ทีมแชมป์เก่าสองสมัยลอสแองเจลลิส ดอดเจอส์ ของโอทานิ โชเฮย์ ซึ่งในฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นเต็งแชมป์อยู่
ด้วยการเสริมกำลังที่ดุเดือดมากในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ได้ตัวตีสายแข็งอย่างไคล์ ทักเกอร์มา ทำให้ทีมตีมีลำดับการตีที่แข็งโป๊ก เพิ่มเข้าไปในลำดับของโอทานิ-เบต-ฟรีแมน-สมิธ-เฮอร์นานเดส เป็นทีมตีที่ทั้งเก้าลำดับการตี ไม่มีช่องว่างให้พิทเชอร์ฝ่ายตรงข้ามได้หยุดพักหายใจเลย
และในด้านเกมรับ ดอดเจอส์ก็ได้โคลสเซอร์มือฉมังอย่างเอดวิน ดิอัซมา
ดิอัซส่งผลต่อเกมของดอดเจอส์ทันทีครับ
เพิ่งเปิดฤดูกาลไปได้สองสัปดาห์ ทีมเพิ่งผ่านการเล่นไป 3 ซีรีส์ - คือ พบกับคู่แข่งไปสามทีม
ซีรีส์เปิดสนาม ที่พบกับไดอะมอนด์แบ็กส์ ดอดเจอส์โดนนำก่อนทั้งสามเกม แต่พลิกชนะได้ทั้งสามเกมรวด โดยเกมที่สอง ถูกนำไปก่อน 0-2 ก่อนพลิกนำ 4-2 แล้วถูกตีเสมอ 4-4 ในอินนิ่งที่ 8 ดอดเจอส์ขึ้นนำ 5-4 แล้วอินนิ่งเก้า ดิอัซก็ออกมาปิดเกม
คลิปการเดบิวต์ในฤดูกาลนี้ของดิอัซในเสื้อของดอดเจอส์ โคลสเซอร์คนใหม่ปรากฏตัวอย่างอลังการพร้อมกับเพลงเปิดประจำตัว คือ เพลง Narco ซึ่งเป็นเพลงทรัมเป็ต ทางสโมสรได้ติดต่อหานักเป่าทรัมเป็ตซึ่งเป็นแฟนทีมดอดเจอส์ด้วย มาเล่นให้ ดังตอนต้นของคลิป

เกมที่สาม ไดอะมอนด์แบ็กส์นำก่อน 0-2 ก่อนดอดเจอส์ตีตื้น 1-2 แล้วพลิกนำในอินนิ่งที่แปด 3-2 ดิอัซก็ออกมาปิดเกมในอินนิ่งที่เก้าเหมือนเกมก่อนหน้าเปี๊ยบเลย
ซีรีส์ต่อมา ดอดเจอส์พบกับการ์เดี้ยนส์ ดอดเจอส์ทุ่มพิทเชอร์ชาวญี่ปุ่นทั้งสามคนลงซีรีส์นี้ แต่กลับชนะมาได้แค่คนเดียว คือ โอทานิ
ซีรีส์ที่สาม พบกับเนชันแนลส์ ซึ่งดอดเจอส์ชนะไปสามเกมรวด (ทำ sweep ได้) เกมที่สามของซีรีส์นี้ ดอดเจอส์นำก่อน 1-0 ก่อนถูกพลิกแซง 1-6 และมาเอาคืนได้ในอินนิ่งที่แปด โดยขึ้นนำ 7-6 ก่อนที่อินนิ่งเก้าจะได้อีกแต้มเป็น 8-6 และในครึ่งหลัง (bottom) ของอินนิ่งเก้า ซึ่งเจ้าบ้านเป็นฝ่ายบุก แน่นอนว่า ดิอัซก็ออกมาปิดเกม
การมี Closer ที่เชื่อถือได้ ทำให้ทีมมีความมั่นใจที่จะชนะมากขึ้นและทุกคนจะรู้บทบาทตัวเองว่าต้องทำอะไรในแต่ละสถานการณ์ คือ ถ้าทีมนำ แค่แต้มเดียวก็พอ ขอให้ไปถึงอินนิ่งสุดท้าย แล้วพิทเชอร์ตัวปิดก็จะปิดให้เอง (ทีมจะคลายความกดดันในเกมบุกไปเยอะ คือ ไม่ต้องทำแต้มมากมายก็ชนะได้ แต่แน่นอนว่า ถ้าทำแต้มได้ ก็ทำไว้ก่อนจะดีที่สุด-- ต่างกับฤดูกาลก่อนที่ "ทำแต้มเท่าไรก็ไม่พอ พิทเชอร์จากบุลเพ็นพร้อมประเคนแต้มคืนให้คู่แข่งได้ทุกเมื่อ") ส่วนกรณีทีมยังตามหลังอยู่ ก็จะยังไม่หมดหวัง จะโดนนำห้าหรือหกรันก็ได้ ขอแค่ตามทันเท่านั้นแหละ... ความแข็งแกร่งแบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
--- จบเรื่องของดิอัซที่ผมอยากเขียนถึง ณ ตอนนี้ ประมาณนี้ครับ ฤดูกาลเพิ่งเริ่ม ยังต้องดูกันยาว ๆ ต่อไป โปรแกรมการแข่งก็ยังไม่ได้วนไปพบทีมอื่นจนครบเลย ---
แถม เมื่อทีมนำมาก ๆ เพื่อถนอมพิทเชอร์ในบุลเพน ก็จะเอาผู้เล่นตำแหน่งในสนาม มาขว้างลูกในอินนิ่งสุดท้าย ขาประจำของดอดเจอส์ก็คือ มิเกล โรฮาส (อีกคนจะเป็นกิเก้)
