี้ ที่มันสร้างปัญหา ที่มันจะส่งต่อไปยังนโยบายต่างๆ แล้วสร้างปัญหาให้ประเทศชาติประชาชน และได้คุยกับ ai ประกอบ สิ่งแย่ๆที่พวกนี้กำลังทำกับสังคม เช่น
1 เป็นการ ยึดคำดีๆ มาเป็นของตัวเอง
คำว่า “รักชาติ” เป็นคุณค่าที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่เอามาผูกกับการเลือกพรรคตัวเอง เท่ากับสื่อว่า
ถ้าไม่เลือกเรา = ไม่รักชาติ ซึ่งเป็นการบิดเบือนความหมายของคำว่ารักชาติให้แคบ และกลายเป็นการ “ผูกขาด”ความดี
(”ผูกขาด” หรือ กึ่ง”ผูกขาด”,ครอบงำตลาด เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้ประชาชนจริงๆ ทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือกต้องใช้ของแพง ฟันกำไรเป็นแสนล้าน เงินเดือนเป็นล้าน(ต่อเดือน) บริษัทพลังงานที่หลายคนกำลังสู้อยู่ )
2 เห็นต่างได้แต่ไม่ใช่สร้างความแตกแยก
แทนที่จะถกเถียงกันด้วยนโยบายหรือข้อเท็จจริง กลับทำให้การเมืองกลายเป็น ฝ่ายรักชาติ vs ฝ่ายขายชาติ ซึ่งมันกระตุ้นอารมณ์คนได้แรง แต่ทำให้สังคมแตกแยก
3 มันต้องด้วย “การกระทำ” งั้นก็แค่ดีแต่พูด เอาดีเข้าตัวเองกับพรรคพวก การกระทำก็เช่น ไม่โกง, โปร่งใส ตรวจสอบได้, ผลประโยชน์ไม่ทับซ้อน มีหุ้นก็ขายออกไป, ยกระดับชีวิตประชาชนจริงๆ
มันเป็น “วาทกรรมปลุกอารมณ์” มากกว่าสาระ เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนเลือกด้วยความรู้สึก และลดพื้นที่การคิดด้วยเหตุผล
และความหมายของคำว่า “ชาติ” ของคุณพิพัฒน์และพวกนี้ น่ากลัว ดูเหมือนว่า ประชาชนก็แค่ส่วนประกอบเล็กๆ ไม่ต้องสนใจฟังอะไรมาก เหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด ต้องพวกบริษัทใหญ่ๆ นายทุนใหญ่ๆ
เห็นเงินเป็นตัวแก้ปัญหาทุกอย่าง มันเลยสร้างปัญหาเยอะแยะ ดูดเงินจากประชาชนตัวเล็กๆที่แค่มีกินวันๆก็ลำบากแล้ว แล้วไปโอ๋พวกนายทุนใหญ่ๆ นี่แหละปัญหาใหญ่ของประชาชนตัวเล็กๆเลย
มันต้องรู้จักคิดมากกว่านี้ว่าเงินมันไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง การเอากันไม่รู้จักพอของพวกมีเยอะมากแล้วนี่แหละต้องรู้จักพอได้แล้ว เอากันสนองกิเลสไม่รู้จักพอ ทั้งทำร้ายทำลายโลก/สิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาโลกร้อน ฝุ่นพิษ ซึ่งมันต้องรู้จักรับผิดชอบบ้างด้วย เน้นบริโภคนิยม กระตุ้นปลุกเร้ากันเข้าไป จนเป็นหนี้สินกันเยอะแยะ จนก็ยิ่งจน รวยก็ยิ่งรวยกระจุก .... พวกนี้เต็มไปด้วยโมหะ ความไม่รู้ ความหลง หลงตัวเอง หลงอำนาจ ....
