ควรเดินหน้าต่อหรือพอเท่านี้ครับ

ผมกับแฟนคบกันมา2ปีกว่าแล้วครับ ผมทำอาชีพค้าขายส่วนแฟนทำราชการครับ แฟนผมมีแพลนที่อยากจะได้รถไฟฟ้า แต่ก่อนหน้านี้ผมกับแฟนมีรถยนต์กันคนละคัน รถผมผ่อนหมดแล้ว ของแฟนแม่แฟนเป็นคนผ่อนให้ครับ ล่าสุดเมืองทองมีงานมอเตอร์โชว์รถต่างๆ แฟนตั้งใจจะพาผมไปดูรถด้วยกัน ก่อนที่จะไปดูรถ เค้าบอกว่าจะเอารถผมไปขายเพื่อจะซื้อรถไฟฟ้า ผมก็นิ่งเงียบไป วันที่จะไปดูรถด้วยกันผมมีงานด่วนที่จะต้องต่างประเทศ แฟนเลยต้องไปดูกับเพื่อนเค้า พอตกกลางคืนผมโทรหาแฟน แฟนบอกได้ทำการจองรถไปแล้ว ผมก็บอกว่ามันต้องเป็นชื่อผมนะแล้วแฟนเป็นคนค้ํานะ เพราะผมมีชื่อเรื่องผ่อนบ้างอยู่ครับ แฟนก็ตกลง ผ่านไป2วันผมกลับมาถามว่ารถยนต์ว่ายังไง แฟนบอกว่าเค้าจองเป็นชื่อเค้านะ ส่งสลิปเงินเดือนอะไรให้เซลล์เรียบร้อยแล้วแล้วจะเอารถผมไปตีราคามา ผมเลยถามว่าตอนแรกว่าจะเป็นผมไงแล้วทำไมเป็นชื่อเธอ แฟนให้คำตอบว่าก็เธอไม่ค่อยได้อยู่แล้วชื่อเธอไม่รู้กู้ผ่านมั้ย ขอจะเอกสารก็ลำบากเลยเอาเป็นชื่อเค้า ผมเลยบอกกับเค้าตรงๆว่า รถคันนี้เป็นน้ําพักน้ําแรงของผมกว่าจะได้มันมาแล้วเอาไปขายแล้วเพื่อซื้อรถใหม่ถ้าเธอไม่ผ่อนต่อหรือทั้ง2คนเลิกกับไป เค้าไม่มีอะไรติดตัวเค้าเลยนะ ถ้าเป็นชื่อเค้ามันก็ยังดีกว่าแล้วตอนนี้ยังไม่อยากเป็นหนี้ด้วย ตอนนี้รถก็ไม่ต้องผ่อนแล้ว มันเซฟตังได้เดือน1หมื่นเลยนะ เค้าขอเก็บตังก่อนจะซื้อตอนไหนก็ได้ ถ้าตอนนี้ไม่มีเงินทุน ผมจะเอาทุนจากไหนมาซื้อของขาย ของก็แพงขึ้นทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ผมพูดจบ ผมก็รีบออกมาซื้อของไปขายที่ต่างจังหวัด พอค่ำๆแม่แฟนโทรมาบอกว่า ทะเลาะกันหรอเรื่องอะไร ผมบอกว่าเค้าอยากได้รถไฟฟ้า ผมยังไม่อยากเป็นหนี้ครับผม ตอนนี้ข้าวของแพงผมยังไม่อยากทำไรเลย แม่แฟนบอกว่าเข้าใจ ปล่อยมัน ถ้าอยากได้รถไฟฟ้ามากก็เอารถที่แม่ผ่อนให้ไปขายขายได้เท่าไรก็ให้มันไปดาวน์แล้วหาตังผ่อนเองถ้ามันอยากได้จริงๆก็แม่จะไม่ผ่อนให้แล้ว แม่แฟนบอกว่าเฉยๆนิ่งไปปล่อยมันคิดได้เองอย่าคิดมากนะ ผมก็ทำงานต่อผมทักหาแฟนตั้งแต่วันที่3จนตอนนี้ก็ไม่ตอบกลับโทรหาก็ไม่รับสาย ผมทำงานไม่มีความสุขเลย คิดมากเรื่องนี้ตลอดเวลาสีหน้าออก ผมไม่รู้จะทำยังไง เมื่อเจอหน้ากัน!!! ปล.ผมอาจจะเรียบเรียงคำพูดไม่เก่งต้องขออภัยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่