‘โทฟุซัง’ ออกนอกขวด ? วางแผนเปิด ‘ร้านนั่งกิน’ ปีที่แล้วรายได้โตขึ้น 40% คนไทยรักสุขภาพ กินโปรตีนเยอะขึ้น

คุยกับ “นาม-สุรนาม” แห่ง “โทฟุซัง” ผู้เปลี่ยนน้ำเต้าหู้ริมทางสู่แบรนด์พันล้าน! เทรนด์รักสุขภาพ-คนหันออกกำลังกายดันยอดขายนมโปรตีนโตแรง แง้มอนาคตได้เห็น “โทฟุซัง” เปิดหน้าร้าน เคล็ดลับอยู่นาน 15 ปี เพราะอร่อย-คุ้มค่า มีลูกค้ากินโทฟุซังเกือบทุกวัน ระบุ ไม่เคยตั้งเป้ารายได้ ขออย่าน้อยกว่าเดิม ลูกค้าเยอะขึ้นก็พอ



ปีที่ผ่านมา “โทฟุซัง” ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท โทฟุซัง จำกัด ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้ “นาม-สุรนาม พานิชการ” เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “โทฟุซัง” บอกว่า ถ้าเทียบกับภาพรวมการเติบโตของธุรกิจในประเทศ “โทฟุซัง” ถือว่า เติบโตได้ดี ยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากเทรนด์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจการกินโปรตีนให้ถึงในแต่ละวัน ถั่วเหลืองเองก็เป็นกลุ่มวัตถุดิบโปรตีนสูง-คาร์โบไฮเดรตต่ำอยู่แล้ว สิ่งที่แบรนด์โฟกัสตอนนี้ คือการทำของอร่อยที่ดีต่อสุขภาพ

เมื่อถามว่า อะไรคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ “โทฟุซัง” เติบโตต่อเนื่องแม้มีคู่แข่งในตลาดเกิดขึ้นมากมาย “นาม” มองว่า “ความคุ้มค่า” คือสิ่งที่ลูกค้ามองหา แน่นอนว่า ราคาเป็นด่านแรกเพราะเงินในกระเป๋าผู้บริโภคเริ่มน้อยลง แต่มากไปกว่านั้นผู้บริโภคยุคนี้คิดคำนวณ-ชั่งน้ำหนักราคาและสัดส่วนที่ได้รับจากโปรดักต์ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ซื้อนมราคา 20 บาท ปริมาณ 300 มิลลิลิตร แต่ได้โปรตีนเพียง 5 กรัม ถ้าจ่ายเพิ่มอีกหน่อยแต่ได้โปรตีนมากกว่านี้ลูกค้าก็ยอมจ่ายเพราะตอบโจทย์ความต้องการมากกว่า

ในรอบ 6-7 ปีที่ผ่านมา “โทฟุซัง” เริ่มมองเห็นตลาดนมโปรตีนเติบโตด้วยความชันที่มีนัยสำคัญ “นาม” เริ่มอัปเกรดโปรดักต์น้ำเต้าหู้ให้มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบมากขึ้น น้ำตาลน้อยลง อุ่นร้อนได้ มองว่า เป็นหน้าที่ของคนทำแบรนด์ที่ต้องขยายขีดความสามารถขึ้นไปในราคาเท่าเดิมเพื่อให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ไปนานๆ แม้แต่คนกินชานมไข่มุกก็เป็นกลุ่มเป้าหมายของ “โทฟุซัง” ด้วย วันอื่นเขาอาจจะอยากกินของอร่อยๆ เพื่อความสบายใจ แต่หากวันไหนเริ่มมองหาของกินเพื่อสุขภาพ “โทฟุซัง” จะยืนอยู่ตรงนั้น

“ผมคิดว่า จุดแข็งของเราคือโปรตีนต่อบาทที่ทำราคาได้ดี ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่กินทุกวันหรือเกือบทุกวัน เพราะเขารู้ว่ายังได้โปรตีนไม่ครบ พอกินทุกวันเขาจะหาสองเรื่องคือความคุ้มค่ากับความอร่อย ซึ่งเราตั้งธงสองอันนี้เป็นหลัก น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ายังเลือกโทฟุซัง เพราะแพ็กเกจจิ้งเราก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น”

“นาม” บอกว่า “โทฟุซัง” วางจุดยืนในตลาดน้ำเต้าหู้ไม่ใช่ตลาดนมถั่วเหลือง เนื่องจากนมถั่วเหลืองส่วนใหญ่ในตลาดมีส่วนผสมของน้ำมันที่ให้รสชาติคล้ายนม แต่ละแบรนด์มีท่าที่ตัวเองถนัด สำหรับ “โทฟุซัง” เป็นน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ใส่น้ำตาล แคลอรี่ต่ำ ทำให้มีความท้าทายเรื่องการผลิตที่จะทำอย่างไรให้โปรตีนยังสูงและรสชาติยังดีอยู่

นอกจากการเสิร์ฟน้ำเต้าหู้ในขวดที่เชี่ยวชาญและทำเป็นคนแรกๆ “นาม” มีแผนอยากทำร้านรูปแบบคีออสสำหรับนั่งกิน ระบุว่า มีการพูดคุยกับพาร์ทเนอร์ตลอด อยากรอให้ถึงเวลาที่ใช่ มีค้าปลีกเจ้าใหญ่มาพูดคุยหลายเจ้าด้วยรูปแบบ “Collaboration” ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา คงไม่ใช่ภายใน 2-3 เดือนนี้ แต่อนาคตในหลัก 1-2 ปีอาจมีโอกาสได้เห็น

“โทฟุซัง” มีแผนอยากทำอะไรใหม่ๆ เพื่อเป็นการทดลองตลาด การมีหน้าร้านไม่ใช่เรื่องยอดขายอย่างเดียว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ ได้ บางครั้งอยากทำสินค้าถ้าจะขายบรรจุขวด ผลิตออกมาครั้งละมากๆ ก็ไม่แน่ใจว่า ตลาดจะให้การตอบรับอย่างไร หน้าร้านจะช่วยอุดช่องโหว่ตรงนี้ได้

ส่วนแผนปีนี้ “นาม” บอกว่า เพิ่ม SKU ใหม่ๆ อีกแน่นอน แต่จะเป็นรูปแบบของ “Seasonal Product” เพื่อเลี้ยงกระแสแบรนด์ให้อยู่ในโมเมนตัมที่ดี ทำ Collaboration ร่วมกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ใน 1 ปีวางแผนไว้ราว 2 ครั้ง ส่วนเป้าหมายเรื่องรายได้ไม่เคยตั้งเป็นตัวเลข ทุกวันนี้มาไกลเกินกว่าที่คิดไว้มากแล้ว สำหรับคนขายน้ำเต้าหู้การไปถึงพันล้านเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ยังนึกขอบคุณลูกค้าทุกวัน

อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1228466

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่