ซีรีส์ คิดถึงจัง ตังค์อยู่ไหน Chasing Love, Chasing Cash 2569 ซีรีส์รอมคอมที่ทำให้คุณเชื่อว่า รักกับเงิน… อาจกลมกล่อมด้วยกันได้
เป็นเรื่องที่ผสมความวุ่นวายของชีวิตจริง + ความฝัน + ความรักแบบไม่คาดฝันเข้าไว้ด้วยกัน
เรื่องราวเริ่มต้นจาก จ๊อบ (รับบทโดย นิว ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ) พ่อลูกอ่อนดวงตกที่ชีวิตพลิกผันแบบไม่ทันตั้งตัว
แฟนเก่า (ฝ้าย) บอกว่าไปเกาหลีแล้วหายสาบสูญ ทิ้งไว้แต่ลูกน้อยวัยแบเบาะกับกองหนี้ที่เจ้าหนี้ตามตื๊ดไม่เว้นวัน
จ๊อบที่เคยเป็นยูทูบเบอร์สายสร้างแรงบันดาลใจ ต้องกลายเป็น “สามีสายแบก” อย่างเต็มตัว
เขาตัดสินใจขายดาวน์คอนโดเพื่อเอาเงินเปิดร้านกาแฟ หวังจะมีรายได้ใหม่มาปลดหนี้
แต่แล้ว… สตางค์ (รับบทโดย โตน ธวัลสิรี โพธิ์ทอง) ลูกสาวเจ้าแม่เงินกู้สายโหดอย่างเจ๊แดง ก็บุกมาทวงหนี้ก้อนสุดท้ายถึงหน้าห้องพอดี
สตางค์เป็นสาวไฟแรง มีความฝันอยากเปิดร้านกาแฟหรู ๆ แต่แม่ไม่เห็นด้วยเพราะกลัวลูกสาวล้มเหลวเหมือนครั้งก่อน ๆ
เมื่อรู้ว่าจ๊อบกำลังจะเปิดร้าน เธอเลยยื่นข้อเสนอสุดแปลก “ขอหุ้น 50% แลกกับไม่ทวงหนี้แบบจิกหัว”
จาก “เจ้าหนี้” กับ “ลูกหนี้” กลายเป็น “หุ้นส่วนธุรกิจ” ร้านกาแฟชื่อ…
การเริ่มต้นด้วยตัวเลขแดง ๆ จะกลายเป็นรสชาติความรักที่กลมกล่อมได้จริงหรือ?
นี่คือคำถามที่ซีรีส์ทั้ง 10 ตอน ตอบให้เราแบบสนุก ๆ ตลอดทาง
นิว ฐิติภูมิ กับ โตน ธวัลสิรี คู่พระเอกนางเอกที่เคมีลงตัวสุด ๆ
นิว ในบท จ๊อบ นี่คือ การพลิกบทบาทที่หลายคนรอคอยเลยนะ เขาเล่นบทพ่อลูกอ่อนได้น่าเชื่อถือมาก ทั้งความเหนื่อยล้า ความพยายาม และช่วงที่ต้อง “สตรอง” ให้ลูกเห็น ฉากเลี้ยงลูกที่บ้านหรือในร้านกาแฟ มันน่ารักจนใจละลาย แต่ก็มีมุมเปราะบางที่ทำให้คนดูอินสุด ๆ
ส่วน โตน ในบท สตางค์ คือ เจ้าหนี้ที่ “โหดแต่ไม่น่าเกลียด” เธอปากแข็ง แต่หัวใจนุ่มมาก ความฝันของเธอที่จะเป็นเจ้าของร้านกาแฟมันชัดเจนและสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูไปด้วย
เคมีระหว่างสองคนนี้เล่นกันแบบเนียนมาก ไม่ใช่แค่ฉากหวาน แต่ฉากทะเลาะกันเรื่องเงินเรื่องธุรกิจก็ฟินไม่แพ้กัน ดูแล้วรู้สึกว่า “คู่นี้เข้ากันได้จริง” ทั้งคู่เคยร่วมงานกันครั้งแรก แต่เล่นกันได้สนิทเหมือนคู่เดี่ยวมานาน
ผู้กำกับ ชัชวาล ศาสวัตกลูน
เก่งเรื่องเล่าเรื่องแบบเบา ๆ แต่มีสาระ เขาใช้บรรยากาศร้านกาแฟเป็นตัวนำเรื่อง ทำให้ภาพรวมสดใส หอมกรุ่น ฉากถ่ายทำในคาเฟ่จริง ๆ ดูน่าเข้าไปนั่งชิลมาก ทำให้อารมณ์ไหลลื่นตลอด 10 ตอน
