สวัสดีค่ะ อยากมาขอความคิดเห็นแบบตรง ๆ จากคนนอก เพราะตอนนี้ผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่เรายังติดอยู่กับเรื่องนี้มาก และไม่แน่ใจว่าควรมองมันยังไงดี
เราได้รู้จักผู้ชายคนนึง เป็นคนไต้หวัน อายุห่างจากเราประมาณ 10 กว่าปี
เริ่มจากเขาทักเรามาในแอปก่อน แล้วก็คุยกันต่อช่องทางอื่น
เราคุยกันจริงจังประมาณ วันที่ 15–19
ช่วงนั้นคุยกันทุกวัน มีทั้ง good morning / good night คุยเรื่องงาน ชีวิตประจำวัน เรื่องเที่ยว ของกิน อะไรแบบนี้
เขาก็อัปเดตเราตลอดว่าจะมาไทยจริงไหม จองตั๋ว จองโรงแรม ซื้อซิม เตรียมตัวอะไรยังไง
ก่อนเจอกันต้องบอกตามตรงว่า ยังไม่เคย video call กัน
และก่อนเจอ บทสนทนายังไม่ได้ลึกถึงขั้นเปิดใจทุกอย่าง แต่คุยกันโอเคมาก
วันที่ 19 — วันเจอกันครั้งแรก
เขามาไทยจริง และเราเจอกันที่โรงแรมแถวอโศกประมาณ 19:00 น.
วันนั้นบรรยากาศโดยรวมโอเคมาก
เราไปเดินตลาดด้วยกัน กินผัดไทย ซื้อของในเซเว่น เขาออกค่าใช้จ่ายหลายอย่างให้ และเราก็คุยเล่น หัวเราะกันปกติ
ช่วงนั้นเขายังลงรูป/สตอรี่แล้วแท็กเราเองด้วย
เลยทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้ปิดบังว่าอยู่กับเรา
หลังจากกลับมาที่ห้อง ช่วงกลางคืนของวันที่ 19 จนถึงประมาณตี 3 เขาเริ่มเล่าเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้ฟังมากขึ้น เช่น เรื่องเพื่อน เรื่องแฟนเก่า เรื่องอดีต และเรื่องชีวิตของเขา
ตรงนี้ทำให้เราผูกพันเร็วมาก เพราะมันรู้สึกเหมือนเขาเปิดใจให้เราเห็นอีกด้านนึงของเขาในคืนเดียว
คืนนั้นเรานั่งกินขนม คุย เล่นเกม ดูซีรีส์ แล้วก็นอนกันปกติ
คืนนั้นยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันที่ 20 — วันที่เริ่มพัง
เช้าวันต่อมา เขาเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาเรา และเราสองคนก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน
หลังจากนั้นตอนแรกบรรยากาศก็ยังไม่ได้แย่ทันที
เรายังออกไปกิน McDonald’s กันตามปกติ
จากนั้นเราต้องกลับบ้านไปทำธุระก่อน แล้วค่อยกลับมาเจอเขาอีกทีเพื่อไปเที่ยวต่อ
แต่ปัญหาคือเรา ประเมินเวลาเดินทางผิด + ไปลงผิดที่
ทำให้เขาต้อง รอเราประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า
สิ่งที่ทำให้เราสับสนคือ ระหว่างที่เขารอ เขายังคุยกับเราได้ปกติ หัวเราะได้ปกติ และยังพูดด้วยว่า
“ถ้าไม่ทัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้”
หรือเปลี่ยนแผนไป จตุจักรก่อน ก็ได้
เลยทำให้ตอนนั้นเราเข้าใจว่าเขาอาจยังไม่โกรธมาก หรืออย่างน้อยยังโอเคอยู่
