ใครที่เคยฝันอยากมีกองทัพสตอร์มทรูปเปอร์เป็นของตัวเอง หรือมีกองทัพมนุษย์โคลนนิ่งของตัวเองแบบเดียวกับจักรวาล Star Wars อาจจะต้องผิดหวังเมื่อทีมนักวิทย์จากญี่ปุ่นพิสูจน์แล้วว่าการสร้างกองทัพมนุษย์โคลนอาจไม่ได้ง่ายแบบ Ctrl+C แล้ว Ctrl+V รัว ๆ
.
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยามานาชิ (University of Yamanashi) ในญี่ปุ่นใช้เวลามากกว่า 20 ปีเพื่อพิสูจน์ว่าเราจะสามารถโคลนนิ่ง ‘สำเนาของสำเนา’ ไปได้เรื่อย ๆ หรือไม่ โดยทีมนักวิทย์เลือกใช้สารเคมีตัวช่วยอย่าง Trichostatin A เพื่อยับยั้งความผิดปกติทางพันธุกรรมในกระบวนการโคลน ซึ่งในช่วงแรกทีมวิจัยพบว่าพวกเขาสามารถโคลนนิ่งหนูได้มากถึง 1,200 ตัวจากตัวต้นแบบ และดูเหมือนจะสามารถโคลนต่อไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แบบเดียวกับการสร้างกองทัพมนุษย์โคลนใน Star Wars
.
แต่ทว่าปัญหากลับเริ่มเกิดขึ้นในการโคลนนิ่งรุ่นที่ 25-27 ซึ่งทีมวิจัยยังคงโคลนนิ่งต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งในการโคลนรุ่นที่ 58 ปรากฎว่าหนูโคลนในรุ่นนี้ไม่มีตัวไหนมีชีวิตรอดได้เกิน 1 วันหลังจากเกิดมา
.
นักวิทย์คิดว่าสาเหตุของทางตันในการโคลนครั้งนี้อาจเกิดจากการสะสมของยีนกลายพันธุ์ แม้จำมีการใช้สารช่วยเหลือก็ตาม แต่ทุก ๆ รุ่นที่โคลนใหม่จะเกิดการกลายพันธุ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ประมาณ 70 จุดต่อรุ่น ที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้การโคลนนิ่งยังทำให้หนูที่เกิดมาไม่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม อีกทั้งยังขาดกระบวนการกำจัดยีนด้อยหรือยีนที่ผิดปกติออกไป ซึ่งพบได้ในการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
.
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซ้ำไปซ้ำมามี ‘ขีดจำกัดทางชีวภาพ’ เพราะรหัสพันธุกรรมจะเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ เมื่อมีการคัดลอกใหม่ แบบเดียวกับการเอาเอกสารไปถ่ายเอกสารซ้ำจากใบเดิมไปเรื่อย ๆ จนภาพเบลอและอ่านไม่ออก
.
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าหากนำหนูโคลนรุ่นหลัง ๆ (ที่ยังแข็งแรง) ไป ผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ลูกที่เกิดมาจะมีสุขภาพปกติและรกที่เคยผิดปกติก็กลับมาเป็นปกติ ซึ่งพิสูจน์ว่าการสืบพันธุ์แบบอาศํยเพศอาจจะเป็นกลไกสำคัญที่ธรรมชาติใช้เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของเผ่าพันธุ์ไว้นั่นเอง
The Principia
https://www.facebook.com/share/p/1EzfEPt3Gu/
🐁 นักวิทย์ญี่ปุ่นทุ่ม 20 ปีโคลนนิ่งหนูจนพบขีดจำกัดการโคลนนิ่ง
.
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยามานาชิ (University of Yamanashi) ในญี่ปุ่นใช้เวลามากกว่า 20 ปีเพื่อพิสูจน์ว่าเราจะสามารถโคลนนิ่ง ‘สำเนาของสำเนา’ ไปได้เรื่อย ๆ หรือไม่ โดยทีมนักวิทย์เลือกใช้สารเคมีตัวช่วยอย่าง Trichostatin A เพื่อยับยั้งความผิดปกติทางพันธุกรรมในกระบวนการโคลน ซึ่งในช่วงแรกทีมวิจัยพบว่าพวกเขาสามารถโคลนนิ่งหนูได้มากถึง 1,200 ตัวจากตัวต้นแบบ และดูเหมือนจะสามารถโคลนต่อไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แบบเดียวกับการสร้างกองทัพมนุษย์โคลนใน Star Wars
.
แต่ทว่าปัญหากลับเริ่มเกิดขึ้นในการโคลนนิ่งรุ่นที่ 25-27 ซึ่งทีมวิจัยยังคงโคลนนิ่งต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งในการโคลนรุ่นที่ 58 ปรากฎว่าหนูโคลนในรุ่นนี้ไม่มีตัวไหนมีชีวิตรอดได้เกิน 1 วันหลังจากเกิดมา
.
นักวิทย์คิดว่าสาเหตุของทางตันในการโคลนครั้งนี้อาจเกิดจากการสะสมของยีนกลายพันธุ์ แม้จำมีการใช้สารช่วยเหลือก็ตาม แต่ทุก ๆ รุ่นที่โคลนใหม่จะเกิดการกลายพันธุ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ประมาณ 70 จุดต่อรุ่น ที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้การโคลนนิ่งยังทำให้หนูที่เกิดมาไม่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม อีกทั้งยังขาดกระบวนการกำจัดยีนด้อยหรือยีนที่ผิดปกติออกไป ซึ่งพบได้ในการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
.
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซ้ำไปซ้ำมามี ‘ขีดจำกัดทางชีวภาพ’ เพราะรหัสพันธุกรรมจะเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ เมื่อมีการคัดลอกใหม่ แบบเดียวกับการเอาเอกสารไปถ่ายเอกสารซ้ำจากใบเดิมไปเรื่อย ๆ จนภาพเบลอและอ่านไม่ออก
.
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าหากนำหนูโคลนรุ่นหลัง ๆ (ที่ยังแข็งแรง) ไป ผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ลูกที่เกิดมาจะมีสุขภาพปกติและรกที่เคยผิดปกติก็กลับมาเป็นปกติ ซึ่งพิสูจน์ว่าการสืบพันธุ์แบบอาศํยเพศอาจจะเป็นกลไกสำคัญที่ธรรมชาติใช้เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของเผ่าพันธุ์ไว้นั่นเอง
The Principia
https://www.facebook.com/share/p/1EzfEPt3Gu/