Closer (พิทเชอร์ตัวปิดเกม) ตัวใหม่ของดอดเจอส์ เพิ่งเริ่มฤดูกาลก็เห็นผลชัดเจนแล้ว
ด้วยการเสริมกำลังที่ดุเดือดมากในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ได้ตัวตีสายแข็งอย่างไคล์ ทักเกอร์มา ทำให้ทีมตีมีลำดับการตีที่แข็งโป๊ก เพิ่มเข้าไปในลำดับของโอทานิ-เบต-ฟรีแมน-สมิธ-เฮอร์นานเดส เป็นทีมตีที่ทั้งเก้าลำดับการตี ไม่มีช่องว่างให้พิทเชอร์ฝ่ายตรงข้ามได้หยุดพักหายใจเลย
และในด้านเกมรับ ดอดเจอส์ก็ได้โคลสเซอร์มือฉมังอย่างเอดวิน ดิอัซมา
ดิอัซส่งผลต่อเกมของดอดเจอส์ทันทีครับ
เพิ่งเปิดฤดูกาลไปได้สองสัปดาห์ ทีมเพิ่งผ่านการเล่นไป 3 ซีรีส์ - คือ พบกับคู่แข่งไปสามทีม
ซีรีส์เปิดสนาม ที่พบกับไดอะมอนด์แบ็กส์ ดอดเจอส์โดนนำก่อนทั้งสามเกม แต่พลิกชนะได้ทั้งสามเกมรวด โดยเกมที่สอง ถูกนำไปก่อน 0-2 ก่อนพลิกนำ 4-2 แล้วถูกตีเสมอ 4-4 ในอินนิ่งที่ 8 ดอดเจอส์ขึ้นนำ 5-4 แล้วอินนิ่งเก้า ดิอัซก็ออกมาปิดเกม
คลิปการเดบิวต์ในฤดูกาลนี้ของดิอัซในเสื้อของดอดเจอส์ โคลสเซอร์คนใหม่ปรากฏตัวอย่างอลังการพร้อมกับเพลงเปิดประจำตัว คือ เพลง Narco ซึ่งเป็นเพลงทรัมเป็ต ทางสโมสรได้ติดต่อหานักเป่าทรัมเป็ตซึ่งเป็นแฟนทีมดอดเจอส์ด้วย มาเล่นให้ ดังตอนต้นของคลิป
เกมที่สาม ไดอะมอนด์แบ็กส์นำก่อน 0-2 ก่อนดอดเจอส์ตีตื้น 1-2 แล้วพลิกนำในอินนิ่งที่แปด 3-2 ดิอัซก็ออกมาปิดเกมในอินนิ่งที่เก้าเหมือนเกมก่อนหน้าเปี๊ยบเลย
ซีรีส์ต่อมา ดอดเจอส์พบกับการ์เดี้ยนส์ ดอดเจอส์ทุ่มพิทเชอร์ชาวญี่ปุ่นทั้งสามคนลงซีรีส์นี้ แต่กลับชนะมาได้แค่คนเดียว คือ โอทานิ
ซีรีส์ที่สาม พบกับเนชันแนลส์ ซึ่งดอดเจอส์ชนะไปสามเกมรวด (ทำ sweep ได้) เกมที่สามของซีรีส์นี้ ดอดเจอส์นำก่อน 1-0 ก่อนถูกพลิกแซง 1-6 และมาเอาคืนได้ในอินนิ่งที่แปด โดยขึ้นนำ 7-6 ก่อนที่อินนิ่งเก้าจะได้อีกแต้มเป็น 8-6 และในครึ่งหลัง (bottom) ของอินนิ่งเก้า ซึ่งเจ้าบ้านเป็นฝ่ายบุก แน่นอนว่า ดิอัซก็ออกมาปิดเกม
การมี Closer ที่เชื่อถือได้ ทำให้ทีมมีความมั่นใจที่จะชนะมากขึ้นและทุกคนจะรู้บทบาทตัวเองว่าต้องทำอะไรในแต่ละสถานการณ์ คือ ถ้าทีมนำ แค่แต้มเดียวก็พอ ขอให้ไปถึงอินนิ่งสุดท้าย แล้วพิทเชอร์ตัวปิดก็จะปิดให้เอง (ทีมจะคลายความกดดันในเกมบุกไปเยอะ คือ ไม่ต้องทำแต้มมากมายก็ชนะได้ แต่แน่นอนว่า ถ้าทำแต้มได้ ก็ทำไว้ก่อนจะดีที่สุด-- ต่างกับฤดูกาลก่อนที่ "ทำแต้มเท่าไรก็ไม่พอ พิทเชอร์จากบุลเพ็นพร้อมประเคนแต้มคืนให้คู่แข่งได้ทุกเมื่อ") ส่วนกรณีทีมยังตามหลังอยู่ ก็จะยังไม่หมดหวัง จะโดนนำห้าหรือหกรันก็ได้ ขอแค่ตามทันเท่านั้นแหละ... ความแข็งแกร่งแบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
--- จบเรื่องของดิอัซที่ผมอยากเขียนถึง ณ ตอนนี้ ประมาณนี้ครับ ฤดูกาลเพิ่งเริ่ม ยังต้องดูกันยาว ๆ ต่อไป โปรแกรมการแข่งก็ยังไม่ได้วนไปพบทีมอื่นจนครบเลย ---
แถม เมื่อทีมนำมาก ๆ เพื่อถนอมพิทเชอร์ในบุลเพน ก็จะเอาผู้เล่นตำแหน่งในสนาม มาขว้างลูกในอินนิ่งสุดท้าย ขาประจำของดอดเจอส์ก็คือ มิเกล โรฮาส (อีกคนจะเป็นกิเก้)