ธีมลึกกว่าที่คิด เพราะซีรีส์ไม่ได้เล่าแค่เรื่องรักแบบ “เจ้าหนี้ตกหลุมรักลูกหนี้” อย่างผิวเผิน แต่ขุดลึกถึงเรื่องชีวิตจริงหลายอย่าง เช่น
การเป็นพ่อเลี้ยงลูกคนเดียวในสังคมที่คนอื่นมองว่า “ผู้ชายต้องสตรอง”
ความฝันที่ถูกกดทับโดยครอบครัว (แบบสตางค์ที่แม่ไม่ให้เปิดร้าน)
หนี้สินที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่เป็น “หนี้บุญคุณ” และ “หนี้ใจ”
การเริ่มต้นใหม่หลังถูกทิ้ง
ใครที่ชอบแนวรอมคอมแบบ Business Proposal หรือ What's Wrong with Secretary Kim แบบผ่อนคลายผสมกลิ่นอายไทย ๆ (หนี้สิน + ครอบครัว) เรื่องนี้น่าดู
เพราะในชีวิตจริง… บางทีหนี้สินอาจทำให้เราเจอ “คนที่ใช่” โดยไม่รู้ตัวก็ได้
และที่สำคัญ… มันทำให้เรามอง “เงิน” และ “ความรัก” ในมุมใหม่ ว่าเงินอาจเป็นตัวเริ่มต้น แต่หัวใจต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างกลมกล่อม
ถ้าคุณยังไม่ได้ดู ลองกดเข้า Monomax >>
https://www.monomax.me/title/105470-chasing-love-chasing-cash.html
คิดถึงจังตังค์อยู่ไหน
ChasingLoveChasingCash
ซีรีส์ คิดถึงจัง ตังค์อยู่ไหน 2569 หนี้กองโตแต่หัวใจเต็มเปี่ยม
เป็นเรื่องที่ผสมความวุ่นวายของชีวิตจริง + ความฝัน + ความรักแบบไม่คาดฝันเข้าไว้ด้วยกัน
เรื่องราวเริ่มต้นจาก จ๊อบ (รับบทโดย นิว ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ) พ่อลูกอ่อนดวงตกที่ชีวิตพลิกผันแบบไม่ทันตั้งตัว
แฟนเก่า (ฝ้าย) บอกว่าไปเกาหลีแล้วหายสาบสูญ ทิ้งไว้แต่ลูกน้อยวัยแบเบาะกับกองหนี้ที่เจ้าหนี้ตามตื๊ดไม่เว้นวัน
จ๊อบที่เคยเป็นยูทูบเบอร์สายสร้างแรงบันดาลใจ ต้องกลายเป็น “สามีสายแบก” อย่างเต็มตัว
เขาตัดสินใจขายดาวน์คอนโดเพื่อเอาเงินเปิดร้านกาแฟ หวังจะมีรายได้ใหม่มาปลดหนี้
แต่แล้ว… สตางค์ (รับบทโดย โตน ธวัลสิรี โพธิ์ทอง) ลูกสาวเจ้าแม่เงินกู้สายโหดอย่างเจ๊แดง ก็บุกมาทวงหนี้ก้อนสุดท้ายถึงหน้าห้องพอดี
สตางค์เป็นสาวไฟแรง มีความฝันอยากเปิดร้านกาแฟหรู ๆ แต่แม่ไม่เห็นด้วยเพราะกลัวลูกสาวล้มเหลวเหมือนครั้งก่อน ๆ
เมื่อรู้ว่าจ๊อบกำลังจะเปิดร้าน เธอเลยยื่นข้อเสนอสุดแปลก “ขอหุ้น 50% แลกกับไม่ทวงหนี้แบบจิกหัว”
จาก “เจ้าหนี้” กับ “ลูกหนี้” กลายเป็น “หุ้นส่วนธุรกิจ” ร้านกาแฟชื่อ…
การเริ่มต้นด้วยตัวเลขแดง ๆ จะกลายเป็นรสชาติความรักที่กลมกล่อมได้จริงหรือ?