แต่พอเราไปถึงจริง เขาดูอารมณ์เสียมาก และสุดท้ายเขาพิมพ์อธิบายเป็นอังกฤษยาว ๆ ว่า
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ขอโทษแล้วจบ
เขาคิดว่าการมาตรงเวลาเป็นมารยาทพื้นฐาน
เขานั่งรอเรากว่า 3 ชั่วโมง
เขามีเวลามาเที่ยวไม่กี่ครั้งต่อปี
เขาไม่อยากเสียเวลาวันเที่ยวไปกับการรอ
ซึ่งพูดตรง ๆ ว่า เราก็เข้าใจได้ว่าเขาโกรธ
หลังจากนั้นเรากลับไปที่โรงแรมกับเขา เขาให้เราไปเอาของที่ลืมไว้ แล้วบอกว่าเขา ขอเวลาส่วนตัว
ตรงนี้เรายอมรับเลยว่าเราจัดการอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดี
เพราะเรากลัวว่าทุกอย่างจะพัง เลยพยายามขอโทษและยังทักเขาต่อ
สุดท้ายเรากับเขาแยกกันประมาณ 19:00 น. ของวันที่ 20
หลังจากนั้น
เช้าวันต่อมาเรายังทักเขาอยู่ เขาอ่านแต่ไม่ตอบ
วันนั้นเราก็ยังไปเที่ยวตามแพลนเดิมที่เคยคุยกับเขาไว้คนเดียว และเขาก็ยังดูสตอรี่เราอยู่
แต่พอกลางคืน เราทักเขาไปอีกเป็นข้อความยาว ๆ + คลิปขอโทษ / ขอโอกาส
หลังจากนั้นเขาก็ บล็อกเรา
วันที่ 22
เช้าวันที่ 22 หลังจากโดนบล็อก เรารีบไปหาเขาถึงโรงแรม
เพราะตอนนั้นเรายังทำใจไม่ได้และอยากคุยให้จบตรง ๆ
พอเจอ เขาบอกประมาณว่า
เราไม่ควรอยู่ตรงนั้น
เขาไม่ได้เชิญเรา
ถ้ายังอยู่ต่อเขาจะเรียกตำรวจ
ตอนนั้นเราช็อกมาก แล้วเราก็พูด goodbye กับเขา
จากนั้นเขาก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองเลย
เขากลับไต้หวันวันที่ 23
สรุปตรง ๆ
ถ้ามองแบบไม่เข้าข้างตัวเองเลยคือ
เราคุยกันจริงจังแค่ ประมาณ 4–5 วัน
เจอหน้ากันจริงแค่ 1 ครั้ง
และอยู่ด้วยกันจริง ๆ แค่ ประมาณ 24 ชั่วโมง
แต่ใน 24 ชั่วโมงนั้น ความสัมพันธ์มันพัฒนาเร็วมาก ทั้งทางความรู้สึกและทางกาย
แล้วมันก็มาพังหนักในวันที่ 20 เพราะเรื่องเวลา + การรอ + การจัดการอารมณ์ของเราในช่วงหลัง
อยากถามคนนอกตรง ๆ ว่า
จากเรื่องทั้งหมดนี้ ทุกคนคิดว่า เขาเคยมีความรู้สึกดีจริงไหม หรือเป็นแค่ช่วงเวลาชั่วคราว
เขา ไม่ได้โอเคกับเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หรือจริง ๆ แล้วจุดพังคือ เรื่องวันที่ 20 เป็นหลัก
เรื่องนี้เข้าข่ายว่า เขาหลอกเรา หรือเป็นแค่ เขารู้สึกดีตอนแรก แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้แล้วไม่อยากไปต่อ
ถ้าเป็นทุกคน หลังจากโดนบล็อกและอีกฝ่ายชัดเจนขนาดนี้ ควร ปิดเรื่องนี้ถาวร 100% ใช่ไหม
ทำไมทั้งที่มันเป็นความสัมพันธ์สั้นมาก แต่เรากลับ ผูกพันและติดอยู่กับมันนานขนาดนี้
เรายอมรับว่าเราก็มีส่วนผิด โดยเฉพาะเรื่องเวลาและการจัดการอารมณ์หลังจากเขาขอ space
แต่อีกใจก็ยังค้างมากว่า
ช่วงเวลาที่มันดีมาก ๆ นั้น มันจริงแค่ไหน
ขอบคุณทุกคนล่วงหน้าค่ะ