ใครเตือนพวกนี้ได้ก็ช่วยเตือนหน่อย เพื่อประเทศชาติอันมีประชาชนเป็นใหญ่
"...ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร..." ~ ร.7 ~
แนวคิดคุณพิพัฒน์ และ(ย้อนหลังนิด)วาทกรรม รักชาติ ตอนหาเสียง
1 เป็นการ ยึดคำดีๆ มาเป็นของตัวเอง
คำว่า “รักชาติ” เป็นคุณค่าที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่เอามาผูกกับการเลือกพรรคตัวเอง เท่ากับสื่อว่า
ถ้าไม่เลือกเรา = ไม่รักชาติ ซึ่งเป็นการบิดเบือนความหมายของคำว่ารักชาติให้แคบ และกลายเป็นการ “ผูกขาด”ความดี
(”ผูกขาด” หรือ กึ่ง”ผูกขาด”,ครอบงำตลาด เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้ประชาชนจริงๆ ทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือกต้องใช้ของแพง ฟันกำไรเป็นแสนล้าน เงินเดือนเป็นล้าน(ต่อเดือน) บริษัทพลังงานที่หลายคนกำลังสู้อยู่ )
2 เห็นต่างได้แต่ไม่ใช่สร้างความแตกแยก
แทนที่จะถกเถียงกันด้วยนโยบายหรือข้อเท็จจริง กลับทำให้การเมืองกลายเป็น ฝ่ายรักชาติ vs ฝ่ายขายชาติ ซึ่งมันกระตุ้นอารมณ์คนได้แรง แต่ทำให้สังคมแตกแยก
3 มันต้องด้วย “การกระทำ” งั้นก็แค่ดีแต่พูด เอาดีเข้าตัวเองกับพรรคพวก การกระทำก็เช่น ไม่โกง, โปร่งใส ตรวจสอบได้, ผลประโยชน์ไม่ทับซ้อน มีหุ้นก็ขายออกไป, ยกระดับชีวิตประชาชนจริงๆ
มันเป็น “วาทกรรมปลุกอารมณ์” มากกว่าสาระ เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนเลือกด้วยความรู้สึก และลดพื้นที่การคิดด้วยเหตุผล
และความหมายของคำว่า “ชาติ” ของคุณพิพัฒน์และพวกนี้ น่ากลัว ดูเหมือนว่า ประชาชนก็แค่ส่วนประกอบเล็กๆ ไม่ต้องสนใจฟังอะไรมาก เหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด ต้องพวกบริษัทใหญ่ๆ นายทุนใหญ่ๆ
เห็นเงินเป็นตัวแก้ปัญหาทุกอย่าง มันเลยสร้างปัญหาเยอะแยะ ดูดเงินจากประชาชนตัวเล็กๆที่แค่มีกินวันๆก็ลำบากแล้ว แล้วไปโอ๋พวกนายทุนใหญ่ๆ นี่แหละปัญหาใหญ่ของประชาชนตัวเล็กๆเลย
มันต้องรู้จักคิดมากกว่านี้ว่าเงินมันไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง การเอากันไม่รู้จักพอของพวกมีเยอะมากแล้วนี่แหละต้องรู้จักพอได้แล้ว เอากันสนองกิเลสไม่รู้จักพอ ทั้งทำร้ายทำลายโลก/สิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาโลกร้อน ฝุ่นพิษ ซึ่งมันต้องรู้จักรับผิดชอบบ้างด้วย เน้นบริโภคนิยม กระตุ้นปลุกเร้ากันเข้าไป จนเป็นหนี้สินกันเยอะแยะ จนก็ยิ่งจน รวยก็ยิ่งรวยกระจุก .... พวกนี้เต็มไปด้วยโมหะ ความไม่รู้ ความหลง หลงตัวเอง หลงอำนาจ ....
ใครเตือนพวกนี้ได้ก็ช่วยเตือนหน่อย เพื่อประเทศชาติอันมีประชาชนเป็นใหญ่
"...ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร..." ~ ร.7 ~