นี่คือคำถามที่ซีรีส์ทั้ง 10 ตอน ตอบให้เราแบบสนุก ๆ ตลอดทาง
นิว ในบท จ๊อบ นี่คือ การพลิกบทบาทที่หลายคนรอคอยเลยนะ เขาเล่นบทพ่อลูกอ่อนได้น่าเชื่อถือมาก ทั้งความเหนื่อยล้า ความพยายาม และช่วงที่ต้อง “สตรอง” ให้ลูกเห็น ฉากเลี้ยงลูกที่บ้านหรือในร้านกาแฟ มันน่ารักจนใจละลาย แต่ก็มีมุมเปราะบางที่ทำให้คนดูอินสุด ๆ
ส่วน โตน ในบท สตางค์ คือ เจ้าหนี้ที่ “โหดแต่ไม่น่าเกลียด” เธอปากแข็ง แต่หัวใจนุ่มมาก ความฝันของเธอที่จะเป็นเจ้าของร้านกาแฟมันชัดเจนและสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูไปด้วย
เคมีระหว่างสองคนนี้เล่นกันแบบเนียนมาก ไม่ใช่แค่ฉากหวาน แต่ฉากทะเลาะกันเรื่องเงินเรื่องธุรกิจก็ฟินไม่แพ้กัน ดูแล้วรู้สึกว่า “คู่นี้เข้ากันได้จริง” ทั้งคู่เคยร่วมงานกันครั้งแรก แต่เล่นกันได้สนิทเหมือนคู่เดี่ยวมานาน
เก่งเรื่องเล่าเรื่องแบบเบา ๆ แต่มีสาระ เขาใช้บรรยากาศร้านกาแฟเป็นตัวนำเรื่อง ทำให้ภาพรวมสดใส หอมกรุ่น ฉากถ่ายทำในคาเฟ่จริง ๆ ดูน่าเข้าไปนั่งชิลมาก ทำให้อารมณ์ไหลลื่นตลอด 10 ตอน
ธีมลึกกว่าที่คิด เพราะซีรีส์ไม่ได้เล่าแค่เรื่องรักแบบ “เจ้าหนี้ตกหลุมรักลูกหนี้” อย่างผิวเผิน แต่ขุดลึกถึงเรื่องชีวิตจริงหลายอย่าง เช่น
การเป็นพ่อเลี้ยงลูกคนเดียวในสังคมที่คนอื่นมองว่า “ผู้ชายต้องสตรอง”
ความฝันที่ถูกกดทับโดยครอบครัว (แบบสตางค์ที่แม่ไม่ให้เปิดร้าน)
หนี้สินที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่เป็น “หนี้บุญคุณ” และ “หนี้ใจ”
การเริ่มต้นใหม่หลังถูกทิ้ง
ใครที่ชอบแนวรอมคอมแบบ Business Proposal หรือ What's Wrong with Secretary Kim แบบผ่อนคลายผสมกลิ่นอายไทย ๆ (หนี้สิน + ครอบครัว) เรื่องนี้น่าดู
เพราะในชีวิตจริง… บางทีหนี้สินอาจทำให้เราเจอ “คนที่ใช่” โดยไม่รู้ตัวก็ได้
และที่สำคัญ… มันทำให้เรามอง “เงิน” และ “ความรัก” ในมุมใหม่ ว่าเงินอาจเป็นตัวเริ่มต้น แต่หัวใจต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างกลมกล่อม
ถ้าคุณยังไม่ได้ดู ลองกดเข้า Monomax >> https://www.monomax.me/title/105470-chasing-love-chasing-cash.html
คิดถึงจังตังค์อยู่ไหน
ChasingLoveChasingCash