อยากได้คำตอบแบบตรง ๆ และเป็นกลางจริง ๆ
รบกวนพี่ๆเพื่อนๆช่วยออกความคิดเห็นหน่อยนะคะเป็น lgbtq นะค่ะอยู่ยังมูฟไม่ได้สักทีตอนนี้ผ่านมา 3 เดือนกว่าๆแล้ว
เราได้รู้จักผู้ชายคนนึง เป็นคนไต้หวัน อายุห่างจากเราประมาณ 10 กว่าปี
เริ่มจากเขาทักเรามาในแอปก่อน แล้วก็คุยกันต่อช่องทางอื่น
เราคุยกันจริงจังประมาณ วันที่ 15–19
ช่วงนั้นคุยกันทุกวัน มีทั้ง good morning / good night คุยเรื่องงาน ชีวิตประจำวัน เรื่องเที่ยว ของกิน อะไรแบบนี้
เขาก็อัปเดตเราตลอดว่าจะมาไทยจริงไหม จองตั๋ว จองโรงแรม ซื้อซิม เตรียมตัวอะไรยังไง
ก่อนเจอกันต้องบอกตามตรงว่า ยังไม่เคย video call กัน
และก่อนเจอ บทสนทนายังไม่ได้ลึกถึงขั้นเปิดใจทุกอย่าง แต่คุยกันโอเคมาก
วันที่ 19 — วันเจอกันครั้งแรก
เขามาไทยจริง และเราเจอกันที่โรงแรมแถวอโศกประมาณ 19:00 น.
วันนั้นบรรยากาศโดยรวมโอเคมาก
เราไปเดินตลาดด้วยกัน กินผัดไทย ซื้อของในเซเว่น เขาออกค่าใช้จ่ายหลายอย่างให้ และเราก็คุยเล่น หัวเราะกันปกติ
ช่วงนั้นเขายังลงรูป/สตอรี่แล้วแท็กเราเองด้วย
เลยทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้ปิดบังว่าอยู่กับเรา
หลังจากกลับมาที่ห้อง ช่วงกลางคืนของวันที่ 19 จนถึงประมาณตี 3 เขาเริ่มเล่าเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้ฟังมากขึ้น เช่น เรื่องเพื่อน เรื่องแฟนเก่า เรื่องอดีต และเรื่องชีวิตของเขา
ตรงนี้ทำให้เราผูกพันเร็วมาก เพราะมันรู้สึกเหมือนเขาเปิดใจให้เราเห็นอีกด้านนึงของเขาในคืนเดียว
คืนนั้นเรานั่งกินขนม คุย เล่นเกม ดูซีรีส์ แล้วก็นอนกันปกติ
คืนนั้นยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันที่ 20 — วันที่เริ่มพัง
เช้าวันต่อมา เขาเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาเรา และเราสองคนก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน
หลังจากนั้นตอนแรกบรรยากาศก็ยังไม่ได้แย่ทันที
เรายังออกไปกิน McDonald’s กันตามปกติ
จากนั้นเราต้องกลับบ้านไปทำธุระก่อน แล้วค่อยกลับมาเจอเขาอีกทีเพื่อไปเที่ยวต่อ
แต่ปัญหาคือเรา ประเมินเวลาเดินทางผิด + ไปลงผิดที่
ทำให้เขาต้อง รอเราประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า
สิ่งที่ทำให้เราสับสนคือ ระหว่างที่เขารอ เขายังคุยกับเราได้ปกติ หัวเราะได้ปกติ และยังพูดด้วยว่า
“ถ้าไม่ทัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้”
หรือเปลี่ยนแผนไป จตุจักรก่อน ก็ได้
เลยทำให้ตอนนั้นเราเข้าใจว่าเขาอาจยังไม่โกรธมาก หรืออย่างน้อยยังโอเคอยู่
แต่พอเราไปถึงจริง เขาดูอารมณ์เสียมาก และสุดท้ายเขาพิมพ์อธิบายเป็นอังกฤษยาว ๆ ว่า
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ขอโทษแล้วจบ
เขาคิดว่าการมาตรงเวลาเป็นมารยาทพื้นฐาน
เขานั่งรอเรากว่า 3 ชั่วโมง
เขามีเวลามาเที่ยวไม่กี่ครั้งต่อปี
เขาไม่อยากเสียเวลาวันเที่ยวไปกับการรอ
ซึ่งพูดตรง ๆ ว่า เราก็เข้าใจได้ว่าเขาโกรธ
หลังจากนั้นเรากลับไปที่โรงแรมกับเขา เขาให้เราไปเอาของที่ลืมไว้ แล้วบอกว่าเขา ขอเวลาส่วนตัว
ตรงนี้เรายอมรับเลยว่าเราจัดการอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดี
เพราะเรากลัวว่าทุกอย่างจะพัง เลยพยายามขอโทษและยังทักเขาต่อ
สุดท้ายเรากับเขาแยกกันประมาณ 19:00 น. ของวันที่ 20
หลังจากนั้น
เช้าวันต่อมาเรายังทักเขาอยู่ เขาอ่านแต่ไม่ตอบ
วันนั้นเราก็ยังไปเที่ยวตามแพลนเดิมที่เคยคุยกับเขาไว้คนเดียว และเขาก็ยังดูสตอรี่เราอยู่
แต่พอกลางคืน เราทักเขาไปอีกเป็นข้อความยาว ๆ + คลิปขอโทษ / ขอโอกาส
หลังจากนั้นเขาก็ บล็อกเรา
วันที่ 22
เช้าวันที่ 22 หลังจากโดนบล็อก เรารีบไปหาเขาถึงโรงแรม
เพราะตอนนั้นเรายังทำใจไม่ได้และอยากคุยให้จบตรง ๆ
พอเจอ เขาบอกประมาณว่า
เราไม่ควรอยู่ตรงนั้น
เขาไม่ได้เชิญเรา
ถ้ายังอยู่ต่อเขาจะเรียกตำรวจ
ตอนนั้นเราช็อกมาก แล้วเราก็พูด goodbye กับเขา
จากนั้นเขาก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองเลย
เขากลับไต้หวันวันที่ 23
สรุปตรง ๆ
ถ้ามองแบบไม่เข้าข้างตัวเองเลยคือ
เราคุยกันจริงจังแค่ ประมาณ 4–5 วัน
เจอหน้ากันจริงแค่ 1 ครั้ง
และอยู่ด้วยกันจริง ๆ แค่ ประมาณ 24 ชั่วโมง
แต่ใน 24 ชั่วโมงนั้น ความสัมพันธ์มันพัฒนาเร็วมาก ทั้งทางความรู้สึกและทางกาย
แล้วมันก็มาพังหนักในวันที่ 20 เพราะเรื่องเวลา + การรอ + การจัดการอารมณ์ของเราในช่วงหลัง
อยากถามคนนอกตรง ๆ ว่า
จากเรื่องทั้งหมดนี้ ทุกคนคิดว่า เขาเคยมีความรู้สึกดีจริงไหม หรือเป็นแค่ช่วงเวลาชั่วคราว
เขา ไม่ได้โอเคกับเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หรือจริง ๆ แล้วจุดพังคือ เรื่องวันที่ 20 เป็นหลัก
เรื่องนี้เข้าข่ายว่า เขาหลอกเรา หรือเป็นแค่ เขารู้สึกดีตอนแรก แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้แล้วไม่อยากไปต่อ
ถ้าเป็นทุกคน หลังจากโดนบล็อกและอีกฝ่ายชัดเจนขนาดนี้ ควร ปิดเรื่องนี้ถาวร 100% ใช่ไหม
ทำไมทั้งที่มันเป็นความสัมพันธ์สั้นมาก แต่เรากลับ ผูกพันและติดอยู่กับมันนานขนาดนี้
เรายอมรับว่าเราก็มีส่วนผิด โดยเฉพาะเรื่องเวลาและการจัดการอารมณ์หลังจากเขาขอ space
แต่อีกใจก็ยังค้างมากว่า
ช่วงเวลาที่มันดีมาก ๆ นั้น มันจริงแค่ไหน
ขอบคุณทุกคนล่วงหน้าค่ะ
อยากได้คำตอบแบบตรง ๆ และเป็นกลางจริง ๆ